HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
ว่านฮองเฮา
นักเขียน : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนผู้เข้าชม : 407,491 ครั้ง
ถั่วผีเสื้อ

                หัวใจของนาง...ค่อยๆด้านชาทีละน้อยตามวันเวลาที่ต้องนั่งอยู่บนที่สูง หรุบสายตาลง...เห็นผู้ที่นั่งต่ำลงไปทั่วทุกตัวคน เก้าอี้เบื้องซ้ายและขวา สองตัวแรกถูกจับจองโดยเฟยทั้งสี่ ถัดลงไปอีกสามลำดับมีกุ้ยเหรินนั่งอยู่ ที่พื้นห้องนั้นมีผู้ที่เพิ่งเอ่ยถวายคำนับนางคุกเข่าอยู่ เป็น...สนมชั้นฉางจ้ายและต้าอิ้งที่เพิ่งเข้าถวายตัวไม่นานมานี้ กำลังคุกเข่าอยู่

"เป็นพวกเจ้าสามคนหรอกหรือที่ถวายงานเทียนจื่อ(ฮ่องเต้) ช่างงดงามจริง ใช่หรือไม่หนี่กุ้ยเฟย"หลี่กุ้ยเฟยหันไปพูดกับผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้างามแย้มยิ้ม เห็นฮองเฮานิ่งเฉยไม่ทำกระไรเช่นเคย นางก็ออกโรงเลาะเนื้อถือกระดูกผู้อื่น

"เม้ยเหม่ยทั้งสามช่างงามจริง"หนี่กุ้ยเฟยวางถ้วยชาลง หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับปาก "ข้ามิเคยรู้มาก่อนเลยว่าบุตรีขุนนางรักษาด่าน จะมีใบหน้าและรูปร่างเย้ายวนปานนาง..."ผู้พูดละคำพูดทิ้งไว้เสียแล้วหัวเราะ แล้วเสียงหัวเราะของสตรีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ดังตามมาเป็นระรอกคลื่น ในขณะที่นางทั้งสามได้แต่คุกเข่าหน้าแดงด้วยความอับอาย

มันเป็นเรื่องปกติ...ที่ผู้ถวายงานฮ่องเต้เมื่อคืนจะต้องมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฮองเฮาในเช้าตรู่วันถัดมา และมันเป็นหน้าที่ของฮองเฮาเช่นกันที่ต้องลุกแต่เช้ามานั่งดูหน้าคนที่แย่งสามีนางไปเมื่อคืน แล้วกล่าวว่า

"เปิ่นกงรบกวนพวกเจ้าช่วยปรนนิบัติเทียนจื่อแล้ว ต่อไปก็จงช่วยเปิ่นกงรับใช้เทียนจื่อให้ดี"หงโต้ว...ก็พูดประโยคเดิมๆอยู่ทุกวันไม่เคยเปลี่ยน จะสร้างสรรค์คำพูดอื่นใดอีก...ก็นึกไม่ออก เกรงว่าสมองของนางคงจะฝ่อลงสวนทางกับครรภ์ที่โตขึ้น! นางจึงนึกสิ่งใดมิได้เลย ต้องให้กุ้ยเฟยทั้งสี่ออกปากสั่งสอนนางเหล่านี้แทนทุกๆเช้า เหนื่อยแรงพวกนางนัก

"ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"สามเสียงเอ่ยปากพร้อมเพรียง แต่ก็ให้ฉงนสงสัยว่าเมื่อใดฮองเฮาจะให้พวกนางลุกขึ้นเสียที จะกลั่นแกล้งให้พวกนางคุกเข่าไปจนเย็นใช่หรือไม่

"..."หงโต้วมิได้ลืม หยิบชาร้อนๆขึ้นมาสูดดมกลิ่นสดชื่นจากไอควันแล้วก็ค่อยรู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย หลังจากที่เมื่อครู่หายใจขัดๆอยู่นาน ได้จิบน้ำชาลงไปคำหนึ่งก็พลันชุ่มคอ แต่กระนั้นยามมองต่ำลงไปยังสามเงาร่างบนพื้น คอชุ่มๆลิ้นชุ่มๆกลับไร้คำพูดใดจะเอื้อนเอ่ย

เพิ่ง!...จะเข้าใจว่าเหตุใดในตอนนั้นที่ฮองเฮาแคว้นเฉ่ามิยอมเอ่ยปากให้สนมผู้นั้นลุกขึ้นแท้จริงแล้วนั้นเป็นเพราะอะไร นึกๆไปแล้วนางในตอนนั้นก็ไร้เดียงสาจนกระทั่งนึกไม่ถึงว่าเมียหลวงจะรู้สึกอย่างไรตอนเมียน้อยที่เพิ่งนอนกับสามีนางเมื่อคืนโผล่มายิ้มอายๆให้นางในตอนเช้า จะให้ยิ้มยินดีแล้วรีบกุลีกุจอเชิญให้นั่งเช่นนั้นหรือ ขอบใจเจ้านะ...ช่วยงานข้าได้ดีเชียว หากไม่มีเจ้าข้าคงเหนื่อยตาย อย่างนั้นหรือ เป็นบุญเป็นคุณ

ชาชืดไปนานแล้วเมื่อหงโต้วรำลึกความหลังจนเสร็จสิ้น "เม้ยเหม่ยทั้งสาม ลุกขึ้นเถิด"

"ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ" ถึงตอนนี้เมื่อฮองเฮาอนุญาตให้พวกนางลุก ต่อให้พวกนางอยากลุก...ก็ลุกไม่ขึ้นแล้ว ต้องให้นางกำนัลเข้ามาช่วยดึงให้ลุกขึ้นพาไปยืนหลบอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตัวสุดท้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูคล้ายกับวันนั้น เพียงแต่ในวันนี้หงโต้วที่ไปนั่งดูเครื่องประดับกับฮองเฮาในวันนั้นกลับกลายมาเป็นผู้ที่ต้องออกปากอนุญาตให้ผู้อื่นลุกขึ้นเท่านั้นเอง

"ตอนนี้ก็สายมากแล้ว..."ฮองเฮาเริ่มต้นพูดด้วยประโยคเดิมๆเมื่อการกลั่นแกล้งช่วงเช้าจบลง "...เปิ่นกงเหนื่อย ต้องขอตัวไปพักแล้ว ขอบใจพระสนมทั้งหลายมากที่มาอยู่เป็นเพื่อนเปิ่นกง"

พระสนมน้อยใหญ่รีบลุกออกจากเก้าอี้ ย่อกายถวายเข่าลงกึ่งหนึ่ง โน้มศีรษะลงแล้วกล่าวว่า "ขอฮองเฮาทรงมีความสุข พวกหม่อมฉันทูลลาเพคะ"

"พวกเจ้าไปเถิด"ออกปากให้พวกนางเหล่านั้นจากไป หงโต้วก็ส่งมือให้หลี่เปี้ยนที่มายืนรอท่าอยู่แล้วช่วยพยุงลุก ทว่า!...ครั้นลุกขึ้นยืนจริงๆนางกลับหน้ามืดเข่าทรุดลงกระแทกพื้นเหมือนตุ๊กตาไร้เอ็นท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีในห้อง ลูก...คือสิ่งสุดท้ายที่หงโต้วพะวงหาในนาทีสุดท้ายของห้วงอนุสติที่ยังเหลืออยู่น้อยนิด

 

                "ฮองเฮาทรงครรภ์แฝดพะย่ะค่ะ"หมอหลวงละลักละล่ำพูดเสียงสั่นตัวสั่น เพิ่งจะจับสัญญาณชีพจรเบาๆอีกสายหนึ่งได้จึงรีบทูลรายงานผู้เป็นใหญ่ ในใจนั้นนึกโทษองค์ชายน้อยๆที่เล่นตลกกับเขา มาตรวจครั้งใดก็ได้ยินแต่เสียงชีพจรขององค์ชายเพียงหนึ่งเดียว ใครจะคาดเล่าว่าจะมีอีกองค์เล่นซ้อนชีพจรอยู่ด้วย!!! วันนี้หากไม่บังเอิญคลำชีพจรพบ...วันหน้าคลอดออกมาสอง มีสิบสองหัวก็รักษาชื่อเสียงเอาไว้ไม่ได้!!!

"อะไรนะ แฝดอะไร!!!"สมัยโบราณการคลอดลูกแฝดนั้นมีน้อยมากแทบไม่พบเห็น สตรีออกเรือนย่ายายมิเคยออกบุตรแฝด นับประสาอะไรกับฮ่องเต้ที่เป็นชาย...จะไปรู้เรื่องแฝดอะไรกัน

"แฝด!?"หลี่เปี้ยนอุทานพลางรีบขยับเข้ามาคลำมือของเจ้านาย แตะนิ้วลงไปรับสัมผัสแล้วขมวดคิ้ว "...ไม่นี่ท่านหมอหลวง ชีพจรของพระโอรสมีเพียงสายเดียว..."

หมอหลวงวัยกลางคนส่ายหน้า "เราถูกองค์ชายน้อยหลอกแล้ว แม่นาง...ทั้งเจ้าและข้า เราต่างมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ แต่กลับถูกทารกน้อยนี่หลอกเข้าให้แล้ว หกเดือนมานี้เขาหลบมือเราได้ดีถึงเพียงนี้ ข้า...แทบจะเอาหัวโขกเสาหนีอายอยู่รอมร่อ ในท้องฮองเฮา...มีทารกสองคนจริงๆ เมื่อครู่ข้ายังคลำได้ เจ้า...ลองคลำนิ่งๆดูเถิดจะพบสายชีพจรเบาๆอีกสายที่เหลื่อมชีพจรของทารกสายหลักออกมา เบามาก...หากแต่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับชีพจรสายหลัก"

ตุบ..ตุบ...ตุบ ชั่วระยะก้านธูปแรกหลี่เปี้ยนรู้สึกเช่นนั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะจับเคลื่อนชีพจรที่เหลื่อมออกมาได้เบาๆ เมื่อเสียงหนักดีดดังตุบ...จะมีเงาตุบสะท้อนเบาๆตาม เหมือนเงา เหมือนระรอกคลื่น เหมือนเสียงสะท้อน ที่หากไม่สังเกตจะไม่มีทางรู้ได้เลย นั่นแสดงถึง...ทารกอีกคน!!! เหมือนทารกคนพี่จะยืนอยู่ข้างหน้าโดยมีทารกคนน้องยืนแอบอยู่เบื้องหลัง ยืนซ้อนเท้าซ้อนเงา แล้วค่อยๆแอบยื่นหน้ามายิ้มให้พวกนาง ข้าอยู่นี่!

"ไม่จริง!"หลี่เปี้ยนส่ายหน้าหากแต่ได้คำเฉลยว่าเหตุใดครรภ์ของฮองเฮาจึงใหญ่ผิดปกติ

"มันเป็นอย่างไร!!!"ผู้เป็นพระสวามีร้อนใจตะคอกถาม สีหน้าของพระองค์ดุร้ายปานยักษ์มาร หากมิใช่เพราะพวกเขาถูกพระองค์ชักสีหน้าใส่บ่อยๆป่านฉะนี้คงฉี่รดพื้นไปแล้วด้วยความกลัวเกรง

"มี...มีทารกสองคนอยู่ข้างในเพคะ"หลี่เปี้ยนเองก็อับอายไม่แพ้หมอหลวง ชายวัยกลางคนนั้นจะมาตรวจอาการของฮองเฮาเป็นระยะ ยังไม่ขายหน้าเท่ากับนางที่คลำมือฮองเฮาอยู่แทบตลอดเวลา ชีพจรที่ซ้อนอยู่นี้เบานักอีกทั้งยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีพจรสายหลักเป็นอย่างดีเยี่ยม ทั้งสองสายเต้นแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน หากไม่เป็นเพราะชีพจรอีกสายเต้นช้ากว่าเล็กน้อยก็จะไม่มีทางจับได้เลยว่าในครรภ์ของฮองเฮานั้นมีทารกอยู่คนซ่อนตัวอยู่

"อะไรนะ!!! สองคน..."ตี้ฟั่นเทียนครางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ได้ยินว่ามารดาจะคลอดบุตรสักคนต้องเสี่ยงชีวิต นี่ภรรยาจะคลอดทีเดียวสอง...มิเท่ากับไปตายหรือ!!! "บังอาจ!!!!"ฮ่องเต้กระแทกพระหัตใส่โต๊ะข้างตัวดังปัง! "พวกเจ้าทำงานประสาอะไร! ดูแลนางมาจะเจ็ดเดือนเข้าไปแล้วเพิ่งจะมารู้ว่ามีทารกสองคนอยู่ในท้องของนาง นี่ใช่ไหม! สาเหตุที่นางอ่อนแอนัก!!!" มีเมียแปดคนที่ท้อง...แต่ไม่มีเลยสักนางที่ยิ่งท้องโตก็ยิ่งอ่อนแอเช่นถั่วฮองเฮา  

ทุกชีวิตในห้องทิ้งเข่าลงบนพื้นกระแทกตึง! "พระอาญามิพ้นเกล้า ผู้น้อยผิดไปแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษ"

"จงพูดความจริงมา!!!"ผู้เป็นสามีไร้ทางเลือก จำต้องรับความจริง

"ด้วยสุขภาพของฮองเฮาในตอนนี้ไม่สามารถคลอดได้สองพระองค์เพคะ"...แต่มีสอง จะเลือกคลอดแต่เพียงคนใดคนหนึ่งก็มิได้ หลี่เปี้ยนมิกล้าพูดความจริงยิ่งกว่านี้

"หลายเดือนมานี้หม่อมฉันมิทราบว่าฮองเฮาทรงกลัดกลุ้มอะไร ชีพจรของนางสับสนยุ่งเหยิงไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะจัดยาอะไรให้ทรงดื่ม ก็มิช่วยให้สุขภาพของพระองค์ดีขึ้นเลยพะย่ะค่ะ"หมอหลวงสารภาพความในใจออกมาจนสิ้น "พระนางทรงป่วยใจ ตรอมตรมสิ่งใดมิทราบความก็มิอาจแก้ไข มาบัดนี้ร่างกายก็ทรุดลงไปด้วย..."

"ทารกแฝดแม้พบได้น้อยมาก แต่ก็มีอยู่ โดยปกติแล้วเด็กสองคนจะมีคนหนึ่งตัวใหญ่กว่าอีกคนหนึ่ง หากคลอดคนที่ตัวใหญ่กว่าได้ คนที่ตัวเล็กกว่าก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคลอดได้คนตัวเล็กก่อนแล้วฮองเฮาหมดแรง..."หลี่เปี้ยนพูดตามตำราแล้วไม่กล้าพูดต่อเมื่อเห็นสีพระพักตร์ของฮ่องเต้

"ครรภ์เจ็ดเดือนชีพจรทารกที่ตัวเล็กกว่าแม้จะเต้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับทารกคนพี่ แต่ก็ชัดเจนว่าทารกคนน้องอ่อนแอกว่ามาก อาจจะตัวเล็กกว่าเป็นเท่าตัว เท่าที่หม่อมฉันเคยได้ยินชาวบ้านพูดกัน...ว่ากันว่าสตรีคลอดบุตรครั้งละสองคนนั้น โดยมากคนที่ตัวเล็กกว่าจะ...เอ่อ...มีโอกาสรอดน้อย"หมอหลวงแทบจะกลั้นใจตายเมื่อฮ่องเต้ใช้สายตาบีบคอเขา "แต่นั่นก็มิร้ายแรงเท่ากับที่ทารกคนใดคนหนึ่งเกิดหมดลมในท้องมารดา...เพราะถ้าเหตุนั้นเกิดขึ้นจริง ทารกอีกคนก็จะไม่รอด มารดาที่อุ้มครรภ์ก็จะมีภัย...ถึงชีวิต"

สอง! จะมีทำไมถึงสอง!! ฝ่าพระหัตกระชับเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเนื้อ หากแต่ไม่ทรงรู้สึกเจ็บแม้แต่นิด

"โต้วเอ๋อร์"ช้อนพยุงร่างนางขึ้นพระองค์ก็ปวดร้าวใจแทบขาด "เจ้าฟื้นสิ...ลุกมาพูดกับข้า" ไม่เรียกนางว่าฮองเฮา ไม่มีเราไม่มีเจิ้นอะไรทั้งนั้น ณ ที่แห่งนี้มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น

คนท้อง...ไร้สติ ยามถูกสามีประคองขึ้นมาเขาจึงยิ่งขวัญเสียเมื่อแขนของนางทิ้งตกลงข้างตัวดุจคนไร้ชีวิต เปลือกตาที่เขาหวังให้นางเปิดออกดูเขา...พริ้มปิดสนิท ใบหน้างามซีดขาว ปากงามช่างพูดซีดเซียว หงโต้วดูคล้ายคนที่ก้าวเข้าสู่ประตูผีไปแล้วครึ่งตัว

"...ใกล้ถึงวันเกิดเจ้าแล้วมิใช่หรือ จะฉลองเจ้าอายุครบ15ปี ข้าส่งเทียบเชิญครอบครัวเจ้าล่วงหน้าไปแล้ว หากเจ้าได้เห็นจะต้องมีความสุขแน่ๆ พลุ...เจ้าชอบดู เข้าก็เตรียมไว้เป็นพันๆลูก..."พูดไปนางก็เอาแต่เงียบ พระองค์ชี้ชวนอย่างไร...นางก็ไม่สนใจ หนักเข้าก็เริ่มถาม "...ทำไมเจ้ายังไม่ยอมลืมตาอีก"

เงียบ...ได้ความเงียบเป็นคำตอบ สองตาของนางไม่ยอมเหลือบแลพระองค์ "ทำไมนางจึงไม่ฟื้น!!!"ที่สุดฮ่องเต้ก็หันมาตวาดใส่หมอหลวงอย่างเกรี้ยวกราด "นางสลบมาหลายชั่วยามแล้ว!!!! เหตุใดยังไม่ฟื้น!!!!!"

เห็นฮ่องเต้ใกล้จะเสียสติอยู่รอมร่อหมอหลวงก็ขยับตัวจากพื้นคลานเข่าเข้าไปหา คลี่ม้วนเข็มยาวพรืดบนผืนผ้าแล้วหยิบเข็มเงินเหล่านั้นขึ้นมา

"หม่อมฉันจะฝังเข็มให้ฮองเฮาฟื้นพะย่ะคะ"ระหว่างให้ฮองเฮาพักผ่อนแล้วฮ่องเต้เสียสติ กับให้ฮองเฮาฟื้นแล้วทุกคนรอดชีวิต เขาจำเป็นต้องล่วงเกินฮองเฮาแล้ว

หลี่เปี้ยนถึงความจำเป็นของหมอหลวงดีจึงไม่ห้ามปราม รีบตามเข้ามาช่วยหมอหลวง

ร่างของฮองเฮาอิงครึ่งตัวอยู่กับอกของฮ่องเต้เช่นนี้สร้างความกดดันให้กับผู้รักษาอย่างหนัก คล้ายฮ่องเต้เป็นรัศมีอำนาจของฮองเฮาอีกชั้น ยังดีที่ได้นางกำนัลคนสนิทผู้รู้งานของฮองเฮาช่วยขยับผินใบหน้าของพระนางให้มารับเข็มโดยง่าย เสียบลงไปบนศีรษะจนเรียบร้อย ก็ไล่มาที่เหนือคิ้ว ลงมาหาขมับ จบท้ายด้วยอีกสี่เข็มที่ช่วงไหล่เหนือไหปลาร้า

ทิ้งเวลาครู่หนึ่งก็ปลดเข็มเส้นบางที่ช่วงคอและไหล่ออก เข็มเงินเสียบลงไปบนร่างของฮองเฮา ยามดึงขึ้นมาเล่มไหนปลายก้านปักลึกเข้าไปเท่าใดก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำจนสิ้น บอกชัดว่าพระวรกายงดงามนี้เป็นพิษ!!!

คราแรกที่มาดูแลฮองเฮาเขาตกใจจนแทบหมดสติเมื่อเข็มเงินเปลี่ยนสี นึกว่าพระนางถูกวางยา ที่ไหนได้!...ตอนหลังจึงได้รู้ถึงร่างกายอันพิเศษของฮองเฮา นับเป็นเรื่องดีที่สวรรค์ประทานพิษร้ายให้ไหลเวียนในกายช่วยคุ้มภัยร้ายได้หลายประการ ได้ฟังความมาว่าแม้แต่ฮ่องเต้ที่อารมณ์มิสู้ดีอยู่ในตอนนี้เองก็เคยโดนพิษจากฮองเฮาจนเกิดเป็นความรัก ถึงขั้นแต่งนางมาเป็นจื่อเฟยเลยทีเดียว

หมอหลวงค่อยๆดึงเข็มออกทีละอันแล้วแยกไว้ในผ้าอีกผืน...เพื่อเตรียมนำไปทิ้ง รักษาผู้อื่นเข็มเงินนี้รักษาคนได้อีกนับสิบ แต่รักษาฮองเฮา...ขืนเอาเข็มดำๆของนางไปใช้ต่อ เกรงว่าจะต้องมีคนตาย

"ถั่วน้อย ถั่วน้อย..."เสียงเรียกทุ้มๆแฝงความร้อนใจทำให้ผู้ที่เพิ่งจะได้สติรู้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือผู้ใดโดยไม่ต้องลืมตาขึ้นดู สามี... หงโต้วลืมตาขึ้นช้าๆ ปากชืดยิ้มบางๆอย่างเหนื่อยอ่อน

"ท่านพี่..."ยามไร้สติกลั่นกรอง ลืมกฎเกณฑ์ ฮองเฮาก็เรียกฮ่องเต้ตามความเคยชิน เหล่านางกำนัลขันทีที่เพิ่งรอดจากมรสุมร้ายรีบพากันถอยให้ห่าง ไม่อยากได้รู้ได้ยินอันใดที่เป็นภัยแก่ชีวิต

"น้องหญิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยมากหรือ"ฮองเฮาหายสาบสูญ ในอ้อมกรของฮ่องเต้มีน้องหญิง

หงโต้วยกมือขึ้นคลำขมับเบาๆ "ไม่เหนื่อยเพคะ แต่ไม่มีแรง ปวดหัวนิดหน่อย"เด็กน้อยมิโกหก เห็นเขาทำหน้าร้อนใจถึงเพียงนี้ผู้ใดจะมีแก่ใจแกล้งสามี

"เจ้ากินข้าวดื่มยาสักหน่อยก็จะดีขึ้น"ฮ่องเต้กล่าวปลอบใจภรรยาทั้งที่รู้แก่ใจว่าโรคภัยของนางนั้นทั้งหมดทั้งมวลเริ่มจากบุตรของพระองค์ทั้งสิ้น เป็นเขา!...ที่หยิบยื่นความตายให้นาง!!!

"เพคะ หม่อมฉันเองก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว"แท้จริงแล้วคนป่วยมิได้หิว เพียงแต่อยากจะตามใจสามีเท่านั้นจึงเอ่ยปากเออออตามเขา

"เจ้าหิวก็ดีแล้ว ดีที่สุด"ฮ่องเต้กำลังจะออกปากสั่งก็เห็นสวีเหม่ยนำนางกำนัลห้องเครื่องเข้ามาจัดอาหารบนโต๊ะก็คลี่ยิ้มพอใจ "น้องหญิง..."ตี้ฟั่นเทียนเรียกภรรยาคำหนึ่งก็ช้อนอุ้มนางทั้งตัว เหล่านางกำนัลรีบผินหน้าไปทางอื่น หมอหลวงหรุบตามองพื้นไม่กล้ามองกริยาสนิทสนมนั้นให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท

"..."คุณหนูลั่วซบอกสามี ไม่ว่ากระไรเมื่อตี้ฟั่นเทียนทรุดลงนั่งบนเก้าอี้โดยมีนางนั่งอยู่บนตัก

"น้องหญิง ผักนี่ดูจะหวานกรอบ เจ้าคงชอบ"ผู้พูดใช้ตะเกียบเงินคีบผักในจานมาเป่าแล้วส่งให้ภรรยาถึงปาก สวีเหม่ยเห็นฮ่องเต้หลุดกริยาถึงเพียงนั้นก็ทำสัญญาณมือไล่หมอหลวงนางกำนัลขันทีให้ออกจากห้องไปจนสิ้น ทิ้งหลี่เปี้ยนให้ดูแลเจ้านายแล้วตัวเองก็ก้าวขาออกจากห้องเป็นคนสุดท้ายตามไปกำราบผู้รู้เห็นทั้งหมดด้วยตนเอง ใครกล้าพูดมากนางจะถลกหนังมากินให้ดู!!!

หงโต้วอ้าปากรับผักชิ้นนั้นเข้าปาก เคี้ยวเบาๆสบตาสามีที่มองตาม "อร่อยเพคะ"นางตอบโดยมิต้องให้เขาถาม

มือซ้ายโอบเอวหนาของภรรยา มือขวาถือตะเกียบ ดังนั้นยามลูกในครรภ์ของนางถีบท้องนางแรงๆเขาจึงรู้ได้ในทันทีพร้อมๆกับที่นางนิ่วหน้า "เจ็บมากหรือไม่ถั่วน้อย ไยลูกจึงทำรุนแรงเช่นนี้"ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนตามบุตร กดหน้าท้องนางไว้ไม่ให้เด็กน้อยถีบ ทว่า...พอเขากดเอาไว้ลูกถั่วน้อยๆไปหมุนตัวไปขยับขาที่อื่นต่อ ครั้นพ่อตามไปหยุด เขาก็ขยับมือยืดแขนยืดขาไปอีกทาง

"ข้ามิได้เจ็บมากอะไรท่านพี่"เห็นสามีทำท่าจะห้ามลูกไม่ให้ขยับจริงจังถึงเพียงนั้นหงโต้วก็ต้องหยุดมือสามีเมื่อเขาถึงกับวางตะเกียบ ตั้งท่าจะใช้สองมือหยุดลูกของตัวเองให้ได้ "ลูกขดตัวอยู่ในท้องย่อมต้องเมื่อย เขาก็ต้องขยับบ้าง"

ตี้ฟั่นเทียนยอมหยุดมือ หากแต่ก็เถียงกับภรรยาด้วยสีหน้าไม่พอใจ "หากเพียงขยับตัวก็ย่อมได้ แต่นี่...ถึงกับเตะถีบไม่เกรงใจมารดาได้อย่างไร"

หงโต้วกุมมือสามี "ท่านพี่..."นางแย้มยิ้มแม้ใบหน้าจะซีดเซียวเต็มที รู้สึกยินดีที่สามีรักใคร่นางถึงเพียงนี้ "ลูกเป็นเพียงเด็กไม่รู้ความ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เขาขยับตัวสนุกๆนี้จะทำให้ข้าลำบาก"

ลำบากหรือ!? ฮ่องเต้ตั้งคำถามในใจ เมื่อครู่ฟังจากที่หมอหลวงพูดพระองค์ก็รู้แล้วว่าเด็กสองคนในท้องนางยามนี้นั้นไม่เพียงแต่ทำให้นางลำบาก...แต่ยังจะเอาชีวิตนางด้วย!!!!

"เจ้ากินข้าวสักคำเถอะนะน้องหญิง"ตี้ฟั่นเทียนหยิบตะเกียบมาตักข้าวใส่ปากภรรยาพลางคีบเนื้อให้นางคำหนึ่ง อีกมือก็ลูบท้องนูนๆนั้นเบาๆ ถึงแม้จะก่นว่าลูกในท้องภรรยา แต่ทั้งจิตทั้งใจแล้วแท้จริงกับรักบุตรทั้งสองที่ยังไม่ได้เห็นนี้นัก อยากให้พวกเขาได้ลืมตาดูโลกโดยปลอดภัย เอ็นดูรักใคร่พวกเขาจากใจจริง

หากมิถึงขั้นทำให้มารดาต้องสิ้นชีพ...ชั่วชีวิตนี้พวกเขาย่อมได้ดีตามมารดา

ทว่า...หากพวกเขาทำให้มารดาถึงขั้นม้วยมรณา ตี้ฟั่นเทียนก็เกรงว่าแม้แต่หน้าของพวกเขา...เขาก็ไม่อยากจะเห็น!!!

เจ้าสองตัวในท้องจงตรองให้ดี จะอยู่ดีๆคลอดออกมาดีๆ หรือจะทำพิษทำภัยให้มารดา

มารดาอยู่...พวกเจ้าสบาย มารดาตาย...พวกเจ้าเหนื่อยยาก

จงเลือกเอา!!! เตียขอเตือน

"ซุปไก่สักคำ"ขู่ลูกในใจแต่ตี้ฟั่นเทียนกลับคลี่ยิ้มเอ็นดูให้แม่ของลูก ตักน้ำแกงไก่มาเป่าเบาๆแล้วส่งให้ภรรยาถึงปาก

"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่"บางช่วงเวลาหงโต้วก็แกล้งลืมว่าเขาเป็นฮ่องเต้ และแกล้งลืมตำแหน่งของนางด้วย หญิงสาวอ้าปากรับน้ำแกงแล้วออดอ้อนพระสวามีราวกับว่านางนั้นยังเป็นจื่อเฟย และเขาก็ยังคงเป็นไท่จื่อ "ท่านพี่เนื้อนี้ก็น่าอร่อย ท่านพี่ทานสักคำเถิด..."หงโต้วหยิบตะเกียบคีบเนื้อในจานส่งให้พระสวามี

"อร่อยมากน้องหญิง"ฮ่องเต้เคี้ยวเนื้อในปาก ตรัสชมด้วยรอยยิ้ม แม้สองตาจะยังมีแววกังวล แต่บัดนี้ปากสามารถยิ้มได้แล้ว นางยิ้มเขายิ้ม นางทุกข์...เขาทุกข์ยิ่งกว่า

"ข้าวสักคำนะเจ้าคะ"คนป่วยคีบข้าวใส่ปากสามีที่อ้าปากรับเอาใจภรรยาอย่างว่าง่าย

"เจ้าเองก็ต้องกินด้วย"ตี้ฟั่นเทียนยอมเป็นของเล่นของนางได้ แต่นางเองก็ต้องกินข้าวลงไปด้วยจะได้แข็งแรง มือใหญ่คีบข้าวพอดีคำใส่ปากภรรยาแล้วคีบเนื้อไก่ใส่ปากนางตามไปติดๆ

ฮองเฮาอมยิ้มข้าวเต็มปาก คีบข้าวคีบเนื้อใส่ปากฮ่องเต้จนสามีนางแก้มพองไม่แพ้กัน อมยิ้มสบตากันแล้วเคี้ยวข้าวแข่งกันเป็นเด็กๆ หงโต้วไวกว่ากลืนข้าวคำโตลงท้องก่อนก็โดนสามีกรอกน้ำซุปลงคออีกช้อนนางก็รีบคีบข้าวใส่ปากตี้ฟั่นเทียนแล้วคีบผักยัดตามอีกสองคำแล้วคลี่ยิ้มสะใจใส่เขาเมื่อโดนขึงตาใส่

"..."เห็นนางยิ้มได้ใจของเขาก็เป็นสุขหนักหนาแล้ว แสร้งทำสีหน้าเหมือนคนแพ้แล้วคีบข้าวคีบปลาใส่ปากภรรยา แกล้งถอยให้นางมีความสุข...สำหรับคนเจ้าแผนการแล้ว ถือว่าเล็กน้อยมากนัก

ยามนั้นในห้องบรรทมของฮองเฮาปรากฏรอยยิ้มและความสุขของสามีภรรยาที่รักใคร่กันดูดดื่ม แม้จะเป็นเพียงการรับประทานอาหารร่วมกันแต่กลับให้ความสุขแก่คนทั้งสองยิ่งนัก

 

                สุขใจเพียงชั่วคืน...รุ่งสางความจริงกลับมาเยือน หงโต้วยิ้มเซียวให้กับบรรดาสาวงามที่ยกโขยงนำของล้ำค่ามากำนัลนางไม่หยุดหย่อน

"เปิ่นกงขอบใจทุกคนมากที่เป็นห่วง สองสามวันนี้คงไม่อาจดูแลเจ้าทั้งหลายได้ดีนัก..."หงโต้วที่นั่งเอนตัวอยู่บนเตียงพูดกับพระสนมทั้งหลายผ่านม่านผ้าแพรบางเบา พระสนมที่มาเยี่ยมสามารถเห็นเงาร่างนางได้ชัดเจนแต่ไม่สามารถเห็นสีหน้านางได้ถนัดตา

"ฮองเฮาโปรดวางพระทัย พวกหม่อมฉันสุขสบายดี ขอพระองค์ถนอมพระวรกาย"ได้ยินว่าฮองเฮาป่วยพวกนางดีใจแทบตาย หากนางผู้นี้ตายไปเสียได้จริงๆพวกนางคนหนึ่งจะยอมถือศีลหนึ่งปีไม่กินเนื้อสัตว์เลยทีเดียว ข่าวมาถึงหูฮองเฮาตั้งครรภ์ลูกแฝด!!! บ้านใครเมืองใครก็มีเรื่องเล่าทั้งนั้น อุ้มครรภ์ลูกแฝดถือว่าบิดาได้โชคสองชั้น แต่มารดากลับรับโทษสวรรค์ บ้านหนึ่งบ้านใดเกิดมารดาอุ้มครรภ์ลูกแฝดเหมือนเล่นพนันหัวก้อย พลิกไปทางดี...คลอดสำเร็จได้บุตรทีเดียวสองคน พลิกไปทางร้ายมารดาตาย บุตรคนใดคนหนึ่งจากจร โดยมากหากเด็กแข็งแรงดีสองคน...แม่เด็กก็มักจะตกเลือดตาย หากแม่เด็กรอด ลูกคนใดคนหนึ่งก็ต้องตาย

เช่นนั้นก็ขอให้ฮองเฮามีอันเป็นไปเถิด ตายตกไปเสียเถอะ ลูกของนาง...พวกเราจะละเว้น

"เม้ยเหม่ยทั้งหลายมีความสุข เปิ่นกง...ก็เบาใจ"ผู้มีอายุน้อยกว่าใครเรียกทุกคนเป็นน้องสาว เอนกายพิงหมอนพูดคุยกับเหล่าสนมไปก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างลูบครรภ์โตๆไปด้วย ร่างกายแม่อ่อนเพลีย...ห่วง...ก็เพียงแต่ลูก บัดนี้นางรับรู้แล้วว่าตนเองกำลังอุ้มท้องลูกถึงสองคน หากเป็นยุคอนาคตนี่คือเรื่องน่ายินดี แต่ในยุคโบราณนั้น...นี่คือการเสี่ยงชีวิตครั้งใหญ่

"..."พระสนมนับสิบแต่มิมีผู้ใดตอบคำ เอาแต่อมยิ้มที่มุมปาก แท้จริงในใจริษยา ฮองเฮาช่างร้ายกาจ นางลูบครรภ์ของนางเพื่อแสดงให้พวกนางรู้ใช่หรือไม่ว่ารัชทายาทอยู่ในท้องของนาง ที่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์แต่ยังไม่ตั้งไท่จื่อก็เพราะลูกในท้องนางใช่หรือไม่ นางลูบท้องให้ดู...เพื่อบอกใช่ไหมว่านางเหนือกว่า!!!

"สายแล้ว...เปิ่นกงเริ่มเหนื่อย คงต้องพักผ่อน ต้องเสียมารยาทกับพวกเจ้าแล้ว"คนท้องที่อารมณ์อ่อนไหวเอ่ยปากไล่เมียน้อยทั้งหลายไปให้พ้นลูกตา เบื่อนัก...ไม่อยากจะเห็น

"เช่นนั้นพวกหม่อมฉันทูลลาเพคะ ขอฮองเฮารักษาสุขภาพด้วย"พระสนมหลายลำดับขั้นย่อกายลงครึ่งตัว ทำท่าจะล่าถอยออกไปเป็นริ้วอย่างสวยงามแต่ทุกอย่างกลับสะดุดไปสิ้นเมื่อหนึ่งในพระสนมเหล่านั้นทรุดลงไปกองกับพื้นในนาทีนั้น

แล้ว!? อาเจียนออกมา

"เม้ยเหม่ย! เจ้าเป็นอะไร"

"พระสนมเจาเป็นอย่างไร!"พระสนมทั้งหลายร้องถามเสียงแหลมอย่างตระหนก แต่ผู้ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือจริงๆกลับเป็นนางกำนัล

"เกิดอะไรขึ้น!"ฮองเฮาที่ทำท่าจะเอนตัวพักผุดลุกขึ้นจากหมอน "เด็กๆยกม่าน!"

สิ้นเสียงคำสั่งม่านโปร่งก็ถูกยก แล้วสองเนตรของฮองเฮาก็ได้เห็นสตรีผู้บังอาจอาเจียนใส่ตำหนักทองของนางชัดถนัดตา หงโต้วหน้าซีดไปสามส่วนเมื่อสตรีผู้ที่เงยหน้าขึ้นมามองนางในจังหวะเดียวกันนั้นมีใบหน้าคล้ายกับนางถึงเจ็ดส่วน สนมเจาคือใคร เหตุใดนางจึงเพิ่งเห็นหญิงผู้นี้

นางถามตนเองอย่างงุนงง ทว่าหากนึกย้อนดูดีๆคุณหนูลั่วเจ้าอารมณ์ย่อมต้องตอบตนเองได้ว่าเป็นนางเองที่ไม่ใส่ใจมองนางสนมเหล่านี้ ไม่แม้จะสนใจจดสนใจจำว่าใครเป็นอย่างไร ที่จะจำได้แม่นก็เห็นจะมีแต่เหล่าพระชายารองที่ติดตามกันมาตั้งแต่ครั้งอยู่วังตะวันออก บัดนี้เมื่อมีหญิงแปลกหน้ามาอาเจียนตรงหน้านางจึงตกตะลึง เพิ่งจะรู้ว่าพระสวามีของตนนั้นมีนางสนมที่รูปร่างหน้าตาประพิมพ์ประพายกับตนเช่นนี้อยู่คนหนึ่ง

หลี่กุ้ยเฟยเห็นสีหน้าของฮองเฮาก็ลอบยิ้มทันที "เจาเฟยเป็นพระสนมคนโปรดของฝ่าบาท พวกเจ้าจงรีบตามหมอหลวงมาดูอาการเร็วเข้า!!!"ร้องสั่งอย่างร้อนใจ แต่แท้จริงแล้วพระมารดาขององค์ชายใหญ่มีแผนการลึกยิ่งกว่านั้น

"ฮองเฮา ทำให้พระองค์ตกใจหรือไม่เพคะ"หนี่กุ้ยเฟยรีบปรี่เข้าไปประคองมือของฮองเฮาที่เพิ่งจะลุกนั่งด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยพลางหันไปมองยังตัวต้นเหตุที่เพิ่งจะถูกประคองให้ลุกนั่ง

หงโต้วราวกับเส้นภาพเงาของตนเอง สตรีตรงหน้ามีใบหน้างดงามแม้มีส่วนคล้ายนางถึงเจ็ดส่วนแต่อีกสามส่วนที่นางมีก็งดงามเป็นเอกลักษณ์เสริมให้นางผู้นี้ดูงดงามน่าทะนุถนอมยิ่งนัก

"หม่อมฉันล่วงเกินฮองเฮา ขอทรงโปรดลงอาญาด้วยเพคะ"น้ำเสียงอ่อนหวานแฝงความอ่อนแอราวกับดอกไม้กลีบบางถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของพระสนมเจา

หงโต้วอาจจะไม่หายใจแล้วก็เป็นได้ มองหญิงที่หมอบเข่าเคารพนางทั้งที่เจ็บป่วยแล้วผู้เป็นฮองเฮาก็ส่งมือให้นางกำนัลส่วนตัวแสดงเจตนาที่จะลุกเดิน

"ตามสบายเถอะ พระสนม"ฮองเฮาอนุญาตเสียงเบาไร้เรี่ยวแรง ยามพยุงร่างลุกขึ้นเดินมีนางกำนัลอีกคนเข้ามาช่วยประคองเอวนอกเหนือจากหลี่เปี้ยนที่ช่วยประคองมือ

ท้องก็หนัก หลังก็ปวด บัดนี้เท้าก็มาบวม แต่อยากเห็นนางผู้นี้ชัดๆกับตาตนเอง สาวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าวแต่ใจอยากจะถอยหนี หงโต้วไม่อยากเห็น แต่คุณหนูลั่วอยากจะดู

"หมอหลวงมาแล้วพะย่ะค่ะ"ขันทีร่างสูงโก่งคอประกาศทั้งที่ตาจับจ้องตามการเคลื่อนไหวของฮองเฮาตาไม่กระพริบ ฮองเฮาในเวลานี้ดูอ่อนแอกว่าพระสนมที่ทรุดไปเมื่อครู่มากนัก หากถามว่าใครใกล้จะสลายหายไปนั้น ถ้ามองจากอำนาจที่มี...ต้องเป็นพระสนมแน่ที่ต้องหลบลี้ แต่หากมองด้วยตา รับความรู้สึกได้ชัดเจนก็จะได้คำตอบว่าผู้ที่กำลังจะสลายนั้นกลับเป็นฮองเฮาท้องแก่เสียมากกว่า แววตาของสตรีมีครรภ์ในยามนี้ฉายอารมณ์มากมายเหลือแสน

ในวังมีใครบ้างไม่รู้ว่าเจากุ้ยเหรินเป็นพระสนมที่ฮ่องเต้ทรงโปรดเป็นพิเศษ เรียกหานางบ่อยครั้ง ทุกคนรู้ดีว่าฮองเฮานั้นเป็นผู้ที่ฮ่องเต้ให้ความรักที่สุดในวังหลัง พระองค์รักใคร่นางมานานตั้งแต่ครั้งยังเป็นไท่จื่อ ฮองเฮาเป็นผู้ที่มีบุคลิกโดดเด่น นางงดงาม เฉลียวฉลาด หากแต่ก็เป็นหญิงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ กล้าพูดกล้าทำ และไม่กลัวเกรงสิ่งใด นางกำนัลที่เคยรับใช้ในวังตะวันออกมาก่อนกล้าสาบานกับพวกเขาว่าฮองเฮากล้าเถียงฮ่องเต้ วังหลังเต็มไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ หากเปรียบความงามและนิสัยดังเช่นดอกไม้ ฮองเฮาย่อมต้องเป็นดอกกุหลาบสีแดงชูหน้าแหลมและใบหยักสู้สุริยัน(ฮ่องเต้) ในขณะที่เจากุ้ยเหรินที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายฮองเฮานั้นก็ไม่แคล้วจะเป็นดอกมู่ตานที่อ่อนหวานชดช้อย บอบบาง ไม่อาจทนลม ไม่อาจทนฝน หากฮ่องเต้ปรารถนาฮองเฮาที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจ...นางอยู่ตำหนักหงส์ฟ้า หากฮ่องเต้ปรารถนาฮองเฮาที่อ่อนหวาน...นางอยู่ตำหนักหลันฮวา

หงโต้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้มองใบหน้าสตรีตรงหน้าแล้วเอ่ยปากว่า "เจ้า...ช่างมีใบหน้า...คล้ายข้านัก"

หมอหลวงตัวสั่น สตรีผู้ปักปิ่นหงส์ทองคาบมุกกลางศีรษะจะเป็นผู้ใดได้นอกจากฮองเฮา อยู่ใกล้นางหัวใจของเขาจวนจะวายอยู่รอมร่อ ทุกวันนี้ท่านหมอหลวงใหญ่ที่รักษาครรภ์นางอยู่แทบจะผูกคอตายวันละหลายๆคนก็ด้วยครรภ์ที่นางแบกมานั่งข้างๆเขานี่แหละ

"เป็นอย่างไรหมอหลวง"เห็นฮองเฮาสะเทือนใจเหรินกุ้ยเฟยก็ไม่ทิ้งโอกาสรีบโหมกระพือไฟให้ลุกโชน

"ฮองเฮาเพคะ...สุขภาพของพระองค์มิสู้ดี ไปพักเถอะเพคะ"เห็นอาการของเจ้านายหลี่เปี้ยนก็กังวลใจ ดูลักษณะของพระสนมเจาก็พอจะเดาได้ว่านางป่วยด้วยโรคอะไร สีหน้าของหมอหลวงบอกชัดอยู่แล้ว

"หมอหลวง..."ซุยกุ้ยเฟยช่วยเร่ง

"พระสนมเจา เป็นอย่างไร"เป็นฮองเฮาที่ไม่สนใจคำพูดของนางกำนัลข้างพระวรกาย เป็นนางที่เอ่ยปากถามหมอหลวง

"พระสนมเจา...ตั้งครรภ์พะย่ะค่ะ"

ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางหัว หงโต้วมองสตรีตรงหน้าแล้วค่อยๆแย้มยิ้มทั้งๆที่ในใจหลั่งเลือด "เปิ่นกง...ขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย"พูดไปหนึ่งประโยคก็ราวกับต้องเค้นลมหายใจทั้งชีวิตมาพูด "จงรักษาครรภ์ให้ดี"

"ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา"เจากุ้ยเหรินคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้สตรีผู้นั่งอยู่เหนือคน

"ยินดีด้วยเม้ยเหม่ย"เหล่าสนมพากันพูดแสดงความยินดีกับนางมิขาดปาก

"จัดหาเกี้ยวอ่อนส่งเจากุ้ยเหรินกลับตำหนักให้ด้วย"หงโต้วหันไปสั่งสวีเหม่ย ตำแหน่งกุ้ยเหรินนั้นต่ำนัก ต้องอาศัยผู้ที่เป็นใหญ่กว่าประทานให้ ในฐานะฮองเฮา...เป็นธุระนางที่ต้องส่งเสริมให้เมียน้อยอุ้มท้องโดยสวัสดิภาพ

"ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา"

หงโต้วลุกขึ้นหมุนกายตรงไปหาเตียง มือข้างหนึ่งยกขึ้นโบกไล่ "เปิ่นกงเหนื่อยมากแล้ว พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ"

"เพคะ หม่อมฉันทูลลา"ได้เรื่องยินดีหลายเรื่องพวกนางแทบจะร้องทูลลาเป็นเพลงประสานเสียง

สี่กุ้ยเฟยสะบัดริมฝีปากมองดูเจากุ้ยเหรินถูกประคองขึ้นเกี้ยวอ่อนพระราชทานจากฮองเฮากลับตำหนักด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ "เม้ยเหม่ยช่างเลือกจังหวะล้มได้ดีเหลือเกินนะ"

"หนี่กุ้ยเฟยอย่าได้กล่าวเช่นนั้น เจาเม้ยเหม่ยเป็นสตรีอ่อนแอ ไหนเลยจะมีปัญญามานั่งวางแผนให้ครรภ์ของฮองเฮากระเทือน"หลี่กุ้ยเฟยรู้ดีว่าเรื่องนี้นั้นแม้พวกตนจะเสียผลประโยชน์ แต่อย่างน้อยที่สุดเรื่องนี้ก็ไม่เสียเปล่า กระเทือนใจฮองเฮาได้ก็ต้องกระทบถึงทารกในครรภ์นั้นเป็นแน่ ครรภ์ที่เป็นอันตรายอยู่แล้วจะยิ่งทำอันตรายต่อนางเข้าไปใหญ่

"น้องเจา เข้าวังมาก็เป็นที่โปรดปราน นี่...เป็นเทียนจื่อตั้งใจมอบครรภ์มังกรให้เจ้า หรือเป็นฟ้าส่งเสริมเจ้ากันหนอ" ฮ่องเต้มิได้มีรับสั่งให้นางสนมคนใดได้รับการละเว้นจากการเสวยยาคุมกำเนิด แล้วจู่ๆเจากุ้ยเหรินจะตั้งท้องขึ้นมาได้อย่างไร งานนี้หากเป็นเพราะสวรรค์เข้าข้างนาง ขันทีที่ดูแลในเรื่องนี้ก็ต้องตายเป็นทิวแถว ทว่าหากเป็นเทียนจื่อประทานให้จริง...พวกนางก็ต้องรู้แล้วสิ เห็นที...เรื่องนี้คงสนุกมิใช่น้อย

"ตายจริง! ท้องฮองเฮานั้นเป็นฮ่องเต้ตั้งใจ แล้วของเม้ยเหม่ยนี่เล่า...หากได้มาด้วยเล่ห์กล แล้วมากระทบครรภ์ของฮองเฮาจนเกิดเหตุร้ายเข้า...จะเป็นเช่นไรหนอ"เหรินกุ้ยเฟยช่วยกระพือไฟ

จริงอยู่ว่าเจากุ้ยเหรินได้ยินทุกคำพูดของพวกนางทั้งสี่ แม้สีหน้าจะซีดขาวอยู่บ้างแต่กลับไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดโต้ตอบ ขึ้นเกี้ยวอ่อนได้ก็นิ่งเฉยให้เหล่ามหาดเล็กแบกจากไปเงียบๆ

กุ้ยเฟยทั้งสี่เห็นเจากุ้ยเหรินจากไปเช่นนั้นก็ได้แต่นึกสมน้ำหน้าผู้ที่จากไปอยู่ในใจ ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดนินทาฮองเฮาก็ต้องรีบกลืนคำพูดลงท้องเมื่อองค์ชายทั้งสี่ปรากฏตัวให้เห็น

"ท่านแม่..."องค์ชายทั้งสี่ประหลาดใจที่ยามสายเช่นนี้กลับมาพบมารดาของตนเองยืนอยู่หน้าตำหนักหงส์ฟ้าด้วยสีหน้าฉุนเฉียว

"นี่พวกเจ้ากำลังจะไปเยี่ยมฮองเฮากันหรือ"หลี่กุ้ยเฟยถามลูกชายพลางมองไปยังพี่น้องของเขาที่ตามกันมา

องค์ชายใหญ่พยักหน้า "พะย่ะค่ะ ลูกกำลังจะไปเยี่ยมนาง"

"เช่นนั้นก็รีบเข้าไปเถอะ เมื่อครู่เห็นว่าเหนื่อย ไม่รู้ว่านางยังจะต้อนรับพวกเจ้าหรือไม่"ซุยกุ้ยเฟย พระมารดาขององค์ชายสี่บอกกับลูกชายของนาง แม้จะชังฮองเฮาแต่ลึกๆก็ชอบใจที่แม้ฮองเฮาน้อยเจ้าเล่ห์ร้ายกาจแต่ก็เอ็นดูลูกชายของนางเสมอมา วันนี้ลูกชายจะไปเยี่ยมฮองเฮาจึงบอกให้เขารีบเข้าไป ยามคนๆนั้นป่วยไข้ก็ควรไปดูดำดูดีบ้าง

"พะย่ะค่ะ พวกข้ารู้ว่าเสด็จแม่ทรงประชวรก็รีบมาเข้าเฝ้า วันนี้นำผลไม้เปรี้ยวมาให้...หวังว่านางคงจะพอใจ"องค์ชายใหญ่ยกตะกร้าผลไม้เปรี้ยวที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยให้มารดาดู

หลี่หลิงอันเห็นสีหน้าภูมิใจของลูกชายก็รีบโบกมือไล่ให้คนเข้าไป คล้อยหลังองค์ชายทั้งสี่พระมารดาผู้ให้กำเนิดพากันหันไปมองแผ่นหลังของพวกเขาจนลับสายตาด้วยความรู้สึกเดียวกันคือ...อิจฉาฮองเฮาน้อยผู้นั้น

ลูกชาย...พวกนางเป็นคนคลอดแท้ๆ แต่ตามกฎมณเทียรบาลโอรสธิดาทุกคนของฮ่องเต้คือลูกของฮองเฮา คลอดแต่มารดาใดก็ต้องเรียกฮองเฮาเป็นเสด็จแม่ อยู่วังตะวันออกยังเรียกได้ว่าเป็นพระมารดาเอก...ชื่อบอกชัดว่าเป็นพระมารดาโดยตำแหน่งแต่งเข้ามา แต่ครั้นเข้าวังแล้วเป็นพวกนางต่างหาก...ที่ค่อยๆเลือนหาย กลับกลายเป็นสตรีที่นอนเอนกายบนแท่นนอนนั้นต่างหากที่จู่ๆก็มีลูกชายถึงสี่คนมาหนุนหลัง เป็นคนที่หากพวกเขากล่าวคำว่าเสด็จแม่...ทุกคนก็จะรู้ได้ในทันทีว่า เสด็จแม่ขององค์ชายนั้นก็คือฮองเฮา หากจะสาวถึงสายเลือดว่าใครให้กำเนิดนั้น...ค่อยเป็นพวกนาง แล้วมันยุติธรรมหรือ!!! สามีก็ถูกนางแย่ง ลูกชายก็ถูกนางชิง แล้วจะไม่ให้เกลียดชังนางผู้นั้นจนเข้ากระดูก...ได้หรือ!!!

 

                สตรีผู้นั้นสวมชุดกระโปรงสีขาวเรือนผมสยายยาวลู่ลม ท้องกลมที่นูนเด่นอยู่ภายใต้การโอบประคองของสองมือ ใบหน้างามผินมองไปนอกหน้าต่าง หากแต่ดวงตากลับจับจ้องไปบนฟ้า เหล่านางกำนัลหมอบอยู่กับพื้นพร่ำพูดอยู่ซ้ำๆด้วยเสียงตระหนก

"ฮองเฮาโปรดถนอมพระวรกาย"

หากแต่ดูคล้ายคำพูดซ้ำเหล่านั้นจะเข้าไม่ถึงหูผู้ที่ยืนแบกท้องแข็งอยู่กับที่ หลี่เปี้ยนคุกเข่าก็แล้วขอร้องก็แล้ว สวีเหม่ยยกเหตุผลนับพันมาชี้ชวนให้นางหมุนกายกลับไปพักที่เตียง ไม่เช่นนั้นก็นั่งบนเก้าอี้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ดูเหมือนยามนี้จิตใจของฮองเฮาจะปลิดปลิวไปไกลจนกู่ไม่กลับ คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันอย่างเสี่ยวอี้ก็ช่างกระไร ถึงขั้นนี้แล้วสักคำหนึ่งก็ไม่พูดเอาแต่ยืนหลั่งน้ำตา พาให้เจ้านายของพวกนางยิ่งไร้ชีวิตไปอีกเท่าตัว

หงโต้วยื่นมือออกไป สายลมก็หอบไอเย็นผ่าน จู่ๆน้ำตาสายหนึ่งก็ไหลลงมาจากดวงตาข้างซ้ายทั้งที่ตาขวามิยินยอม

"ผีเสื้อ...ตื่นแล้ว"เจ้าของคำพูดดึงมือของตนเองเข้ามาใกล้ มองที่ปลายนิ้วราวกับว่าบนมือของนางในเวลานี้มีผีเสื้อเกาะอยู่จริงๆ สองเนตรหลั่งน้ำตา สะบัดมือไปข้างหน้าแล้วฮองเฮาก็มองตามคล้ายว่ามีบางสิ่งได้บินจากไป

"เสด็จแม่พูดมีนัย"องค์ชายรองเดินไขว้มือเข้ามาอย่างถือวิสาสะนำพาเหล่าพี่น้องเข้าสู่ห้องรับรองของฮองเฮา ขันทีประกาศหน้าห้องถูกห้ามไว้มิให้ขานชื่อผู้มาเยือน

หงโต้วรีบปาดน้ำตาแล้วหันไปยิ้มให้พวกเขา "พวกเจ้ามาเยี่ยมข้าหรือ"นางถามเสียงเครือ

ตาของนางฉ่ำวาว สองแก้มชื้นน้ำตา ปลายจมูกแดง นางเศร้าแต่พยายามแย้มยิ้ม แต่ยิ่งยิ้มแบบนั้นกลับยิ่งน่าเศร้าเข้าไปอีกในสายตาสี่คู่ที่จับตาดู

"ถวายพระพรเสด็จแม่ ขอพระองค์ทรงถนอมพระวรกายด้วยเถิด"ประคองสองมือแล้วองค์ชายทั้งสี่ก็คุกเข่าลงไปพร้อมกัน

"ลุกขึ้นเถอะ"หงโต้วยอมให้หลี่เปี้ยนพยุงเดินไปนั่งบนเก้าอี้โดยมีองค์ชายตามมานั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆกัน โต๊ะกลมไม้แกะสลักแม้จะไม่โออ่า แต่ยามนั่งเช่นนี้กลับอบอุ่นนัก ใกล้ชิดเป็นที่สุด หงโต้วมองทุกใบหน้าของเหล่าองค์ชายแล้วน้ำตารื้น

"เสด็จแม่...เกิดอะไรขึ้น"องค์ชายใหญ่ทำอะไรไม่ถูก แต่ไหนแต่ไรมาสตรีตรงหน้าหลั่งน้ำตาไม่เป็น พวกเขาไม่เคยเห็นนางร้องไห้เลยสักครั้ง

"..."หงโต้วส่ายหน้า "พวกเจ้าไม่มาเยี่ยมข้านาน ลืมข้าแล้วใช่หรือไม่ ลืมว่าข้าถูกขังเหงาๆอยู่ในนี้"

"..."องค์ชายสามไม่ชอบพระมารดาที่กลบเกลื่อนทั้งที่หลักฐานคาตา เขาผุดลุกขึ้นแล้วหมุนตัวออกจากห้องโดยใช้มือขวาคว้าคอขันทีเคราะห์ร้ายคนหนึ่งติดมือไปด้วย ตึง! ได้ยินเสียงของหนักกระแทกผนังตามมาด้วยเสียงตวาดขององค์ชาย "เกิดอะไรขึ้นกับนาง!!!"

"องค์ชายสาม!"หงโต้วท้องโตลุกนั่งลำบาก ลูกเลี้ยงคนนี้ลงมือรวดเร็ว นางไม่ทันได้กระพริบตาเขาก็ลากคนไปแล้ว ยังไม่ทันอ้าปากห้ามเขาก็ตะคอกถาม...

ยังไม่ทันจะห้ามปราม องค์ชายสามก็กระแทกเท้าตึงๆเดินกลับมานั่งที่ "เพียงแค่กุ้ยเหรินชั้นต่ำตั้งท้องท่านก็กระเทือนแล้วหรือเสด็จแม่"

องค์ชายรองถึงกับบางอ้อ "อ่อ คงเป็นเจากุ้ยเหรินที่ร่ำลือกันว่ามีใบหน้าละม้ายเสด็จแม่นั่นน่ะสินะ" ผู้พูดเหยียดปากหมิ่นแคลน "ความโปรดปรานของนางเป็นที่คาดเดาได้ตั้งแต่ต้นแล้ว เจ้ากรมทหารม้าเจาเหลยสั่วมีลูกสาวถึงห้าคนแต่กลับส่งลูกสาวคนเล็กเข้าวังแทนลูกสาวคนโต ก็เพราะเจาหนิงเซียนผู้นี้มีใบหน้าคล้ายท่าน วิธีชั้นต่ำเช่นนี้ก็มีมาแต่ไหนแต่ไร สมัยรัชกาลก่อนเต๋อหวงกุ้ยเฟยก็เป็นที่โปรดปรานอย่างรวดเร็วนั่นก็เป็นเพราะนางมีใบหน้าละม้ายกับพระสนมเอกลั่วคนโปรดที่ล่วงลับของพระอัยยิกา นางเป็นที่โปรดปรานมาก...จนกระทั่งวันหนึ่งบ่าวไพร่เยินยอว่านางนั้นงดงามกว่าพระสนมเอกลั่ว พระสนมเอกนั้นเป็นเพียงขั้นบันไดของนาง เต๋อหวงกุ้ยเฟยในตอนนั้นไม่เพียงไม่ปฏิเสธแต่กลับลำพองกล่าวว่านี่เป็นวาสนาของนาง ใครจะคาดว่าความนี้จะเข้าถึงหูพระอัยยิกา ทรงสั่งให้เชิญภาพพระสนมเอกลั่วมาแล้วสั่งโบยเต๋อหวงกุ้ยเฟยต่อหน้าภาพนั้น นั่น...ถือเป็นจุดสิ้นสุดวาสนาของเต๋อหวงกุ้ยเฟย...เข้าสู่ตำหนักเย็น"

"ภายหลังพระอัยยิกาก็อวยยศย้อนหลังตั้งให้ลั่วกุ้ยเฟย เป็นลั่วฮองเฮา ย้ายพระศพของนางจากกลุ่มพระสนมเข้าสู่ห้องบรรทมมังกร รอเดินทางพร้อมพระอัยยิกา..."องค์ชายสี่ช่วยเสริมความ

องค์ชายรองมองใบหน้างามของพระมารดาเลี้ยงด้วยความรู้สึกทั้งรักและเป็นห่วง นางผู้นี้เป็นมารดาที่ดี เป็นพี่สาวที่ดี และเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุด แม้นางกำลังจะให้กำเนิดคู่แข่งคนสำคัญ แต่ใจครึ่งหนึ่งขององค์ชายรองนั้นแม้จะเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างไรก็อดมิได้ที่จะชอบสตรีผู้นี้ จนต้องเอ่ยปากเตือน "...หัวใจของผู้ครองแผ่นดิน แม้จะซับซ้อนซ่อนกล แต่แท้ที่จริงแล้วเบื้องลึกพระองค์ก็มีหัวใจ สตรีที่พระองค์จริงใจด้วยนั้น...ย่อมมี ฮ่องเต้เป็นบุรุษ...ย่อมต้องมีสตรีหนึ่งที่ได้ความรักที่แท้จริงจากพระองค์ไป เรื่องของพระอัยยิกาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า แม้จะมีของที่คล้ายกันมาทำให้พระองค์ทรงไขว้เขว แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง...พระองค์ก็จะรู้สติ แล้วทรงหันหลังให้นางเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย เพราะแท้ที่จริงแล้ว...พวกนางไร้ความหมายใด สตรีที่มีค่าต่อใจอย่างแท้จริงได้ตายไปแล้ว คนใหม่ที่ยืนอยู่ ที่ได้รับพระเมตตา...ก็เพราะบารมีสตรีผู้มีเงาทับซ้อน"

"แค่กุ้ยเหรินชั้นต่ำเพียงหนึ่งคน"องค์ชายสามแค่นเสียง "...ท่านถึงกับกล้าหลั่งน้ำตามากมายถึงเพียงนี้ ทำให้ครรภ์กระเทือน รู้หรือไม่จะมีอีกกี่ร้อยชีวิตต้องชดใช้!"นิ้วของเขากราดชี้ไปรอบตัว "หัวของพวกเขายังจะตั้งอยู่บนบ่าได้อีกหรือหากท่านร้องไห้จนล้มป่วย เสด็จแม่! หม่อมฉันขอบังอาจถาม ความเฉลียวฉลาดของพระองค์นั้น ทรงไปทำหล่นหายที่ไหน จื่อเฟยที่สั่งมัดพวกเราด้วยกันไปอยู่ที่ใด สาวอายุสิบสี่ที่กำราบคนทั้งวังตะวันออกจนอยู่มือนางหายไปไหน แล้วมนุษย์น้ำตาอ่อนแอตรงหน้า...มาจากที่ใด"

นางไม่โกรธที่ถูกลูกเลี้ยงตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่กลับยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ปริ่มขอบตาง่ายๆ "สตรี...หากไม่ร้องไห้ก็มิใช่สตรี ข้า...จากบ้านเมือง จากครอบครัวมาไกล มิเคยคาดเลยว่าจะโชคดีได้องค์ชายทั้งสี่มอบความจริงใจให้ข้า หงโต้วขอบคุณน้ำใจพวกเจ้าแล้ว"หงโต้วประคองมือแล้วก้มศีรษะลงให้พวกเขา

"เสด็จแม่!..."

"ไม่พบกันเพียงไม่กี่เดือน พวกเจ้าโตขึ้นมากจนกลับมาสั่งสอนข้าได้แล้ว"หงโต้วหลี่ยิ้มทั้งใบหน้าซีดเซียว ใต้ตามีเงาร่างแห่งความตรอมตรม "วันก่อนข้าเป็นห่วงพวกเจ้า ไม่นึกเลยว่าวันนี้พวกเจ้า...จะห่วงข้า"

"ไยเสด็จแม่จึงกล่าวเช่นนี้ พวกเราเป็นบุตร จะไม่กตัญญูต่อมารดาได้อย่างไร"องค์ชายสี่ให้เหตุผล ตามกฎพวกเขาทั้งหมดเป็นลูกของนางแต่เพียงผู้เดียว แม้ทุกคนจะมีมารดาผู้ให้กำเนิดแต่แท้ที่จริงแล้วพวกนางมิได้เลี้ยงดูใกล้ชิดพวกเขา เป็นพระพี่เลี้ยงต่างหากที่ดูแล จะอิงอำนาจมารดาวันใดจึงไปหานาง ร่ำเรียนอ่านเขียนอาจารย์ก็ได้สอนอยู่ทุกวันให้เคารพพระมารดาเอกดั่งมารดา บุตรเป็นของบิดา สตรีเดียวที่บิดาไหว้ฟ้าดินด้วยก็คือมารดาของพวกเขา หากมินับนางเป็นมารดาจะไปนับผู้ใดเป็นมารดา ฟ้าดินเทวารับรู้บิดาเจ้าสมรสกับผู้ใด หรือ...เจ้าจะเป็นลูกนอกสมรสไร้เกียรติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฮ่องเต้ทุกรัชกาลให้การเคารพไทเฮาเป็นอย่างดีแม้นางจะมิใช่มารดาโดยสายเลือด โบราณว่าบุตรต้องกตัญญูต่อมารดา หากฮ่องเต้ไม่กตัญญูต่อมารดาในใต้หล้าใครจะเคารพ ว่านหงโต้วก็เช่นกัน วันหน้าหากพวกเขาคนใดครองเมือง นางผู้เป็นเสด็จแม่ก็จะกลายเป็นไทเฮาวังตะวันออก ในขณะที่มารดาผู้ให้กำเนิดจะได้เป็นไทเฮาวังตะวันตก เห็นหรือไม่ ตะวันออก...เป็นของภรรยาเอกอยู่วันยังค่ำ ตะวันตกที่ไม่เจิดจรัสกลับถูกยกให้มารดาผู้อุ้มท้อง นี่แหละคือสิทธิ์ของผู้เป็นเอก

                แล้วนางจะร่ำไห้ไปทำไม สตรีชั้นต่ำนั่นนางจะให้ตาย...นางก็ต้องตาย นางไม่ให้เจากุ้ยเหรินคลอด...นางก็คลอดไม่ได้ อำนาจของฮองเฮาเปี่ยมล้นอยู่ในมือแท้ๆแต่สตรีผู้นี้กลับร่ำไห้ แล้วจะไม่ให้บุตรที่อำมหิตทั้งสี่ผิดหวัง...ได้หรือ

 "ท่านร้องไห้ มีหลายชีวิตต้องเดือดร้อน"องค์ชายใหญ่ออกปากเตือน "แม้ไม่สงสารตนเอง แต่ท่านก็เอ็นดูผู้อื่นเสมอมามิใช่หรือ น่ากลัวว่าป่านนี้เรื่องที่ท่านหลั่งน้ำตาเมื่อครู่คงไปถึงหู..."

"ฮ่องเต้เสด็จ!!!"องค์ชายใหญ่พูดยังไม่ทันจบประโยคขันทีก็ประกาศเสียงดังก้อง องค์ชายทั้งสี่รีบลุกออกจากเก้าอี้

"ถวายบังคมฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"นางกำนัลย่อตัวต้อนรับฮ่องเต้

ลูกชายทั้งสี่สะบัดชายผ้าไปทางขวาแล้วประคองสองมือย่อเข่าลงพื้นข้างหนึ่ง "ถวายคำนับเสด็จพ่อ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"

หงโต้วย่อเข่าลงช้าๆด้วยครรภ์อุ้ยอ้าย แม้อยากจะย่อกายให้นอบน้อม...แต่บุตรขัดขวางมิเอาด้วย "ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท ขอพระองค์..."

"ไม่ต้องมากพิธี"ผู้ครองแผ่นดินรั้งแขนฮองเฮาของพระองค์ไว้ก่อนจะหันไปสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นได้

หงโต้วถูกประคองนั่งลง นางพยายามผินใบหน้าทรุดโทรมของตนไปทางอื่นแต่กลับถูกคนผู้นั้นตรึงปลายคางบังคับให้นางหันหน้ามาให้เขาดู

ปัง!!! ฝ่าพระหัตใหญ่ตบโต๊ะดังปัง "บังอาจ!!! พวกเจ้าดูแลฮองเฮาอย่างไร!!!"

"นู๋ปี้(ผู้น้อย)ผิดไปแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดลงอาญา"นางกำนัลขันทีเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น องค์ชายทั้งสี่ย่อกายลงต่ำ

"ฝ่าบาท..."หงโต้วดึงแขนพระสวามี "หม่อมฉันมิได้เป็นอะไรเพคะ เพียงแค่อารมณ์อ่อนไหวจึงร้องไห้ออกมา มิได้เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย"พูดไปก็น้ำตาปริ่มจะไหลอีก

"ท้องหกเดือนไม่หวั่นไหว ท้องเจ็ดเดือนเพิ่งจะอยากร้องไห้เช่นนั้นหรือ!!! สวีเหม่ย!!!"ฮ่องเต้ตวาดเรียกผู้ที่สามารถเฉลยทุกสิ่งให้พระองค์กระจ่างแจ้ง ขันทีวังหงส์ฟ้าเพิ่งวิ่งไปรายงานพระองค์ถึงห้องทรงงานว่าถั่วภรรยาของพระองค์เอาแต่ยืนร่ำไห้ไม่ยอมนั่งนานถึงเป็นเวลาถึงสองเค่อ(30นาที) นางกำนัลขันทีจนปัญญาเกรงจะกระทบองค์ชายในท้องจึงเร่งมาตามพระองค์

"คือ..."สวีเหม่ยคันปาก ครั้นได้รับอนุญาตก็เตรียมจะพ่นคำพูดออกมา มิคาดว่ากลับถูกใครบางคน...

"หยุดนะสวีเหม่ย!!!"ฮองเฮาตวาดห้ามเด็ดขาดทั้งปากและตาก่อนจะรีบหันมาพูดกับพระสวามี "ฝ่าบาทเพคะ คนท้องอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ ปกติยิ่งเพคะ"นางพยายามยิ้มให้เป็นเรื่องตลก แต่สีหน้าของนางกลับเผยความทุกข์ใจชัดขึ้นโดยที่นางไม่รู้ตัว

สองขนงขมวดแน่น เมื่อเห็นถั่วภรรยาพยายามกลบเกลื่อนความทุกข์ ทรงตรัสถามนางด้วยน้ำเสียงดุทั้งที่กุมสองมือของนางไว้ "แปดชายาตั้งครรภ์ ไม่มีผู้ใดหัวเราะและร้องไห้อย่างไร้เหตุผล!"

หนึ่งประโยคของฮ่องเต้ล้อมกรอบทุกทางหนี หงโต้วคิดไม่ออกว่าจะแก้ต่างว่าอย่างไร อ้างว่าแปดเมียราวกับผลวิจัย นางเป็นเพียงหนึ่งกลีบกระเทียมจะเอาอันใดมาอ้างอิง

"เสด็จพ่อ เป็นเจากุ้ยเหรินจู่ๆก็มา บังเอิญ อาเจียนในตำหนักหงส์ฟ้าขณะมาเยี่ยมเสด็จแม่ หมอหลวงมาตรวจจึงพบว่า...นางตั้งครรภ์! เสด็จแม่ ที่อ่อนแอ อยู่แล้วพอได้ยินดังนั้นก็จัดเกี้ยวอ่อนส่งเจากุ้ยเหรินกลับตำหนัก หลังจากนั้นจู่ๆเสด็จแม่ก็ร้องไห้ไม่หยุดจนพวกกระหม่อมมาพะย่ะค่ะ"หงโต้วหูกางเป็นเรือใบ ตาเบิกกว้างหันขวับไปมองลูกเลี้ยงที่นางคิดว่าเป็นคนที่เปิดเผยที่สุดแก้ความอ่านสารอย่างร้ายกาจที่สุดให้พระบิดาฟังอย่างไม่อยากเชื่อหูเชื่อตา

องค์ชายสามแถลงความจริงให้พระบิดาฟังด้วยสีหน้ายุ่งยากลำบากใจ หากแต่ในใจกลับแสยะยิ้ม

"กุ้ยเหรินเป็นเพียงแต่นางสนมต่ำศักดิ์ร้อยวันพันปีเว้นจากเวลาที่ถวายงานเสด็จพ่อแล้วนางก็มิเคยกรายมาหาเสด็จแม่ มิได้มีความสนิมสนมอันใดเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าจู่ๆก็มาเยี่ยมเช่นนี้...คงนึกเป็นห่วงเสด็จแม่กระมัง"องค์ชายรองรีบโรยยาพิษตามน้องชายทันที ทำสีหน้าข้องใจสงสัยใส่พระบิดา

องค์ชายใหญ่สีหน้าเคร่งขรึมเหมือนผู้รู้ กล่าวด้วยน้ำเสียงแน่ใจว่า "น้องรอง เป็นได้ว่าเจากุ้ยเหรินคงรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ จึงอยากจะให้เสด็จแม่ปกป้อง จึงเลือกใช้วิธีนี้เปิดเผย..."

ลูกเลี้ยงของนางกำลังจะฆ่าคนใช่หรือไม่!? หงโต้วพลั่นพรึงเมื่อตระหนักถึงความสามารถอันกลมเกลียวและลื่นไหลของเหล่าองค์ชาย "ข้าเป็นฮองเฮา หากนางสนมต้องการให้ข้าปกป้องบุตรของสามี ก็เป็นหน้าที่ของข้าแล้ว"นางพยายามช่วยแก้ความ แต่ใครจะคาดเล่าว่าจะเดินตกหลุมที่เหล่าองค์ชายขุดเอาไว้ด้วยรู้นิสัยนางดี

"เฮอะ!..."องค์ชายสี่แค่นเสียงอย่างอดรนทนไม่ไหว ผุดหน้าขึ้นมาเถียงมารดาเลี้ยง "หากท่านแข็งแรงดีนี่ย่อมเป็นงานของท่าน แต่นี่ทั่วทั้งวังหลังมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบัดนี้ท่านอุ้มครรภ์แฝดเสี่ยงชีวิต ร่างกายอ่อนแอลมต้องแทบปลิว แดดโดนแทบจะมอดไหม้"คนพูดๆเสียจนนางอ่อนแอนัก หงโต้วแทบจะเป็นลมใส่องค์ชายสี่ที่ทำเป็นโต้แย้งนางด้วยกริยาแบบเด็กๆที่ไม่มีวันโกหก คำพูดโผงผางเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเคืองไร้เล่ห์กล สีหน้าสีตาเปิดเผยความไม่พอใจเต็มเปี่ยม นะ...นางอยากจะเป็นลมนัก มิรู้จะช่วยแก้ต่างให้หญิงอีกคนที่อุ้มท้องอย่างไรแล้ว "...นางเป็นถึงบุตรขุนนางย่อมตรองได้ว่าเสด็จแม่นั้นแค่จะดูแลตนเองยังทำไม่ได้ วังหลวงยังมีเสด็จพ่ออยู่! นางควรแจ้งเรื่องน่ายินดีนี้กับเสด็จพ่อจึงจะถูกควร!! หรือ...นางไม่เห็นเสด็จพ่ออยู่ในสายตา!!! จู่ๆมาล้มให้ท่านตกใจ ประกาศให้รู้ว่านางท้อง ท่านกระเทือนใจจนร่ำไห้หลายเค่อเช่นนี้ คงหวังให้เสด็จแม่แท้งบุตรเป็นแน่!!!"

เคร้ง!!!! ถ้วยชากาน้ำบนโต๊ะปลิวลงแตกเพล้งพล้างตามแรงปัดด้วยความไม่พอใจของฮ่องเต้ที่ได้ฟังความจากปากลูกๆอายุเจ็ดขวบของพระองค์ "จริงหรือไม่! สวีเหม่ย!!"

โอย องค์ชายทรงสานมาถึงขั้นนี้สวีเหม่ยมิกล้าทำให้เสียของ นางกำนัลผู้ดุร้ายรีบย่อกายทำหน้าลำบากใจ "เจากุ้ยเหรินนั้นปกติมิได้ไปมาหาสู่กับฮองเฮาเพคะ จู่ๆวันนี้นางก็มาเยี่ยมฮองเฮาแล้วบังเอิญอาเจียนกลางห้องนี้เองเพคะ หมอหลวงวินิจฉัยว่านางตั้งครรภ์ ฮองเฮาทรงเมตตารีบให้คนจัดเกี้ยวอ่อนแบกนางกลับตำหนักไปรักษาครรภ์ ภายหลังจู่ๆฮองเฮาก็ยืนเหม่อลอยเอาแต่ร่ำไห้ แต่หม่อมฉันคิดว่าที่ฮองเฮาทรงเสียพระทัยคงไม่เกี่ยวกับเจากุ้ยเหรินหรอกจริงไหมเจ้าคะฮองเฮา"

หงโต้วอยากตายท้องกลม เอาหัวโขกเสาให้ตายไปเลยหลังจากดูละครฉากใหญ่ของเหล่าคนใกล้ชิดที่ตีบทแตก หันไปมองสามีเห็นสีหน้าเขาเข้มขึ้นแววตาฉายความแค้นเคืองชัดเจนนางก็ร่ำๆอยากจะบ้าเอา อารมณ์ที่อยากจะร้องไห้หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของเหล่าองค์ชายที่เรียกนางเป็นเสด็จแม่ทุกคำ นี่...พวกเขาปกป้องแม่ด้วยวิธีนี้รึ

"ว่าอย่างไรน้องหญิง"ฮ่องเต้ไม่สนใจคำเรียกขานอีกต่อไปเมื่อชีวิตของฮองเฮาตกอยู่ในอันตราย "ที่เจ้าร่ำไห้เพราะสะเทือนใจใช่หรือไม่"

ดียิ่งนัก ลูกก็ช่างยุ บ่าวก็ช่างแสนดี สามีก็ดันยุขึ้นง่ายๆ งานนี้จะให้นางตอบว่ากระไร ตอบว่าใช่...ใครอีกคนก็ต้องเดือดร้อน หากตอบว่าไม่ใช่...พวกเขาก็จะเหมาว่านางปกป้องคนอยู่ดี ไม่ว่าจะตอบอย่างไรเส้นทางที่เหล่าองค์ชายปูให้เจากุ้ยเหรินเดินก็มีแต่คำว่า...ผิด!!!

ประเสริฐยิ่งแล้วมีลูกเลี้ยงเช่นนี้!!!

"หลี่เปี้ยนตรวจอาการฮองเฮา!"นางไม่ตอบฮ่องเต้ก็จะให้ร่างกายนางตอบ

หงโต้วหน้าซีดแล้วซีดอีกสมองโง่ๆเดินงมหาทางออกสะเปะสะปะเหมือนคนตาบอด นางชักมือหนีไม่ยินยอมพระสวามีกลับตรึงข้อศอกนางส่งแขนให้หลี่เปี้ยนง่ายๆ

"เอ่อ...จริงๆพวกเจ้าก็กังวลเกินไป...คิดมากไป"คนงามพยายามส่งสายตาปรามลูกเลี้ยงให้พวกเขาหยุดปากได้แล้ว "เจา..."

"ฮองเฮาเส้นชีพจรสับสน อารมณ์มิคงที่ เส้นเลือดติดขัดขนาดนี้คงจะปวดอกแล้วใช่หรือไม่เพคะ"หลี่เปี้ยนเอ่ยแทรกคำแก้ต่างของเจ้านายสาว "จิตใจของพระองค์ไม่สงบ เส้นชีพของทารกในครรภ์จึงปรวนแปรไปด้วย มิดีกับสุขภาพเลยนะเพคะ ยิ่งทรงอ่อนแอเท่าใด นั่นก็เท่ากับว่ายามให้กำเนิดพระองค์ก็ต้องเสี่ยงอันตรายมากขึ้น"ผู้พูดละปลายนิ้วจากข้อมือขาว "หม่อมฉันขอร้องฮองเฮา ทารกสองคนนี้หากพระองค์จะคลอดโดยปลอดภัยจะต้องมีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดจึงจะปลอดภัยทั้งแม่และลูก หาไม่...หากแม่อ่อนแอ..."หลี่เปี้ยนหันไปหาฮ่องเต้แล้วกล่าวอย่างหนักแน่นว่า "...เราจะรักษาชีวิตของฮองเฮาไว้มิได้เพคะ"

ราวกับมีมือใหญ่มาคว้าลมหายใจของทุกคนไปในชั่วอึดใจนั้น ฮองเฮาจะต้องถึงตาย! หากร่างกายนางอ่อนแอไปกว่านี้

"ข้ามิได้อนุญาตให้เจากุ้ยเหรินอุ้มครรภ์มังกร ไยนางจึงตั้งท้องขึ้นมาได้!!!"หวงช่าง(ฮ่องเต้)พิโรธนัก "หลี่กงกง เจ้าจงไปตรวจสอบว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดของผู้ใด!!"

หากขันทีฝ่ายควบคุมเป็นฝ่ายทำพลาดงานนี้ตามกฎก็คือ...ตายอย่างทรมาน!!! บังอาจทำให้ของที่ไม่ควรเกิดได้ถือกำเนิด บังอาจทำให้คนที่กำลังจะได้กำเนิดต้องตกใจ บังอาจทำให้ฮองเฮาต้องเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น บังอาจยิ่งนัก!!!

"ขอพระองค์ทรงเมตตาเจากุ้ยเหรินเป็นที่โปรดปราน เมื่อนางตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วก็คงเป็นลิขิตสวรรค์ นางละม้ายหม่อมฉันถึงเพียงนั้น..."หงโต้วพูดไปแล้วก็เหนื่อย มองลูกเลี้ยงทีแล้วมองสามีนิ่งนาน สองมือกุมหัตเขานิ่ง "ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันมีคำขอ..."

"เจ้าต้องการสิ่งใด"ตี้ฟั่นเทียนถามให้แน่ชัดว่าภรรยาต้องการสิ่งใด

"สุขภาพหม่อมฉันมิสู้ดีเพคะ ภายในวังหลังมีสิ่งที่ทำให้จิตใจหม่อมฉันอ่อนไหวมากมาย หม่อมฉันจึงอยากประทานอนุญาตพระองค์ ขอออกไปพักผ่อนนอกวังได้หรือไม่เพคะ"

อย่างไม่ต้องคิดเลย "ไม่ได้! แต่โบราณมาแต่งเข้าวังหลวงเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว จะออกนอกวังโดยไม่มีเหตุจำเป็นมิได้! โดยเฉพาะฮองเฮายิ่งไม่ได้!! ยิ่งเจ้าท้องก็ยิ่งไม่ได้!!!"ฮ่องเต้ตวาดเสียงกร้าว เหล่าข้าราชบริพารตลอดจนองค์ชายพากันทรุกเข่าลงหมอบกับพื้น ทั่วทั้งตำหนักมีเพียงคนขวัญสูงเทียมฟ้าท้องโตเท่านั้นที่ยังอาจหาญเถียงกับผู้ครองแผ่นดินอย่างไม่รู้จักเกรงไม่รู้จักกลัว

หงโต้วไม่ยอมแพ้เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว "ไม่มีเหตุจำเป็นได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันเจ็บป่วยจนแทบจะไร้แรงอยู่แล้วไยพระองค์ไม่ให้หม่อมฉันออกไปพักใจบ้าง!!! หม่อมฉันอาจจะตายเมื่อใดก็ได้นะเพคะ!!!"

"เจ้าจะไม่ตายฮองเฮา!!! หากเจ้ากล้าตาย...หมอหลวงนางกำนัลทั้งหมดของเจ้าก็ต้องตายด้วย!!!"

"ฮ่องเต้!!!"นี่เขาขู่นางหรือ "หม่อมฉันขอร้องพระองค์...ขอออกไปคลอดลูกนอกวังนะเพคะ"หงโต้วขอร้องเขาทั้งน้ำตา "ได้หรือไม่เพคะ"กอดแขนพระสวามีแล้วร่ำไห้เป็นเด็กๆ

"ไม่ได้!!!"

"ฝ่าบาท!!!"

"ไม่ได้!!!"ฮ่องเต้ให้คำตอบ

"ท่านพี่..."

"ไม่ได้!!!"พระองค์ยืนยันคำเดิม

 

                ตามบันทึกประวัติศาสตร์แคว้นฉิน ปีเหวินที่หนึ่งว่านฮองเฮาทรงครรภ์ ไม่กินไม่นอนและไม่ดื่มจนล้มป่วยหนัก ฮ่องเต้ประทานอนุญาตให้ฮองเฮาออกไปพักผ่อนนอกวังเพื่อรักษาสุขภาพและครรภ์ของนาง ในปีเดียวนั้นเองมีการลงโทษขันทีฝ่ายควบคุมฯที่ทำงานพลาด ทำให้ครรภ์มังกรถือกำเนิดโดยมิได้รับอนุญาต รับโทษถลกหนังทั้งเป็น...เป็นบทลงโทษที่น่ากลัวที่สุด โทษของการรับสินบนหนักหนานัก เหล่านางกำนัลและขันทีในวังต่างเข้มงวดอยู่ในกฎในระเบียบมากขึ้นอีกเป็นเท่าทวี ลือกันว่าเดิมทีโทษตายนั้นมิทรมานถึงถลกหนัง หากแต่เพราะการกระทำของพวกขันทีเหล่านั้นทำให้ครรภ์ของฮองเฮาเกิดการกระทบกระเทือนจนเป็นเหตุให้ฮองเฮาต้องไปรักษาตัวนอกวังฮ่องเต้จึงกริ้วหนัก ผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างได้รับผลร้ายไปกันถ้วนหน้า เจากุ้ยเหริน...โฉมงามที่โชคดีได้อุ้มครรภ์มังกรโดยมิคาดฝัน อุ้มท้ององค์ชายได้สี่เดือนก็เกิดอุบัติเหตุแท้งขึ้นมา ฮ่องเต้ทรงกริ้วนักที่นางไม่สามารถรักษาครรภ์เอาไว้ได้จึงสั่งลดตำแหน่งนางจากกุ้ยเหรินไปสองระดับชั้น กลายเป็นสนมระดับต่ำสุด..เป็นเจาต้าอิ้ง ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำของทุกคน

ขันทีเก่าแก่ในวังจำได้แต่เพียงว่าปีนั้นเคยมีพระสนมคนโปรดชื่อเจากุ้ยเหริน นางเป็นที่โปรดปรานมาก แต่กลับโง่เขลาเอาท้องของตนเองไปโอ้อวดฮองเฮาที่ตั้งครรภ์แฝดอยู่ จนองค์ชายในท้องของฮองเฮากระทบกระเทือน ที่สุดเจากุ้ยเหรินก็เคราะห์ร้ายแท้งลูก ตำแหน่งลด กลายเป็นสนมปลายแถวที่ไม่มีวันได้เห็นฮ่องเต้อีกตลอดกาล ถึงเจากุ้ยเหรินจะโง่แต่นางก็มีความชอบ กล่าวคือนางได้ทำให้ทุกคนรู้ชัดว่าองค์ชายทั้งสี่นั้นยืนข้างฮองเฮา หากใครคิดจะทำร้ายฮองเฮาต้องระวังองค์ชายทั้งสี่ เช่นเดียวกับที่หลายปีต่อมาใครจะทำร้ายองค์ชายทั้งสี่...ต้องระวังฮองเฮา

เจากุ้ยเหรินหนอเจากุ้ยเหริน เป็นกุ้ยเหรินดีๆไม่ชอบ แอ่นท้องไปหาเคราะห์แท้ๆ หากอยู่ดีๆก็จะเป็นที่โปรดปรานไปอีกนานแล้วแท้ๆ อาศัยใบหน้าที่ละม้ายฮองเฮารับเอาความโปรดปราน แล้วใช้นิสัยที่อ่อนนุ่มว่าง่ายกว่าเอาใจฮ่องเต้ หากไม่ไปหาเรื่องฮองเฮาป่านนี้ คงมีเจาหวงกุ้ยเฟย(พระอัครเทวีเจา เป็นรองฮองเฮาคนเดียว)ให้ได้คุกเข่าให้แล้ว โง่แท้ๆ เป็นเงาดีๆมิชอบ สาระแนลุกขึ้นมาสู้แสง เป็นอย่างไรเล่า!!!

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 54 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 58 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 22 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 11 ) Vote
ลุ้นๆ
( 31 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 15 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 21 ) Vote
COMMENTS
sasisand5900
16 ต.ค. 2559 / 13:46
สงสารถั่วน้อย ค่ะ ฮ่องเต้ เห็นแก่ตัวมาก
kwanrak
06 มี.ค. 2559 / 21:23
แก่งแย่งกันเหลือเกิน
แก่นแก้ว
06 ก.พ. 2559 / 15:04
รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ไรเตอร์ไปอยู่หนใดหน๋อ รีดคิดถึงเหลือเกินนนนน
ภัท
30 ม.ค. 2559 / 09:48
จะตรุษจีนแล้วนะ รู้ยัง
shikimate
28 ม.ค. 2559 / 02:54
ส่งสัยถั่วผีเสื้อคือตอนจบ...ภาคแรกใช่ไหมคะ เพราะไรท์เงียบบบ...ยาว5555
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 31 ตอน
โดย : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนคนชม : 407,491 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. บทนำ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ว่านหงโต้ว

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ถั่วฮองเฮา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ถั่ววางแผน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ถั่วหาเรื่อง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ถั่วสำนึก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ถั่วยั่วยวน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ถั่วภรรยา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ถั่วเมียเอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ถั่วแม่เลี้ยง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ถั่วระเบิด

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ถั่วที่รัก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 13. ถั่วหางแหลม

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 14. ถั่วเจริญ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 15. ถั่วลวง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 16. ถั่วน้องหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 17. ถั่วสมหวัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 18. ถั่ววังตะวันออก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 19. ถั่วแตก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 20. ถั่วร้องไห้

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 21. ถั่วอารมณ์

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 22. ถั่วผีเสื้อ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 23. ถั่วแล้งใจ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 24. ถั่วข่าวร้าย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 25. ถั่วอำลา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 26. ถั่วงอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 27. ถั่วลูกหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 28. ถั่วองค์ชาย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 29. ถั่วนกฉิน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 30. ถั่วชัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 31. ถั่วคะนึง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required