Welcome to Dolls garden
- พสุธาเทพ เดินทอดน่องเรื่อย ๆ ไปตามถนนคอนกรีตที่ทอดยาวสุดอาณาเขตของบริษัท ICG( international Computer Group) เธอเป็นหนึ่งในพนักงานเล็ก ๆ นับพันชีวิตของบริษัทที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ICG เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ทุกประการโดยสามารถโต้ตอบ และแสดงอารมณ์บนใบหน้าได้ แม้จะได้ยินข่าวร่ำลือ และมีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวหุ่นยนต์ของบริษัทหลายครั้ง แต่เพราะตำแหน่งที่เล็กกระจิ๋วหลิว หญิงสาวจึงไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสหุ่นยนต์ราคาแพงลิบลิ่วนี้ ใกล้ ๆ กับเขาเลยซักครั้ง
เท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักหยุดลงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับป้ายขนาดใหญ่เหนือสวนสาธารณะของบริษัท Dolls Garden? อะไรน่ะ?
แล้วคำถามในใจ ก็ได้รับคำตอบเมื่อพนักงานสาวสองคนที่แต่งชุดฟอร์มของบริษัทเหมือนเธอ เดินหัวเราะคิกคัก คุยกันออกมาจากสวน
“นี่หุ่นยนต์ตาลุงเมื่อกี้ ตลกเป็นบ้า พอฉันหอมแก้มเท่านั้นแหละ หน้าแดง แล้วยิ้มใหญ่เลย แถมร้อง ยะฮู้ เหมือนดีใจด้วยนะ”
“ฮะฮะ ตลกจริง ๆน่ะแหละ เมื่อกี้ เธอเห็นมั้ยตอนที่ฉันหอมแก้มยายแก่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆน่ะ ปรากฎว่า แกทำปากยื่น ขมวดคิ้ว เหมือนโกรธเลยล่ะ”
อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง นี่ล่ะมั้งโครงการทดลองการแสดงอารมณ์ใบหน้าของหุ่นยนต์ที่ผู้บริหารระดับสูง เขียนไว้ในเอกสารการประชุมที่เธอเคยได้อ่านผ่านตา เนื่องจากตนเองอยู่ในตำแหน่งดูแลการส่งเอกสาร ภายในบริษัท
ปรางไหมตัดสินใจแสดงบัตรประจำตัวพนักงานบริเวณทางเข้าแก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และก้าวเข้าไปดูให้เห็นกับตา
“อุ้ย! น่ารักจัง”
หญิงสาวอุทาน เมื่อก้มลงนั่งยองกับพื้น สบตาหุ่นยนต์ที่เลียนแบบเด็กผู้หญิงชาวต่างชาติ ผมสีบลอนด์ทอง ตาสีฟ้าใสแจ๋ว ผิวขาวสะอาดในชุดกะลาสีเรือ เดาจากอายุไม่น่าจะเกินสามขวบ เมื่อลองแตะบริเวณผิวหนังแล้วนุ่มนิ่มเหมือนผิวหนังมนุษย์ทุกประการ
ปรางไหมนึกสนุกลองบีบเบา ๆที่แก้มป่อง ผลปรากฎว่า แม่หุ่นยนต์ตัวน้อย ค่อย ๆยกมือขึ้นกอดอก เมินหน้าหนี พร้อมกับขมวดคิ้ว แล้วขยับปากพูดว่า
“อย่ามาแกล้งหนูนะ!”
ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและผิวสัมผัสที่เหมือนมนุษย์มาก ทำให้ปรางไหมถึงกับทึ่งปนชื่นชมในความอัจฉริยะของผู้ผลิต หญิงสาวลองเดินดูไปรอบ ๆ เห็นหุ่นยนต์ผู้ชายบางตัว พอถูกพนักงานหญิงบางคนหอมแก้ม ก็ยกมุมปากยิ้ม แล้วอุทานว่า ยะฮู้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของหุ่นยนต์เกือบทุกตัวคือจะเคลื่อนไหวบริเวณแขนขาไม่ได้ ยกเว้นหุ่นยนต์เด็กเล็ก ๆ ที่พอจะขยับแขนขาได้บ้าง
‘เอ แล้วเราจะลองหอมแก้มหุ่นยนต์ตัวไหนดีนะ แต่จริง ๆแล้วหุ่นยนต์ในนี้ ไม่เหมือนหุ่นยนต์จริงน่ะแหละ เหมือนตุ๊กตามากกว่า ก็สมแล้วที่ตั้งชื่อว่า Dolls garden’
“อุ้ย!”
เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน จึงเผลอเดินชนหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเข้า ปรางไหมคลำจมูกตนเองป้อย ๆ เพื่อลดความเจ็บ ก่อนจะเงยหน้ามองตัวต้นเหตุแห่งความเจ็บของเธอ แล้วก็ต้องอ้าปากค้างพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
“โอ้โห! หล่อเป็นบ้าเลยอ่ะ”
ปรางไหมคิดว่าถ้อยคำอุทานของตนเองไม่ได้เกินจริง เมื่อมองสำรวจใบหน้าของหุ่นยนต์ตรงหน้า ใบหน้าเรียวยาวแต่ก็มีสันมุมแบบชายชาวยุโรป ผมสีน้ำตาลเข้มดูนิ่มสลวย ดวงตาสีน้ำเงินอยู่ภายใต้กรอบแว่นเหลี่ยมสีดำ จมูกโด่งแต่ไม่โตเหมือนฝรั่งบางคน ปากสีชมพูที่หยักขึ้นราวกับจะยิ้มตลอดเวลา ผิวใสเนียน ที่ทำเอาคนมองที่เป็นผู้หญิงยังต้องอิจฉา เพราะความหล่อของหุ่นยนต์ตรงหน้าทำให้ปรางไหม รู้สึกคันไม้คันมือ ปนความรู้สึกไม่สามารถห้ามใจได้
หญิงสาวหันมองรอบข้างซ้าย ขวา ว่ามีใครแอบดูการลวนลามหุ่นยนต์ของเธอในครั้งนี้รึเปล่า ก่อนจะตัดสินใจลากเก้าอี้ไม้เตี้ย ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก มาวางตรงหน้าหุ่นยนต์รูปหล่อเพราะส่วนสูงที่ต่างกันมาก แล้วหญิงสาวก็ขึ้นไปยืนบนนั้น
“คุณตุ๊กตาหล่อมาก ๆเลยค่ะ ขอโทษนะ ไหมห้ามใจไม่ได้จริง ๆ”
ว่าแล้ว ปรางไหมก็เขย่งปลายเท้าบนเก้าอี้ หลับตาแล้วจรดริมฝีปากตนเองลงบนริมฝีปากของหุ่นยนต์ ก่อนจะผละออกมายืนบิดไปมาบนเก้าอี้ไม้อย่างขวยเขิน มิวายบ่นพึมพำเบา ๆ
“นี่จูบแรกของไหมเลยนะ”
เงียบ ไร้ซึ่งการตอบสนอง จนปรางไหมเริ่มใจเสีย แม้แต่หุ่นยนต์ยังไม่รู้สึกอะไรกับจูบฉันเลยหรือเนี่ย จึงเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยิ้มออกเมื่อหุ่นยนต์ตรงหน้า ยกมุมปากขึ้นราวยิ้ม แล้วพูดออกมาเบา ๆว่า
“ยะฮู้”
“เย้! ดีใจจังเลย เราเป็นเพื่อนกันนะ คุณตุ๊กตา แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ ไหมจะมาหาคุณตุ๊กตาหลังเลิกงานใหม่นะคะ”
หุ่นยนต์รูปหล่อตรงหน้านิ่งเงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบเสียงรับออกมาแผ่วเบาเหมือนเดิม
“ครับ”