Let our story Never End.-บทที่ 1 ไปเมืองกรุง

โดย  kunPpai.127

Let our story Never End.

บทที่ 1 ไปเมืองกรุง

แหม เรื่องแรกที่จะเขียนนี่ทำไมมันเป็นรูปอย่างนี้มาวะ เออ เรื่องอะไรหว่า ติดตามชม

วันเสาร์ เวลาบ่ายสอง มีชายหนุ่มอย่างผมกับหญิงสาวอย่างหล่อน เราสองคนสนิทสนมกัน

ครับ ผมมีเพื่อนผู้หญิงในชีวิตของผมคนหนึ่งที่รู้จักกันมานานแล้ว เราสองคนต่างมีอะไรมาปรึกษาหารือด้วยกันได้ทุกเรื่อง ลักษณะน่ะหรอ เธอใบหน้าสวยหวานได้รูป ผมเองก็ไม่ขี้เหร่ซึ่งผมมันดูเป็นพื้นฐานของคนธรรมดา

ที่ห้องพักใจกลางเมืองกรุง ห้องนี้มีเตียงขนาดหนึ่งคน สิตา เพื่อนผู้หญิงของผมเขาตั้งใจมาเยี่ยม แค่ผมขณะนี้นอนหงายตั้งหัววางบนหมอน เล่นสมาร์ทโฟนเพลินๆ เท้าของผมก็กลายเป็นเรื่องเมาท์ของเธอ วันนี้หน้าใสๆของเธอมาใช้ปากเดอะด็อกทำเอาใจผมล่วงหล่นไปยังตาตุ่ม และมีเรื่องจะบอกถึงภาพเท้าอย่างไม่ค่อยน่ารักเลย เธอชี้ที่เท้าแล้วก็บอกว่า

" นี่นายรู้มั้ยว่าใบหน้าของนายนี่สกปรกมากเลยนะ อาบน้ำทีนึงก็หัดล้างด้วยสบู่ให้มันสะอาดซะบ้างสิ เดี๋ยวผ่านไปเป็นโรคทางผิวหนัง ถ้าเป็นหนักมากหมอจะส่ายหน้าไม่รักษาให้"

เพื่อนผู้หญิงของผมวิจารณ์เท้าว่าเป็นใบหน้าของผม ดูสิถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นๆใบหน้าของมันอาจจะเป็นเป้ารับสิ่งที่ถูกเรียกว่าใบหน้าแบบไม่เต็มใจคนแบบผม

คุณผู้อ่านเองทราบแล้วว่าผมได้อธิบายถึงตัวตนของผมเองว่าไม่ได้ขี้เหร่ ผมเป็นคนระดับสามัญ แต่ถูกเพื่อนผู้หญิงนำไปเปรียบเปรยกับส้นตีนได้อย่างหน้าตาเฉย เธอไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าคนใบหน้าแบบส้นตีนนั่นจะขี้เหร่เกินไปแล้ว

" ยัยสิตา ถ้าเธอคิดว่าเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน...."

ผมบอกออกมาและหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ใบหน้าสิตาที่ผมมองดู จู่ๆก็เห็นเธอขยิบตาหนึ่งข้าง หืม ผมพอเข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้ผมขี้เหร่เหมือนส้นตีนที่เมาท์ไปจริงๆ

" เฮ้อ เธอก็มาล้อเล่นซะ ฉันน่ะมีความคิดกับเท้าไม่เหมือนเธอ "

สิตาคิดยังไงกับสิ่งที่เรียกว่าเท้านะ อยากให้เธอเปลี่ยนทัศนคติให้ดีขึ้น

" ฮึ นายหมายถึงนายเคารพของที่อยู่ต่ำน่ะหรอยะ? "

" ในด้านความสำคัญ ถ้าเธอคิดได้ คนเรามีเท้าเพื่อดำรงชีวิต "

ผมบอกเช่นนั้นขณะนอนหงายบนเตียง หัวของผมยังคงใช้หมอนหนุน สายตาของผมก็ไม่ได้ห่างหายไปจากสมาร์ทโฟน สิตาอาจจะมีความคิดก้าวหน้าทันสมัย เธอฟังผมบอก เธอก็ยิ้มอ่อนๆ

" ฉันเข้าใจแล้ว "

เธอบอกประมาณนั้น คำพูดของหล่อนผ่านโสตประสาทของผมและผมก็คอยที่จะรอฟังความคิดดีๆที่เธอจะมีให้ เธอบอกต่อว่า

" นายมีใบหน้าสองด้านที่ส่วนล่าง และส้นตีนไม่ใช่ของต่ำตามที่นายคิดเคารพน่ะ มันมีเพียงหนึ่งข้างบน เคียงข้างด้วยไหล่ ส้นตีนอยู่ใกล้สมาร์ทโฟน อือ ส้นตีนมันเป็นของสูงส่ง....จริงด้วยเนาะ "

ผมรู้สึกว่าเรื่องมันท่าจะหนักไม่เข้าท่าละ นึกว่าเธอจะปรับเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วนะ กลับกลายเป็นคนที่ใช้ปากหาใบหน้าของผม....เอ้ย ส้นตีนคน

" เอาใบหน้าของฉันไปเปรียบกับส้นตีน ...... เธอว่างใช่มั้ย ...... เธอถึงได้ส่องกระจก(ส้นตีน)เห็นหน้าตัวเอง "

" ไอ้บ้า นายนี่ก็ ..... โอ๊ย ฉันโดนนายสวนกลับ "

===========

รีวิวจากผู้อ่าน
ยังไม่มีรีวิวสำหรับเรื่องนี้

กรุณาล๊อคอินเพื่อรีวิว