HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
ว่านฮองเฮา
นักเขียน : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนผู้เข้าชม : 409,027 ครั้ง
ถั่วแตก

                                พ้นหน้าร้อนเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงพระอาการประชวรของฮ่องเต้ไม่ดีขึ้น ตี้ฟั่นเทียนทำหน้าที่ว่าราชการแทนพระบิดาทุกวันและค้างคืนในวังหลวงบ่อยขึ้น หงโต้วเองก็จำเป็นต้องเดินทางเข้าออกฝ่ายในอยู่บ่อยๆเพื่อช่วยพระมารดาของพระสวามีดูแลฮ่องเต้และต้องกลับไปดูแลความเรียบร้อยที่วังตะวันออก

"ชายาถั่ว..."น้ำเสียงแหบแห้งของคนป่วยเรียกภรรยาของบุตรชาย ใบหน้าที่เคยเปี่ยมอำนาจวันนี้กลับมีรอยยับย่นมากขึ้นจนน่ากลัว ราศีที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กลับถูกฉาบไว้ด้วยความเหนื่อยล้า

หงโต้วที่นั่งโงกตัวอยู่บนเก้าอี้สะดุ้งลืมตาตื่นหันไปตามเสียง เห็นพระสนมอู๋พระมารดาของตี้ฟั่นเทียนเดินไปหาเจ้าของเสียงนั่นแล้ว ฮ่องเต้ถูกนางกำนัลช่วยประคองตัวขึ้นนั่ง สองเนตรของพระองค์ทอดมองลูกสะใภ้ที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยแววตาปราณีกว่าเมื่อก่อนมาก ชั่วระยะที่ประชวรมาสามเดือนนี้การได้อยู่ใกล้กับลูกสะใภ้ถั่วน่าชังทำให้พระองค์อดไม่ได้ที่จะเอ็นดู เป็นหญิง...หากนางเป็นลูกหญิงของพระองค์ นางจะทำให้พระองค์มีความสุขขนาดไหน เสียดายที่พบกันช้าไป แต่งนางมาเป็นสะใภ้ช้าไป นับตั้งแต่เดินทางลงใต้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าพระองค์อีกครั้งนางผู้นี้ก็ได้เติบใหญ่เป็นสตรีเต็มตัว มิใช่เด็กดื้อที่ไม่อ่อนน้อมต้องสั่งให้อุ้มกระถาง ความโปรดปรานจากสามีทำให้นางกลับกลายเป็นสตรีที่งามเกินงามมีเสน่ห์จนเกินกว่าที่ใครจะคาด เมื่อเกือบปีที่แล้วได้ยินว่านางสามารถลงมือวางยาไท่จื่อได้เพราะอาศัยการร่ายรำยั่วยวนจนสามารถเข้าใกล้บุตรชายที่ไม่หลงใหลในสตรีเพศของพระองค์ได้ พระองค์ก็ได้แต่เฝ้าสงสัยว่าสตรีผู้อ้างตนว่างามปานนางจิ้งจอกจะงามล่มเมืองขนาดไหน ใครจะคาดเล่าว่าผู้ที่พระองค์มีบัญชาเจรจากึ่งข่มขู่มาแต่งให้บุตรชายกลับกลายเป็นเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง พระองค์พิโรธและผิดหวัง ยิ่งได้ยินข่าวจากสายลับในวังตะวันออกว่าไท่จื่อจับจื่อเฟยอายุสิบสี่กินเรียบร้อยคนเป็นบิดาก็แทบกระอักเลือด ถึงกับกินลงไปทั้งที่นางยังเป็นเด็กน้อยไร้รสชาติ...นั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีแล้วว่าบุตรชายหลงใหลนางผู้นี้เพียงใด ครั้นพบกันครั้งแรกในห้องทรงงานนางยังก่อเรื่องให้พระองค์พิโรธอีกจึงสั่งลงโทษนางไป จนกระทั่งมาพบกันอีกครั้งเมื่อพระองค์ล้มหมอนนอนเสื่อ เด็กน่าชังนี่ก็กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่ง นางช่างพูดช่างเล่าทำให้พระองค์เบิกบานใจจนแทบนึกว่านางเป็นองค์หญิงของพระองค์เสียด้วยซ้ำ ล้มป่วยคราวนี้มีแต่ความทุกข์ทรมานกายใจใครจะคาดว่าพระองค์จะได้ลูกหญิง!

"เสด็จพ่อ...ทรงตื่นแล้ว"หงโต้วคลี่ยิ้มหวานให้ "เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ทรงอยากทานอะไรบ้างหรือไม่เพคะ"

ฮ่องเต้ชรามองแววตาจริงใจนั้นแล้วส่ายหน้า สายตาเลื่อนจากใบหน้างามล้ำลงมาที่ท้องของนาง "...เมื่อไหร่จะมีข่าวดี ข้า...อยากเห็นองค์ชายของเจ้าก่อนตาย"พระองค์ถามคำถามเดิมซ้ำๆทุกสามวันเจ็ดวัน จิตใจทุกขณะจิตอยากจะได้เห็น อยากจะได้อุ้มชูทารกน้อยๆที่เป็นสายเลือดของลูกสะใภ้ถั่วและบุตรชาย

"ฝ่าบาท!"พระสนมอู๋ที่นั่งอยู่ข้างกายรีบทรุดตัวลงคุกเข่า "ขอพระองค์ทรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงประชา อย่าได้ตรัสเช่นนั้นเลยเพคะ"

คนเป็นลูกสะใภ้เห็นแม่สามีลงไปคุกเข่านางที่ยืนอยู่อีกข้างก็ทรุดตัวลงเช่นกัน "เสด็จพ่อโปรดเมตตา หม่อมฉันไร้ความสามารถ สมควรตายหมื่นครั้งหมื่นๆครั้ง"

คนป่วยหัวเราะฮ่าๆ รู้สึกขบขันจริงๆเมื่อได้ฟังคำพูดของหงโต้ว "หมิงเอ๋อร์เจ้าลุกขึ้นเถิด"ทรงรับสั่งให้พระสนมอู๋ลุกขึ้นก่อนจะทอดสายพระเนตรลงไปหาอีกคนที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น "เจ้า...ก็ลุกเถิด" อยู่ใกล้ๆกันมาสักระยะพระองค์ก็ได้รู้ว่านังเด็กคนนี้เป็นคนกล้า ขวัญสูงเทียมฟ้า ปากว่ากลัวแต่แท้จริงแล้วในใจกลับไม่เคยสั่นไหว ครั้นวันนี้ได้ยินนางออกปากว่าจะตายเป็นหมื่นครั้งพระองค์จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ "...ครั้งหน้าหากออกปากว่าจะตายเป็นหมื่นครั้งช่วยทำเสียงให้หวั่นกลัวหน่อย และทำกายให้สั่นมากๆหน่อย คงจะดีขึ้น"ตรัสแนะนำแล้วก็หัวเราะขำเมื่อเห็นสีหน้างอๆของลูกสะใภ้เต็มสองตา ฮ่าๆ อยู่วังหลวงพบเจอแต่สตรียิ้มแย้ม ได้อยู่กับลูกสะใภ้เจ้าเล่ห์เป็นจิ้งจอกห่มหนังกระต่ายมาอยู่เป็นเพื่อนในวาระสุดท้ายนับว่าฟ้าปราณีแล้ว

"...ฝ่าบาทเพคะ อีกสักครู่หม่อมฉันจะให้คนตั้งพระกระยาหารให้ดีหรือไม่เพคะ"อู๋หมิงอี้เองก็เอ็นดูลูกสะใภ้ เห็นนางหน้างอก็เผลออมยิ้มตาม ในวังหลังจะหาใครสักคนกล้าชักสีหน้ากล้าหน้างอหน้าง้ำต่อหน้าฮ่องเต้นั้นแทบจะไม่มี แม้แต่นางเองก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะกล้า

"เอาตามนั้นก็ได้อ้ายเฟย(สนมที่รัก)"ฮ่องเต้ชราหันไปอมยิ้มอ่อนโยนให้กับพระสนมที่อายุห่างจากพระองค์ถึงยี่สิบปี

"เพคะ"พระสนมอู๋ยิ้มหวานแล้วรีบลุกไปกำกับนางกำนัลให้ไปจัดตั้งสำรับอาหารให้พระสวามีด้วยตนเอง ทิ้งลูกสะใภ้เอาไว้เพราะรู้ดีว่านางช่วยให้พระสวามียิ้มแย้มได้ หงโต้วเป็นเหมือนองค์หญิงที่ฮ่องเต้ฝันอยากจะมี...อยากจะมีสักคนที่ดื้อด้านจัดการยาก เอาแต่ใจทำให้วังหลังปั่นป่วน อู๋หมิงอี้ก็เพิ่งจะรู้ความในใจของพระองค์เมื่อไม่นานมานี้เอง นางก็ได้แต่หัวเราะในใจ พระองค์ดุราวกับเสือ องค์หญิงทั้งสิบห้าย่อมไม่มีใครกล้าดื้อด้านต่อปากต่อคำกับพระองค์ ชาตินี้ต่อให้มีองค์หญิงเกินร้อยคนก็คาดว่าจะไม่มีใครเป็นดังลูกสะใภ้ได้หรอก

หงโต้วลุกขึ้นยืนปากยื่นเล็กน้อยเพราะโดนหาว่าแสดงไม่แนบเนียน เห็นพ่อสามีกวักมือให้เข้าไปใกล้นางก็พารองเท้าส้นกระถางเดินเข้าไปหา แล้วสบสายตาค้นคว้าของชายชราอย่างไม่สะทกสะท้าน ก็...ไม่มีอะไรจะปิดบังอยู่แล้วนี่ สันดานนางพระองค์ก็รู้แจ้ง

"เมื่อไหร่เจ้าจะมีองค์ชายกันหือ ลูกชายข้าให้เจ้าปรนนิบัติรับใช้อยู่ทุกคืนมิใช่หรือ"คนที่อยากจะเป็นปู่เอ่ยปากถามตรงๆเหมือนบิดาสอบถามความกับบุตรสาวมากกว่าที่จะถามไถ่กับลูกสะใภ้ แม้พระองค์จะป่วยจนต้องนอนติดเตียงแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องราวอะไรที่อยากจะรู้

คนฟังหน้าแดง นางอยากจะเอ่ยปากด่า ก็มิใช่เพราะพระโอรสของพระองค์ใช้แต่นางหรือ นางจึงง่วงหงาวหาวนอนอยู่แบบนี้ในตอนกลางวันให้พระองค์เห็นอยู่บ่อยๆ ปากอยากจะด่าแต่สายตากลับเห็นความทุกข์กังวลของคนตรงหน้า ยามเอ่ยปากตอบน้ำเสียงของนางจึงอ่อนลงมาก

"เหตุใดเสด็จพ่อจึงอยากเห็นลูกของหม่อมฉันนักเล่าเพคะ...พระองค์มีพระนัดดาอยู่ตั้งหลายคน เรียกพวกเขามาดูยังจะง่ายเสียกว่า"หงโต้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง หยิบกาน้ำชามารินแล้วส่งถ้วยชาร้อนๆให้พ่อสามี

มองดูกริยาง่ายๆไร้พิธีริตองของนาง ใจของฮ่องเต้ชราก็เอ็นดูนางยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องหมอบต้องกราบมาถวาย ไม่ต้องกลัวไม่ต้องเกรงกันมากมาย แค่การกระทำง่ายๆก็บอกได้ชัดๆอยู่แล้วว่านางนั้นจริงใจต่อพระองค์เพียงใด เคยคิดว่าลูกชายนั้นโง่เขลาไปหลงติดใจเด็กน้อยไร้ค่าผู้หนึ่งจนถึงกับคุกเข่าเพื่อขอให้นางได้นั่งเป็นจื่อเฟยทั้งๆที่พระองค์ยืนยันจะแต่งนางให้ไท่จื่อ...แต่จะตั้งให้เป็นเพียงพระชายารองเท่านั้น บอกกับบุตรชายว่าอันคำทำนายนั้นพระองค์ก็สนใจแต่ที่แน่ใจยิ่งกว่าคำทำนายนั้นคือใจของไท่จื่อ...พระองค์แน่ใจยิ่งว่าบุตรชายมีใจปฏิพัทธ์ต่อสตรีผู้นั้น ใครจะคาดว่าเจ้าลูกไม่รักดีไม่เพียงไม่ปฏิเสธแต่กลับคุกเข่าร้องขอตำแหน่งจื่อเฟยให้นาง...ก็ด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงชังลูกสะใภ้คนนี้ตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าค่าตาว่านางงามปานนางฟ้านางสวรรค์จากวิมานไหนลูกชายจึงหลงใหลจนถึงกับต้องคุกเข่า กล่าวคำเดียวว่าไม่อาจแต่งนางเป็นพระชายารอง ส่งทูตเจรจาต้องแต่งนางมาเป็นจื่อเฟยเท่านั้น วันนี้พระองค์กลับเปลี่ยนใจนึกดีพระทัยแทนลูกชายที่ได้คนเช่นนี้ไว้ครอบครอง วังหลวงกว้างใหญ่ฝ่ายในซับซ้อนซ่อนกลหากได้คนเช่นนี้เป็นผู้เคียงใจยังจะต้องกลัวอะไรอีกเล่า

"...เราเพียงแต่อยากจะเห็นบุตรตามคำทำนายของนักพรตเซียน"ยิ่งได้จางหัวจื่อที่มองราศีคนแม่นยำจนน่ากลัวเพราะองค์ก็ใคร่จะได้เห็นพระนัดดาทั้งสามนัก แต่น่าเสียดายที่พระองค์รู้ตัวดีว่าคงจะฝืนอยู่ได้ไม่นานด้วยสังขารชราเช่นนี้เกรงว่าคงทันได้เห็นแค่พระนัดดาคนแรกจากจื่อเฟย

หงโต้วยิ้มขำหัวเราะไม่มีเสียง สองตาหยียิ้มโค้งน่ารัก แต่คำพูดกลับไม่น่ารักเช่นหน้าตา "เสด็จพ่อเพคะ นั่นเป็นเพียงอุบายของไท่จื่อเพคะ เขาอยากแต่งกับหม่อมฉันจึงยกเรื่องนี้มาทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยแล้วช่วยเหลือเขาก็เท่านั้น ในโลกใบนี้หากทุกสิ่งเป็นเช่นคำทำนายทุกอย่าง บ้านเมืองคงสงบมิใช่น้อย เราคงไม่ต้องรบกันเพราะให้โหรทำนายก็รู้ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ใครจะคลอดไท่จื่อ ได้เสนาบดี ได้จอมทัพ ก็ให้โหรดูราศีมารดา...ไม่ต้องแต่พระชายาตั้งนางสนมมากมายให้วุ่นวาย ถ้าทุกอย่างถูกจัดสรรมาอย่างลงตัวขนาดนั้นได้แล้วพวกเราที่เหลืออยู่มากมายนี่เล่าเกิดมาเพื่ออะไรกันเพคะ เกิดมาเพื่อเฝ้าดูผู้อื่นได้ในสิ่งที่เราถูกผู้อื่นตัดสินว่าเราไม่ได้อย่างนั้นหรือเพคะ เราไม่มีสิทธิ์จะต่อสู้แย่งชิงในสิ่งที่อยากได้เลยแม้แต่น้อยหากตั้งแต่ลืมตาดูโลกหมอดูก็ชี้หน้าแล้วบอกว่า...เจ้าแพ้"   

ผู้ครองแผ่นดินส่ายศีรษะช้าๆสองสามครั้งมุมปากยกสูง มองลูกสะใภ้ด้วยแววตาพอใจอย่างประหลาดทั้งๆที่ถูกนางยอกย้อนขัดใจ "เรื่องไท่จื่ออ้างคำทำนายนั้นข้าย่อมรู้ดี แต่คำทำนายของนักพรตเซียนก็ไม่เคยผิดพลาดเช่นกัน เพียงแต่ในวันนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจจะแต่งเจ้าเป็นจื่อเฟย...แต่เป็นพระสวามีของเจ้าร้องขอมันให้กับเจ้าเอง"ฮ่องเต้ตรัสความจริงให้ลูกสะใภ้ฟังก่อนจะถอนหายใจยาว มองหญิงสาวตรงหน้า "คำทำนายก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเจ้าเป็นคนเช่นนี้ ฉลาดเฉลียวคิดอ่านมองการณ์ไกลไม่ว่าเจ้าจะคลอดองค์ชายได้เมื่อใด เด็กคนนั้นย่อมเจริญรอยตามเจ้าและบุตรของข้า หลานของข้าถ้าเฉลียวฉลาดปานนั้นแล้วไม่ขึ้นเป็นไท่จื่อเพื่อรอสืบราชบัลลังก์ ข้า...ก็เกรงว่าเขาจะอายุสั้นเพราะเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้นั่งครองบัลลังก์แทนแล้ว"ทรงถอนพระทัยยาวกล่าวเสียงหนักแน่นจริงจัง "ลูกสะใภ้...เจ้าจงตรองให้ดี จะช่วยบุตรให้เป็นไท่จื่อ หรือจะทำเป็นวางเฉย...ให้บุตรของเจ้าถูกฆ่าในวันหลัง จะมีใครปล่อยให้เสือร้ายอยู่ใกล้"

ใช่แล้วมารดาเป็นเสือจะออกบุตรเป็นกระต่ายได้อย่างไร ต่อให้นางไม่ชิงดีฉุดรั้งบุตรให้ไว้อย่างไรก็ไม่อาจฝืนลิขิตฟ้าได้ ผู้เป็นฮ่องเต้ย่อมมองการณ์ไกล เห็นนางมาสามเดือน ได้ฟังความคิดอ่านนางเสมอมีหรือจะเดาไม่ได้...มารดาเฉียบแหลมบุตรหรือจะเบาปัญญา หากนางไม่ส่งเสริมบุตรชายก็เท่ากับรับดาบมาประหารลูกด้วยตัวเอง เพราะไม่มีใครปล่อยให้ลูกเสือเติบโตมาทำร้ายตนเองได้

"..."นั่นคือสิ่งที่นางไม่ได้คาดเอาไว้ จริงสินะ ต่อให้นางหลีกทางให้เหล่าองค์ชายขึ้นครองราชย์ได้ แล้วพวกเขาจะละเว้นลูกๆของนางหรือ ฮ่องเต้ชราเพิ่งทำให้นางเห็นภาพชัด...ปล่อยลูกเสือให้เติบใหญ่เป็นภัยร้ายไม่สู้ตัดไฟฆ่าเสียก็ดีกว่า ลูกของนางยากแล้วที่จะรอด เช่นนั้น...

ก็ไม่ต้องมีเลยซะจะดีกว่า!!! ไม่ทุกข์ใจ ไม่ยุ่งยาก เรือนกายก็งามพริ้งเช่นเดิม คนงามคลี่ยิ้มหาทางออกง่ายๆให้ตนเองได้แทบจะทันที หาได้ปวดเศียรเวียนเกล้าดังที่พ่อสามีคาดการณ์

 

"ฝ่าบาทเพคะ...พระกระยาหารพร้อมแล้วเพคะ"พระสนมอู๋เดินคลี่ยิ้มกลับเข้ามาหาพระสวามี ขันทีช่วยกันประคองฮ่องเต้ลุกขึ้นแล้วพยุงออกเดินไปนั่งยังเก้าอี้ หงโต้วเดินตามหลัง ในขณะที่เหล่านางกำนัลทยอยนำอาหารมาวางลงบนโต๊ะแล้วเปิดฝาครอบออกให้ไอร้อนๆพุ่งพวยออกมาส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

กลิ่นอาหารทำให้ใครบางคนผงะจนแทบจะเรียกได้ว่าสะดุ้ง หัวคิ้วขมวดมุ่นคว้าผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูกแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเพราะเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเองร่างบนรองเท้าส้นกระถางก็ทรุดตัวล้มลงกับพื้นโก่งคออาเจียนออกมาทันทีท่ามกลางเสียงหวีดร้องของเหล่านางกำนัล

ผู้ชรามิได้พิโรธที่ลูกสะใภ้เสียกริยาแต่หรี่ตามองอาการของนางแล้วหันไปถามพระสนมข้างตัวด้วยสายตา เห็นนางพยักหน้าให้ก็บัญชาให้ตามหมอหลวง

หงโต้วอาเจียนไม่หยุดร่างทั้งร่างแทบทรงตัวไม่ได้ ท้องไส้ของนางคอยแต่จะบิดตัวม้วนเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมา สองขมับปวดตึง กลางหัวขมวดเป็นก้อน แต่กลางใจ...กลับรู้คำตอบ ระยะนี้นางง่วงนอนบ่อย ตอนนี้กลับมาอาเจียนเพราะเหม็นอาหาร... มานึกๆดูแล้วระดูก็ขาดมาถึงสองเดือนแล้วด้วยซ้ำแต่เพราะนางมัวแต่ยุ่งวุ่นวายจึงมิได้ใส่ใจนึกถึง คิดว่าคงจะเป็นโรคที่คนสมัยปัจจุบันกล่าวกันทั่วว่าเครียดจัดจนระดูเคลื่อน กำลังจะมานึกได้ก็ตอนนี้เองว่ามันยังมี...อีกสาเหตุหนึ่งก็ตอนที่อาเจียน รู้คำตอบแล้วหน้าที่ซีดอยู่แล้วก็ยิ่งซีดขาวเข้าไปอีก

นางท้อง!!! คุณหนูลั่วกรีดร้องให้คำตอบกระทืบร้องเท้าส้นสูงรัวๆอย่างโมโห

เพี้ยะ!!! และนั่นคือปฏิกิริยาแรกที่หงโต้ตอบรับเมื่อหลี่เปี้ยนพยายามพยุงร่างนางขึ้น นางกำนัลกึ่งหมอสาวถูกตบอย่างแรงจนหน้าหัน หลี่เปี้ยนตกตะลึงแต่สบแววตาโกรธเกรี้ยวนั้นเข้าก็ก้มตัวลงหมอบกับพื้นก้มหน้าลงต่ำแทบจะทันที แม้จะไม่รู้เหตุผลแห่งการกระทำของหญิงตรงหน้าเลยก็ตาม แต่เมื่อนางเป็นนาย...นางย่อมมีสิทธิ์กระทำการใดๆก็ได้ทั้งนั้น

"หม่อมฉันล่วงเกินจื่อเฟย ขอทรงโปรดลงโทษเพคะ"

คนงามมองคนพูดสองตาแดงก่ำวาวด้วยหยาดน้ำ รับน้ำชาจากนางกำนัลข้างตัวมาบ้วนปากแล้วปัดผ้าผืนเล็กที่กำลังจะถูกนำมาเช็ดปากให้ทิ้งไปอย่างคนที่ไม่อาจคลายอารมณ์ลงได้ นางโกรธจนหากสามารถพ่นไฟออกมาจากปากได้คงเผาวังทั้งวังให้วอดวายไม่เหลือซาก

"หมอหลวงไป๋มาแล้วพะย่ะค่ะ"

"ให้เขาเข้ามา"คนที่นั่งมองพฤติกรรมของลูกสะใภ้เงียบๆออกปากสั่งการ "ตรวจอาการจื่อเฟย"

หงโต้วส่งมือให้นางกำนัลแปลกหน้าช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดขาวพยายามยิ้มแย้มกล่าวกับพ่อสามีว่า "เสด็จพ่อเพคะ หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ เมื่อเช้าหม่อมฉันกินอาหารไม่ใคร่ดีจึงอาเจียนออกมาเพคะ..."

"ประคองนางนั่ง ให้หมอหลวงตรวจ"ผู้ชราสั่งเด็ดขาดดังนั้นแม้ลูกสะใภ้จะไม่อยากตรวจก็ไม่อาจฝืนจำต้องถูกบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้ แขนเล็กถูกเลิกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยโดยนางกำนัลแล้วประคองแขนขาวส่งให้หมอหลวงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเพราะพระชายาเอกนั่งอยู่บนเก้าอี้

ตุบๆ ตุบๆ หงโต้วหน้าซีดขาวตาเบิกโพลงได้ยินเสียงตุบถี่ๆจากปลายนิ้วที่กดบนข้อมือของนาง หมอวัยกลางคนขมวดคิ้วก่อนจะละมือจากข้อมือของสตรีสูงศักดิ์แล้วหันไปถวายรายงานด้วยเสียงชัดเจนว่า...

"ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ หม่อมฉันขอแสดงความยินดีด้วย พระองค์กำลังจะได้พระนัดดาพะย่ะค่ะ จื่อเฟยได้ตั้งครรภ์มังกรได้สองถึงสามเดือนแล้วพะย่ะค่ะ"

สิ้นเสียงของหมอหลวงไป๋ หงโต้วก็ถึงกับช็อกจนตัวชาหัวสมองหมุนคว้างสิ้นสติไปทันทีท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของทุกคน ร่างแบบบางถูกนางกำนัลข้างตัวช่วยกันประคองไว้ในทันควัน นาง...นางยังหวังว่านางจะคิดมากไปเอง ยัง...ยังคิดว่าเป็นเพราะนางเคร่งเครียดเกินไประดูจึงขาด แต่หมอหลวง...กลับทำลายความหวังของนางจนสิ้น มีหรือนางยังจะทรงตัวอยู่ได้อีกเมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างนาง!!!

ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้จื่อเฟยพักรักษาตัวอยู่ในวัง ผดุงครรภ์ไว้จนกว่าจะคลอดอย่างปลอดภัย โปรดให้พำนักในตำหนักฝ่ายหน้าเป็นกรณีพิเศษมีนางกำนัลขันทีรับใช้12คน มอบหมายให้ฮองเฮาเป็นผู้รักษาครรภ์!!! (สมัยโบราณพระสนมหรือคนสำคัญตั้งครรภ์จะต้องตั้งผู้เป็นใหญ่ฝ่ายในรักษาครรภ์ นั่นหมายความว่าครรภ์นี้จะปลอดภัยหรือไม่ผู้ได้รับหน้าที่รักษาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยมากจึงนิยมตั้งฮองเฮาหรือพระสนมเอกเป็นผู้รักษาครรภ์เพื่ออิงอำนาจในการรักษาตัวรอด อีกทางหนึ่งก็เป็นการป้องกันภัยของผู้ตั้งครรภ์จากตัวผู้รักษาเอง ในกรณีของหงโต้วเป็นด้วยฮ่องเต้ต้องการรักษาพระนัดดาองค์นี้ไว้จึงไม่อยากให้นางแบกครรภ์กลับไปเสี่ยงที่วังตะวันออก จึงใช้ฮองเฮาเป็นตัวกันอีกชั้นหนึ่ง หากนางอยู่...ให้ฮองเฮาดูแล หากนางกลับ...ให้บารมีฮองเฮาคุ้มครอง หากนางแท้งทำให้ฮองเฮาถูกตำหนิต้องเสียหน้าเชื่อว่าพระชายารองทั้งหลายคงไม่เป็นสุขแน่ นี่คือพระเมตตาจากฮ่องเต้)

 

                ทราบความจากขันทีร่างสูงใหญ่ก็เร่งร้อนมาพบภรรยาในทันที งานราชการในช่วงบ่ายถูกยกเลิกไปด้วยกิจสำคัญอื่น ตี้ฟั่นเทียนดีใจจนแทบระงับรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้ นางตั้งครรภ์แล้ว!!! เฝ้ารอมาถึงหกเดือนในที่สุดนางก็ท้องแล้ว!!! ไท่จื่อของแผ่นดินดีใจแต่สิ่งที่ปรากฏหน้าตำหนักกลับทำให้ดวงใจที่พองโตของพระองค์หดตัวลงอย่างรวดเร็ว รอยแดงเป็นเปื้อนบนหน้าของนางกำนัลสำคัญอย่างหลี่เปี้ยนเป็นหลักฐานฟ้องอารมณ์ของถั่วภรรยาได้ดียิ่งกว่าสิ่งใด คนเหนือคนย่อมรู้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบอก เขาย่อมรู้ว่าเป็นฝีมือภรรยา แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ใช่คนที่ชอบใช้กำลัง เรื่องทำร้ายสาวใช้นั้น ไม่เคยเกิดขึ้น หากวันนี้คนสนิทถึงกับถูกตบ...อารมณ์ของภรรยาคงน่ากลัวไม่น้อย

ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ...เขารู้ดีว่าทำไมจึงเป็นหลี่เปี้ยน...ที่ถูกตบ

"ลำบากเจ้าแล้ว"ไท่จื่อรับสั่งกับอดีตคุณหนูใหญ่ตระกูลแพทย์

หลี่เปี้ยนย่อกายถวายคำนับ ใบหน้าก้มต่ำ สองตามองพื้น "หม่อมฉันยินดีเพคะ" ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้นางล้วนแต่รู้ผลล่วงหน้ามาก่อนแล้วทั้งนั้น เพียงแต่...นางไม่คาดจริงๆว่าหญิงผู้นั้นจะไม่อยากตั้งครรภ์ถึงเพียงนี้ ทั้งสีหน้าทั้งอารมณ์ของจื่อเฟยที่ว่าร้ายแล้ว ยังไม่อาจเทียบกับแววตากล่าวหาที่มองตัวนางเหมือนจะตะโกนใส่ว่า ทรยศ!!!

"ไท่จื่อเพคะ ขอพระองค์โปรดเย็นพระทัยเอาไว้ ตอนนี้จื่อเฟยยังตกใจ...ยังไม่ควรพบ"นางกำนัลที่ถูกไล่ออกมาออกันอยู่ข้างนอกต่างพากันกล่าวต้อนรับการมาของไท่จื่อ คงมีแต่สวีเหม่ยที่ไม่สนใจเคารพผู้เป็นนายแต่กลับรีบออกปากเตือนถึงอารมณ์ไม่ปกติของนายสาว

ตี้ฟั่นเทียนละความสนใจจากหลี่เปี้ยนหันมารับข้อมูลของภรรยาจากนางกำนัลอีกคน เก็บทุกรายละเอียดเพื่อการเผชิญหน้าและรับมือที่เหมาะสมที่สุด สำหรับ...หญิงตั้งครรภ์

"นางเป็นอย่างไร"สวีเหม่ยไหวพริบดี จะไม่ฟังคำนางก็ไม่ได้ตี้ฟั่นเทียนจึงหยุดคุยกับนางสองสามประโยค "นางโมโหจนถึงกับทำลายข้าวของหรือไม่"

คนเอ่ยปากเตือนส่ายศีรษะหน้าเครียด "หามิได้เพคะ เพียงแต่นางเอาแต่นิ่งเงียบเพคะ สั่งเพียงแต่ให้ทุกคนออกไปให้พ้นหน้านางเท่านั้น พวกเราไม่เคยเห็นจื่อเฟยเป็นเช่นนี้กลัวนางจะโกรธจนกระเทือนองค์ชายจึงรีบออกมา...ไม่กล้าขัดขืนเพคะ"

ตี้ฟั่นเทียนได้ฟังดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนักใจด้วยรู้ดีว่า คนเรายามโมโหโกรธานั้น...หากได้ระบายโทสะออกมาบ้าง สิ่งที่อยู่ในใจย่อมเบาบางลง ไม่มากก็น้อย ทว่า...ภรรยาถั่วกลับเอาแต่นิ่งเงียบเช่นนั้น

คิดไปก็แก้ไขสิ่งใดไม่ได้ตี้ฟั่นเทียนจึงผลักประตูตรงหน้าหมายจะเข้าไปภายใน แต่กลับต้องขมวดคิ้วทันทีที่พบว่าประตูนั้นได้ถูกลั่นดาลเอาไว้

"จื่อเฟย เปิดประตูให้ข้า"ต่อหน้านางกำนัลและขันทีวังหน้า ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์ทองยืนตัวตรงไขว้สองมือไว้ด้านหลัง ออกคำสั่งให้พระชายาเอกเปิดประตูให้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ได้รับความนอบน้อมจากภรรยาเป็นความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าดุกระด้างก็หันไปหาเหล่านางรับใช้ทั้งหลายพลางโบกมือไล่ให้พวกเขาถอยไปให้ห่าง สวีเหม่ยรู้งานรีบช่วยจัดการไล่ต้อนพวกสอดรู้ให้ห่างออกไปอีก ด้วยรับใช้จื่อเฟยมาระยะหนึ่งจึงรู้ดีว่ายามนางขุ่นเคืองนั้น มารยาทก็จมหาย กริยาก็วอดวาย มีแต่อารมณ์ร้ายๆที่ระเบิดเปรี้ยงปร้างเหมือนฟ้าในวันพายุ ไท่จื่ออยู่เหนือคนใต้หล้านางยังกล้าตะคอก กล้าเถียง กล้าลงมือทำร้าย แล้วยังจะมีอะไรให้จื่อเฟยต้องเกรงอีก มีแต่ตัวนางกำนัลอย่างนางนี่แหละที่ต้องกลัวผู้อื่นจะได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควร

สตรีผู้มีสติปัญญาดีไล่นางกำนัลและขันทีไปจนสิ้นแล้วก็เท้ามือทั้งสองกับสะโพก เป่าปากถอนหายเฮือกยาวแล้วหันไปมองยังเบื้องหลัง นางอ้าปากค้างตื่นตะลึง เห็นไท่จื่อใช้ปลายเท้ากระแทกบานประตูอย่างไร้กริยาของผู้ครองแผ่นดิน ดูคล้าย...อันธพาลที่กำลังจะไปหาเรื่องกับคู่อริมากกว่า สวีเหม่ยหุบปากหันกลับไปช่วยดูต้นทางโดยหลี่เปี้ยนยืนไร้ชีวิตมาเกินครึ่งวันโดยไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ

 

                "น้องหญิง"เรียกไปคำหนึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นแจกันใบย่อมที่ปลิวมาหา ตี้ฟั่นเทียนพลิ้วกายหลบอย่างคล่องแคล่ว แลเห็นคนงามยืนมองเขาด้วยสองตาที่แทบจะลุกเป็นไฟ สองไหล่บางสั่นระริกตามแรงโทสะ สองมือกำหมัดแน่นสั่นไหว นางหายใจแรงคล้ายว่าจะหายใจออกและหายใจไม่ออกในคราวเดียวกัน สัญลักษณ์ของความเป็นผู้ดีปลิวไปนอนเค้เก้อยู่กับพื้น หงโต้วยืนบนพื้นด้วยเท้าที่หุ้มเพียงถุงเท้าแพรขาวบางๆเท่านั้น เห็นสามีหลบแจกันพ้นก็ก้มลงคว้ารองเท้าส้นกระถางที่สลัดทิ้งไว้บนพื้นปาใส่เขาอย่างเกรี้ยวกราด

"..."ตี้ฟั่นเทียนเครียดกับสิ่งที่เป็นอยู่แต่กลับอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเบาๆ เมื่อคิดได้ว่าบนโลกใบนี้จะมีหญิงใดกล้าปารองเท้าใส่รัชทายาทของแผ่นดินนั้น...คงไม่มี อย่าว่าแต่หญิงเลย ต่อให้เป็นชายก็คงไม่มีใครกล้าเช่นกัน หากจะมีก็คงจะมีแต่สตรีที่ไม่รู้ว่าสูงแผ่นดินต่ำตรงหน้านี้เท่านั้นที่กล้าทำเช่นนี้ได้โดยไม่สะทกสะท้าน มีเพียงนางเท่านั้น...น้องหญิงถั่ว

"ท่าน!!!"เห็นเขาขยับตัวหลบได้อย่างว่องไวคนที่ออกแรงสูญเปล่าก็ยิ่งโมโหหนักขึ้น ชี้นิ้วตะคอกสามีพลางจะก้มลงหยิบรองเท้าอีกข้างก็พลันถูกคนตัวใหญ่ปราดเข้ามาคว้าเอวรัดเอาไว้แน่น "ปล่อยข้านะ!!! เจ้าเต่าฉิน!!!"อารมณ์โมโหก็ไม่ได้ระบาย มีแค้นก็มิได้ชำระ นาทีนี้วิญญาณคุณหนูลั่วจึงเข้าสวมร่างนางเข้าเต็มตัว สูบทุกแรงพยาบาทขึ้นมาแล้วดิ้นพลาดไม่ยอมแพ้ มีปากก็แหกร้อง มีมือก็ดิ้นรน มีขาก็เตะถีบ รองเท้าส้นกระถางในมือแกว่งไกว สามีให้ช่องตรงไหนก็ทุบตรงนั้น

"น้องหญิง!!!"คนที่ตอนแรกใจเย็นบัดนี้ก็เริ่มมีโทสะจนหน้าดำหน้าแดง เมื่อภรรยาเอาแต่กรีดร้องจนหัวหูเขาอื้ออึงไปหมด จับได้แขน ขาก็เตะถีบ รวบได้ขา มือก็ตะกุย ครั้นจับมือข้างนั้นได้ก็โดนส้นรองเท้าของนางทุบอีก จะรัดแรงๆก็กลัวกระเทือนบุตร เอาไปเอามาตอนนี้หูชักจะอื้อ ผมเผ้าเริ่มรุ่ยเพราะมือเกเรคว้าดึง ทึ้งเอาเส้นผมชนิดไม่กลัวจะได้สามีหัวล้าน

"เจ้าเต่าเลว!!!"คนไม่กลัวตายบริภาษเสียงแหลม ทึ้งเส้นผมสามีสุดแรงจนได้ผมเขามาหลายกระจุก แว่วเสียงคำรามอย่างมีโทสะจากเขาแต่นางก็ไม่กลัว นางโมโหจนเกินว่าจะสนใจสิ่งใดอีก กางสองมือได้ก็คว้าเส้นผมของเขาอีก หมายจะถอนทิ้งให้สิ้นทั้งหัวให้สมกับสิ่งที่เขากระทำลงไป นางจะแก้แค้น!!! "เจ้าคนหลอกลวง!!! เจ้าคนโกหก!!! เจ้าเต่าชั่วร้าย!!!"

ตี้ฟั่นเทียนสถบเสียงออกมาอย่างสิ้นความอดทน ละมือจากขาของภรรยามาคว้ามือเล็กไว้ได้ก็ถูกเท้าเล็กกระแทกเหยียบบนปลายนิ้วเท้าเต็มแรงในทันควัน

"..."รัชทายาทแคว้นฉินรวบสูงมือเล็กบางร้ายกาจทั้งคู่ไว้ในมือมองซ้ายมองขวาแล้วลากตัวภรรยาให้ปลิวตามมาด้วยโทสะ ถึงตั่งนอนก็กระชากเอาเชือกไหมยาวที่รวบม่านมารัดไว้รอบมือของหงโต้วไว้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่านางจะดิ้นรนหรือกรีดร้องอย่างไรก็ไม่อาจหนีจากเงื้อมมือของสามีไปได้ ที่สุดสองมือจึงถูกพันธนาการ เห็นเขาเอื้อมมือไปหาเชือกอีกเส้นที่ผูกม่านอีกข้างของเตียงคุณหนูลั่วที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงยามตกเป็นรองก็นึกรู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร

"ท่านคิดจะทำอะไร!!!"มือเล็กๆสองข้างตกอยู่ในอุ้งมือเดียว หนีก็หนีไม่ได้นางจึงกระชากมือตัวเองพยายามจะดิ้นให้หลุดจากมือของเขาพร้อมๆกับที่กรีดเสียงแหลมแหวใส่เจ้าคนเลวที่บังอาจทำให้นางตั้งท้องขึ้นมาอย่างไม่มีการรักษามารยาท

"..."ตี้ฟั่นเทียนไม่ตอบหากแต่ปรายตามองเจ้าเสียงเพียงชั่วระยะธูปติดไฟ เห็นรองเท้าข้างนั้นยังอยู่ในมือนางก็กระชากออกมาแล้วปาทิ้งไป กระแทกฝาห้องดังปัง! หงโต้วสะท้านเยือกโทสะลดลงทันทีครึ่งนึงเมื่อรับรู้ได้จากเสียงกระแทกเมื่อครู่ว่าสามีของนางเองก็ชักจะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ใคร่ปกติแล้วเช่นกัน เห็นนางตกใจไท่จื่อก็พ่นลมหายใจแล้วใช้มือข้างที่ว่างกระชากเอาเชือกผูกม่านออกมาตามที่มาดหมายเอาไว้

"ท่าน!!!"คุณหนูลั่วปากสั่น นึกรู้ทีเดียวว่าที่ๆเขาจะใช้เชือกมัดเอาไว้นั้นจะเป็นที่ใด นาง...นางไม่อยากจะมีสภาพน่าอเนจอนาถถึงเพียงนั้น "ท่านจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ!!!"

"..."ตี้ฟั่นเทียนตอบรับคำพูดของนางด้วยการรั้งคนตัวเล็กเข้ามาสู่อ้อมแขน อุ้มนางขึ้นนั่งบนตักแกร่งในขณะที่ตัวเขาโน้มตัวลงไปจัดการกับสองขาที่ดิ้นรนหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อถูกคนตัวเล็กใช้มือที่ถูกมัดเข้าด้วยกันทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ดังนั้นยามเขาผุดกายขึ้นมา ความที่โมโหนางจึงไม่สนใจจะระวังหลีกหลบนางเช่นเมื่อครู่ ผุดขึ้นมาตรงๆคนที่กระหน่ำทุบอยู่บนตัวจึงหงายผลึ่งไปข้างหลังทันที

หัวกระแทกบุรองนอนจนเครื่องประดับบนศีรษะพากันส่ายไหว ไอ้ที่มีขายาวเสียบลึกก็ยังอยู่ดี แต่อีที่ขาสั้นๆนั้นสิพากันกระฉอกออกมาอยากจะหนีไปจากหายนะนี้ด้วยกันทั้งสิ้น คง...จะมีแต่เจ้าของเรือนผมกระมังที่ยังไม่รู้จักกลัวตาย นางยังถลึงตาใส่สามีที่มองตามมาแล้วกรีดร้องเสียงแหลมเหมือนหญิงวิกลจริตเช่นนั้น

กรี๊ดดดด คุณหนูลั่วสุดจะทน!!!

ร่างของนางหยัดโค้งดุจสะพาน...ข้ามไปปรโลก แผ่นหลังและศีรษะติดกับเบาะเตียง ในขณะที่สะโพกเกยสูงอยู่บนตักของสามี สองขาลู่ไปเบื้องล่าง เช่นนี้แล้วจะไม่ให้คนที่เมื่อชาติที่แล้วแสนจะเอาแต่ใจไม่เคืองโกรธจนกรีดร้องได้อย่างไรไหว

นางเห็นว่าสภาพของตนเองน่าเกลียด แต่คนเป็นสามีกลับรู้สึกว่าน่ามอง ร่างอรชรที่แอ่นโค้งราวกับจะเชิญชวนนี้ทำเอาพระองค์แทบจะเลือนๆไปว่าตั้งใจจะคุยกับนางเสียแล้วด้วยซ้ำ หากไม่ได้ยินเสียงนางกรีดร้องออกมาราวกับวิญญาณในศาลร้าง เกรงว่ากว่าจะได้คุยกันจริงๆก็คงอีกหลายชั่วยาม

คิดได้ดังนั้นก็ละมือใหญ่ที่เผลอไปวางไว้บนต้นขาเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ขึ้นมาแล้วกดลงบนริมฝีปากของภรรยา ยุติเสียงกรีดร้องที่แหลมสูง...ก่อนที่เหล่านางกำนัลนางสนมทั้งหลายจะแตกตื่นจนต้องเชิญพระเชิญเจ้าเข้าวังหลวงมาสวดไล่วิญญาณ เพราะเขาคงไม่อาจให้นางรับผิดว่าเป็นต้นเสียงหลอนวิญญาณได้ นางเป็นจื่อเฟย...เป็นภรรยา...เป็นว่าที่แม่ของแผ่นดินที่เพียบพร้อม จะไปมีกริยาเช่นนั้นได้อย่างไร จะโทษ...ก็ไปโทษวิญญาณสตรีวังหลังนั่นเถิด จะให้รับโทษ...ก็ไปเชิญพระมาสวดไล่วิญญาณกันไปตามเรื่อง จื่อเฟยของเขา...หาได้เกี่ยวอันใดไม่

คิดเข้าข้างนาง แต่คนที่ได้พวกหาได้ปลื้มปิติยินดีไม่ เกือบโดนฟันเล็กๆงับนิ้วตี้ฟั่นเทียนก็ยกมุมปากขึ้นอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่กำลังทะเลาะกับภรรยาอยู่ อ่า...ในโลกนี้จะหาใครมีสีสันยิ่งกว่าภรรยาถั่วผู้นี้นั้นเห็นจะไม่มีอีกแล้ว ดูเอาเถิดถูกผูกจนหมดสภาพถึงเพียงนี้นางยังคิดสู้ด้วยการใช้ฟันเล็กๆของนางกัดเขาอีก หึๆ เจ้าสัตว์ตัวน้อยๆ ช่างน่าสนุกยิ่งนัก แล้วเช่นนี้จะให้เขาตัดใจปล่อยนางไปได้อย่างไรกัน...ภรรยา

"..."หมายจะกัดนิ้วเขา แต่สุดท้ายเจ้าตัวร้ายก็หนีไปได้อีก มาตอนนี้คุณหนูลั่วจึงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ช่างเขา!!! จะทำอะไรก็ช่างเขา!!! นางอีกอะไรจะต้องเสียด้วยหรือ!!!

กล่าวคือยามสาวสะพรั่ง สะอาดดุจบัวถวายพระก็เกรงมลทิน ครั้นเปื้อนมลทินแล้วยังจะเหลือสิ่งใดให้กลัวให้เกรงอีก

เห็นนางทอดกายเช่นนั้นก็รู้สึกไม่มีสมาธิจะคุยด้วยไท่จื่อของแผ่นดินจึงรั้งภรรยาให้ลุกขึ้นนั่งเช่นเมื่อครู่ แลเห็นใบหน้างามยังค้างหันไปด้านข้างก็ใช้ปลายนิ้วบังคับให้คางนั้นกลับมาตั้งตรงตำแหน่งที่ควร

"อย่างไร...เจ้าเคืองอะไรน้องหญิง"ตี้ฟั่นเทียนก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแน่ชัด เพราะเมื่อมาถึงอารมณ์ของถั่วก็คุเป็นไฟก่อนอยู่แล้ว

คนโดนถามหน้างอ มองเจ้าของคำถามอย่างดูแคลน "ท่านทำอะไรลงไปย่อมรู้แก่ใจตนดีจะถามข้าเพื่ออะไร!!! เจ้าคนไม่รักษาคำพูด!!!"

คนงามกระแทกคำพูดใส่เขาจบก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางในขณะที่คนซึ่งเพิ่งจะกระจ่างใจในปัญหากลับลดสองมือลงประคองท้องน้อยของนางอย่างถนอม ปลายคางแกร่งเกยบนไหล่เล็กมีแววตาละมุนเอ็นดู ปลายนิ้วทั้งสิบที่อยู่บนหน้าท้องของสตรีที่นั่งอยู่บนตักขยับลูบเบาๆ

"ข้า...มิได้มีส่วนรู้เห็นน้องหญิง"กับสตรีที่เยาว์วัยพอจะเป็นบุตรสาว อดีตท่านแม่ทัพที่ใจร้อนเป็นไฟก็ใจเย็นเหมือนน้ำ กับ...ภรรยาที่แต่งนางมาด้วยใจสิเน่หา ต้องคุกเข่ากราบกรานบิดาเพื่อให้ได้นางมา คำหนึ่ง...ก็มิเคยคิดที่จะตะคอก คำสอง...ก็มิเคยมีใจคิดจะทำร้ายนางแม้สักปลายก้อย ทุกคำที่เอื้อนเอ่ย...ล้วนมาจากใจที่เสน่หา ล้วนแต่เติบใหญ่จากก้นบึ้งแห่งความเอื้อเอ็นดู ดูแลนาง...ดังเช่นบุตร เอ็นดูนาง...ยิ่งกว่าน้องสาว และเอาใจนาง...ยิ่งกว่าภรรยา

ในใต้หล้านี้ไม่เคยมีสตรีใดที่ไท่จื่อให้ความโปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกสิ่งล้วนถูกวัดกะเกณฑ์ด้วยผลประโยชน์ทั้งสิ้น ตราบจน...ตราบจนได้พบกับนางผู้นี้ สตรีผู้ทำให้เขารู้สึกเยาะหยันมาตั้งแต่แรกเกิด รู้สึกขวางกับทุกคำสรรเสริญที่ชาวบ้านกล่าวอ้างเกินจริง เงี่ยหูฟังแล้วเบะปาก เพื่อให้สุดท้ายยามผ้าคลุมหน้านั้นเลื่อนหลุดลง...กลับเป็นเขาที่เบะปากไม่ออก ความประทับใจในคืนวันนั้นยังมิเคยจางหาย เด็กสาวเจ้าของใบหน้างามบริสุทธิ์ที่ขมวดคิ้วก้มลงถามเขาอย่างเป็นห่วงเป็นไย เป็นนางที่เขาเย้ยหยันที่สละเสื้อนอกให้เขา ยอมแลกชื่อเสียงของตน...เพียงเพื่อจะช่วยเขา

จิ้งจอกเก้าหางที่งามล่มแผ่นดินของอู๋อ๋อง ขอเพียงคว้าไว้ได้เพียงหนึ่งหาง ตี้ฟั่นเทียนก็จะกระชากเอาตัวนางมาให้ได้ทั้งตัว!!!

คุณหนูลั่วค้อนตาใส่ไม่เชื่อถือ หมอหลวงบอกว่านางท้อง! เขาจะไม่รู้เห็นได้อย่างไร!! "ข้าท้อง!!!"หงโต้วกรีดร้องออกมาประหนึ่งถูกสาป "หากมิใช่ท่าน! ร่วมมือกับหลี่เปี้ยนมีหรือจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้!!"

"น้องหญิง!"ก่อนที่เสียงภรรยาจะถูกเล่าลือ เป็นเหตุให้วังหลวงต้องทำพิธีชะล้างครั้งใหญ่ ตี้ฟั่นเทียนจำต้องดุภรรยาไปหนึ่งคำเพื่อกำราบนางให้เบาเสียงลง "คนเช่นข้าหากให้สัญญาเจ้าแล้วไม่มีทางคืนคำ!!"

ตี้ฟั่นเทียนสะบัดภรรยาทิ้งลงข้างตัวแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหน้าดุกร้าวเสียอารมณ์มาเผชิญหน้ากับนาง "เจ้า!! เจ้าถึงกับคิดสงสัยข้าเชียวหรือ!!!"

"ข้า..."ไม่เคยเห็นสามีโกรธาเป็นพายุเช่นนี้มาก่อน เขาชะโงกหน้าลงมาตะคอก นางก็ย่นคอหนี ปากสั่นอย่างช่วยไม่ได้ หน้าตาที่ดุกร้าวอยู่แล้วบัดนี้กลับยิ่งดุราวกับยมทูตเฝ้าประตูนรกจะไม่ให้นางกลัวได้อย่างไร

"เจ้า!!!"ดัชนีของผู้ที่อยู่เหนือคนในใต้หล้าชี้ลงบนใบหน้างาม "ไม่เพียงแต่จะไม่ยินดีกับบุตรที่กำลังอุ้มครรภ์ซ้ำยังมาระแววสงสัยข้า!!!"

นาง!!! เคยโกรธ บัดนี้กลับกลัวยิ่ง!!! ชาติที่แล้วพ่อกับพี่ชายสองคนนั้นเวลาโมโหโกรธาขึ้นมาความน่ากลัวยังไม่อาจเทียบเท่ากับที่สามีของนางในชาตินี้เลยแม้แต่น้อย ยามพ่อกับพี่ชายตะคอกนาง...คุณหนูลั่วไม่แม้แต่จะสะท้าน ยืนโพสขากอดอกเชิดคางสูงอย่างถือดี มาชาตินี้ดันมาโชคร้ายมีสามีที่น่ากลัวปานปีศาจนางจึงไม่กล้าถือดี ตัวก็เล็กกว่ามากหดแล้วหดอีก ไอ้ที่เคยโกรธน่ะหรือ ลืมไปเถิดดดดดดดดดดดดดด

สามี!!! ได้โปรดระงับอารมณ์!!!

บางที...นางอาจจะโกรธผิดคนก็เป็นได้

แต่ดูเหมือนคนผู้นั้นจะไม่รับรู้ ยังคงโกรธเคืองนาง มองมือของเขากำๆคลายๆทำท่าคล้ายอยากจะบีบคอนางเสียให้ได้ "เพราะเหตุใด!!! อุ้มท้องลูกข้ามันไม่ดีอย่างไร!!!"

"..."คนโดนตะคอกกลัวจนหัวหด ตายนางไม่กลัว กลัวแต่จะพิการน่ะสิ ตาสวยแลดูสามีร่างใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นของตน เชื่อว่าเขาไม่มีเจตนาจะฆ่านางแน่ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่ายามเขาโกรธจนควบคุมตนเองไม่ได้นั้นเขาจะพลั้งมือทำร้ายนางหรือไม่ ตัวนางก็เท่านี้...น่ากลัวว่าจะพิการมากกว่าตาย

"จื่อเฟย!!!"พูดไปไม่ได้รับคำตอบตี้ฟั่นเทียนก็ยิ่งโมโห ฟาดมือไปด้านข้างกระแทกเขาโค้งประดับเสาเตียงดังโครม! เตียงทั้งหลังส่ายไหว ภรรยาที่ถูกมัดเป็นขนมบ๊ะจ่างกรีดร้องอย่างตกใจแต่สามีก็มิได้นำพา

"ท่านพี่!!!"ท่านๆเต่าๆอยู่เป็นนานบัดนี้ใครบางคนจึงรู้จักเรียกอีกว่าฝ่ายว่าท่านพี่เมื่อภัยมาถึงตัว เรียกเสียชิดเชื้อ...เผื่อจะรอด เรียก...ให้เขารู้ว่านางเป็นผู้ใด...หากเขาลืม เรียกให้เขารู้ด้วยว่าเขาเป็นท่านพี่...มิใช่ยักษีขี้โมโห

"ข้าจะเรียกหลี่เปี้ยนมาสอบสวน!!! หากเรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่าเป็นข้าที่วางแผน ข้า...ยินดีหย่าให้เจ้า หากเรื่องนี้เป็นเพราะความผิดพลาดของหลี่เปี้ยน!!! ข้าจะให้นางตายชดใช้!!!"ดูเหมือนว่าโทสะของใครบางคนจะพุ่งทะลุฟ้าไปแล้ว

"ท่านพี่!!!"หงโต้วอ้าปากค้างกับคำประกาศของสามี นางไม่เคยคาดคิดว่าผลของเรื่องนี้จะต้องลงท้ายด้วยการตายของใครสักคน เมื่อตี้ฟั่นเทียนมีโทสะถึงเพียงนี้ก็ย่อมแน่ชัดแล้วว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยาสมัยโบราณนางจะวางใจได้เหมือนยาในยุคปัจจุบันได้อย่างไร จะชั่วจะดีก็เป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้าหาใช่ตัวยาที่มาจากการสกัดเอาสารเฉพาะส่วนเพื่อการใช้ประโยชน์อันเต็มประสิทธิภาพหรือก็ไม่ หลี่เปี้ยนแม้จะทำพลาดแต่ที่แล้วมาก็รับใช้นางอย่างเต็มที่มาโดยตลอด คุณหนูลั่วแม้จะเป็นหญิงเอาแต่ใจตนแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นสตรีไร้สมอง ใครทำดีไม่ดีอย่างไร นางรู้ดี

"ท่านพี่ได้โปรดระงับอารมณ์"หงโต้วอยากจะบ้าตาย อยากจะมีมือมีแขนงอกขึ้นมาอีกสักข้างเพื่อรั้งตัวสามีเอาไว้ยามเขาโกรธจัดเช่นนี้

"หลี่เปี้ยน! หลี่เปี้ยน!! หลี่เปี้ยน!!!..."สุรเสียงที่เจือไปด้วยโทสะอันแรงกล้า ตวาดเรียกคำหนึ่งก็เคือง ตวาดเรียกคำสองก็มีแต่ความโกรธ ไม่ทันเรียกถึงครั้งที่สี่เจ้าของชื่อก็ถลันตัวเข้ามาหมอบกราบอยู่กับพื้น

"หลี่เปี้ยนถวายบังคมไท่จื่อ ถวายคำนับจื่อเฟย หม่อมฉันสมควรตาย ขอทรงลงพระอาญา"

"ท่านพี่..."หงโต้วพยายามเรียกสามี อยากให้เขาหันมาฟังนางสักคำก็ยังดีแต่ตี้ฟั่นเทียนกลับไม่ใส่ใจเรียกของนาง กลับก้าวไปหาคนที่หมอบอยู่กับพื้นห้อง

"หลี่เปี้ยน! จื่อเฟยไว้ใจให้เจ้าช่วยดูแลยาควบคุมการตั้งครรภ์เหตุใดเจ้าจึงทำพลาดขึ้นมาได้!!! นาง!!! ไม่แม้แต่จะมีสติพอจะดูแลตนเองได้เลยด้วยซ้ำ!! นางเยาว์วัย! ความนึกคิดไร้เดียงสา!! เจ้าบังอาจให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร!!!"

คนที่ถูกด่ากรายๆว่าโง่หน้างอ ถูกสามีเมินแล้วยังโดนกล่าวหาเช่นนี้ใครจะทนอยู่เฉย สองเท้าขยับบนพื้นเห็นว่าฝ่าเท้าพอจะมีที่ยืนได้สนิทดีอยู่บ้างจึงค่อยๆยืนขึ้น ตี้ฟั่นเทียนที่ยืนหันหลังให้นางจึงไม่เห็นการกระทำนี้

"หม่อมฉันสมควรตาย หมื่นครั้งหมื่นๆครั้ง ยาที่จัดให้จื่อเฟยดื่มนั้นแม้จะมีสรรพคุณช่วยคุมกำเนิด แต่เพราะหม่อมฉันต้องการรักษาร่างกายของนางเอาไว้จึงมิได้ใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณดีที่สุด ยานั้นแม้จะควบคุมกำเนิดได้แต่เมื่อเทียบกำยาที่นำส่งให้พระชายารองหรือนางสนมในวังหลังแล้วกลับมีฤทธิ์อ่อนกว่าถึงหนึ่งในสาม ดังนั้น...โอกาสที่จื่อเฟยจะทรงครรภ์ขึ้นมาจึงมีสูงตามฤทธิ์ยาที่อ่อนกว่า"คนพูดสะอึกสะอื้น "หม่อม...ฉันรู้ดีว่าจื่อเฟย...ทรงจะไม่พอพระทัยเมื่อเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น แต่...แต่..."หลี่เปี้ยนไหล่สั่นร่ำไห้กับพื้นห้องที่เย็นเย็บ หลั่งน้ำตาลงบนแผ่นดินกระด้าง...ดั่งใจคนต้นเรื่อง "เริ่มแรกนั้นยาที่หม่อมฉันจัดให้มีฤทธิ์ปานกลาง แต่...เมื่อจื่อเฟยถวายงานไท่จื่อเป็นประจำก็เท่ากับว่าต้องเสวยยาเป็นประจำทุกวัน ยาฤทธิ์แรงเมื่อดื่มทุกวัน...ก็เท่า...เท่ากับทำร้ายจื่อเฟย ทำให้วันหน้าจื่อเฟยต้องเดียวดาย ไม่อาจมีบุตรชายหญิงน่ารักไว้อุ้มชม หม่อมฉัน...จึงลดจำนวนยาลง..."หลี่เปี้ยนกล้ำกลืนน้ำตา "ความผิดนี้หม่อมฉันเป็นผู้กระทำ ขอไท่จื่อโปรดลงพระอาญา ให้หม่อมฉันตายชดใช้เถอะเพคะ"มีผู้ใดบ้างไม่รักชีวิตของตน เพียงแต่...

หลี่เปี้ยนบังอาจเงยหน้าขึ้นมองผ่านพระวรกายล้ำค่าของว่าที่ผู้ครองแผ่นดินไปยังสตรีงามผู้นั้น สองตาที่หลั่งหยดน้ำสองสายสบตาสั่นไหวด้วยอารมณ์ของสตรีเยาว์วัยที่นางรับใช้มาร่วมครึ่งปี บอกนาง...ในทุกสิ่งด้วยน้ำตา

คนที่ได้รับผลจากยาเต็มๆต้องแบกท้องโตในอีกเก้าเดือนข้างหน้า เมื่อแรกนั้นโกรธหลี่เปี้ยนจนตบนางหน้าหัน มาบัดนี้กลับสะเทือนใจจนอยากจะร่ำไห้หลั่งน้ำตา ไม่อยากให้นางเดียวดาย เหตุใดบ่าวไพร่ที่ไม่ได้เติบใหญ่มาด้วยกันจึงเป็นห่วงเป็นใยนางที่ไม่รักตนเองเช่นนี้ เหตุใดกันเล่า

นาง...ไม่อยากให้หลี่เปี้ยนต้องตาย หงโต้วยืนได้มั่นคงดีก็ย่อตัวลงแล้วกระโดดไปข้างหน้าดังปุ๊ สามีของนางหันมามองการกระทำของนางด้วยสีหน้าไม่บอกอารมณ์แล้วช่วยยึดตัวนางที่โอนเอนยืนไม่มั่นคงให้ตั้งตรงได้

"เจ้าเห็นหรือไม่หลี่เปี้ยน ถึงนางจะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์นางยังกระโดดเป็นเด็กๆ ลูกในท้องของนางกว่าจะคลอดออกมาได้เกรงว่าข้าคงได้ปวดหัวตายไปก่อน"

โดนสามีตำหนิหงโต้วก็หน้ายู่ พอสามีหันมาช่วยแก้เชือกที่มือให้นางก็รีบฉวยโอกาสนี้ช่วยพูดแทนหลี่เปี้ยนทันที "ท่านพี่...เมื่อหลี่เปี้ยนไม่ได้ตั้งใจท่านก็อย่าได้ให้โทษหนักแก่นางเลยนะเจ้าคะ"

"..."ตี้ฟั่นเทียนมิตอบตั้งหน้าตั้งตาแก้เชือกที่ตนถูกออกทีละเปราะเหมือนว่ามันเป็นปัญหาที่เขาต้องค่อยๆสางออก

"ท่านพี่..."

"แล้วความโกรธของเจ้าเล่า"ดันสตรีมีครรภ์นั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆได้ไท่จื่อก็ก้มลงไปแก้เชือกที่มัดที่ข้อเท้าทั้งสองของภรรยาอย่างไร้พิธีรีตอง ไม่ถือตนว่าเป็นใหญ่ มีศักดิ์สูง ไม่อาจก้มเศียรให้สตรี และยิ่งไม่อาจก้มลงแก้เชือกให้นางได้

"ท่านพี่..."สองมือเรียวงามสลักเสลาเลื้อยเข้าไปคล้องอยู่รอบคอแข็งแรงแล้วแนบแก้มใสลงบนแผ่นหลังแกร่งของผู้เป็นสามี เอื้อนเอ่ยออดอ้อนว่า "หากข้าไม่โกรธแล้วท่านจะให้อภัยหลี่เปี้ยนหรือไม่เจ้าคะ"

ดึงเชือกยาวทิ้งไปแล้วตี้ฟั่นเทียนก็ช่วยบีบนวดข้อเท้าของผู้ที่กำลังจะเป็นมารดาของบุตรเบาๆสองสามที ไล่เลือดให้หมุนเวียนจนพอใจแล้วจึงลุกขึ้นแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆกัน พลางปรายตามองสตรีที่อารมณ์ปรวนแปรดุจสายน้ำที่ตามมาซุกซบกับอก ออดอ้อนอย่างน่ารักไม่มีเค้าของวิญญาณร้ายที่ขว้างปารองเท้านั้นอยู่เลยแม้แต่น้อยนิด

"นะเจ้าคะ..."แว่วเสียงจื่อเฟยพูดกับไท่จื่อเสียงหวาน หลี่เปี้ยนที่หมอบอยู่กับพื้นก็หมดอารมณ์จะร้องไห้เมื่อสถานการณ์พลิกผันไปตามอารมณ์อันไม่คงเส้นคงวาของผู้เป็นนาย ที่บัดเดี๋ยวก็โกรธ พออีกประเดี๋ยวลมพัดก็กลับดีขึ้นมาเฉยๆ

"แล้วรองเท้าที่เจ้าปาใส่ข้าเล่า ไหนจะคำพูดที่เจ้าว่าข้าต่างๆนาๆ หากมิใช่เพราะหลี่เปี้ยนเป็นเหตุสมควรให้นางรับโทษตาย..."

ฟังมาถึงตรงนี้หงโต้วก็ส่ายศีรษะปฏิเสธหนักแน่นไม่เห็นด้วย "ท่านพี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้น หลี่เปี้ยนอาจจะผิดที่ปรับยาให้อ่อนลง แต่ที่นางทำไปก็เพราะเป็นห่วงข้า..."

"ถึงนางจะเป็นคนของข้าส่งมาดูแลเจ้า แต่เมื่อไม่ทำตามคำสั่งก็เท่ากับทรยศ! หากคำสั่งมีไว้ไม่ทำตามวันหน้าจะยิ่งกำเริบเสิบสาน เสียแรงที่ข้าช่วยเอาไว้..."คนที่อารมณ์เคืองโกรธยังตกค้างมองหมอยาต้นเหตุอย่างเคืองไม่หาย หงโต้วเห็นท่าไม่ดีจึงรีบรินชาแล้วส่งให้สามีดื่มให้คลายใจ พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้เขาละความสนใจจากหลี่เปี้ยนเสีย

"ท่านพี่เจ้าคะ ท่านกล่าวหนักไปแล้ว มิใช่นางหรือที่ช่วยให้ท่านได้บุตรที่อยากได้ หรือท่านไม่อยากได้ ไม่ยินดีที่ข้า...ตั้งครรภ์"นางจนปัญญาจะหาสิ่งใดมากล่าวอ้าง จึงได้แต่อ้างลูกหวังช่วยหมอยาตัวดีที่แอบลดยาเปลี่ยนสับจนเขาได้เกิด

ตี้ฟั่นเทียนได้ยินดังนั้นก็หันมาสบตากับภรรยาโต้แย้งคำพูดของนางในทันที "ข้านั้นย่อมยินดียิ่ง หากแต่เป็นเจ้าต่างหากที่ไม่ยินดี ข้าวของที่ล้มระเนระนาดเหล่านี้ล้วนแต่เป็นพยานได้"เจ้าของคำพูดผายมือให้นางชมสภาพห้องที่ดูราวกับมีพายุพัดผ่านก็ไม่ปาน "หรือเจ้าจะเถียง เจ้าไม่พร้อมเป็นมารดาข้าย่อมรู้อยู่แก่ใจ...ไหนเลยจะบีบบังคับ จู่ๆวันนี้เมื่อเจ้าตั้งครรภ์ขึ้นมาข้าก็ย่อมยินดีที่จะได้เป็นบิดาของลูก แต่เจ้ากลับตอบแทนข้าด้วย...รองเท้า!"

หงโต้วหน้าขาว พูดแก้ต่างให้ผู้อื่นแต่นางกลับลำบากนัก "ข้าต้อง...ขออภัยท่านแล้ว ท่านพี่" โบราณว่าไว้ผู้ที่จะชนะคนได้ต้องก้มตัวลงให้ต่ำ จะเหนือคนได้ต้องนอบน้อมยิ่งกว่าหมอบกราน นี่นางแทบจะกราบตักสามีอยู่แล้วนางจะเหนือคนหรือไม่!!! "จริงอย่างที่ท่านว่าข้านั้นยัง...ไร้เดียงสา ไม่กล้ามีบุตรเพราะมิอาจสั่งสอน จู่ๆเมื่อหมอหลวงวินิจฉัยผลเช่นนั้นจึงคิดไปว่าเป็นท่านร่วมมือกับหลี่เปี้ยน แต่เมื่อท่านไม่เกี่ยวข้องด้วยก็แล้วไปเถิด หลี่เปี้ยนเองก็ลดยาลงด้วยความหวังดีกับตัวข้าเอง ลูกนั้นก็ได้อยู่ในครรภ์แล้ว"หงโต้วยกมือขึ้นแตะบนหน้าท้องเบาๆพลางถอนลมหายใจยาว พิศมองคนบนพื้นแล้วช้อนสายตาของสบตากับสามี บอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจตามจริง "ข้า...จะทำอะไรได้ เว้นจากที่ยังไม่พร้อมแล้ว เมื่อบุตรไม่ให้เวลาบังคับข้าให้พร้อม ข้าผู้จะเป็นมารดา ได้อุ้มครรภ์บุตรของสามีเช่นท่านข้าย่อมยินดี หวังจะได้อุ้มชูเขาแน่อยู่แล้ว ข้าอายุยังน้อยต้องรีบมาเป็นภรรยา ตอนนี้ยังต้องเร่งเป็นมารดา หากท่านพี่ยังจะเคืองโกรธข้า..."น้ำเสียงสุดท้ายคนพูดก้มหน้าลง หรุบตาลงต่ำ พูด...ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆแล้วถอนหายใจยาว ไม่ต่อคำพูดให้จบ ทิ้งไว้แต่เพียงเท่านั้นให้คนฟังคิดต่อเอาเอง

ที่นางพูดนั้นย่อมไม่โกหก เว้นจากมารยาสตรีในช่วงท้ายที่ยังวนเวียนอยู่กับการช่วยคนตี้ฟั่นเทียนก็พอใจมากแล้วที่นางยินดีอุ้มครรภ์ ไท่จื่อรั้งภรรยาเข้ามา นางก็ยอมขยับมานั่งตักเขาง่ายๆอย่างรู้งาน นั่งลงได้ก็โอบสองมือรอบเอวสอบอิงใบหน้ากับอกแกร่งอย่างหาที่พึ่งพิง คนเป็นสามีได้แต่ทอดถอนหายใจ คนเราหนีสิ่งใดก็หนีได้...หากแต่หนีสิ่งที่อยู่ภายในใจไม่พ้น จะปฏิเสธสิ่งใดในโลกหล้านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก...แต่จะปฏิเสธสตรีที่พึงใจนั้นยากยิ่งกว่าย้ายขุนเขา

"ข้า...มิเคยเคืองโกรธเจ้าเลย ถั่วน้อย"

"ข้า...ก็ไม่เคยโกรธท่านพี่จริงๆสักที"คนงามพูดฉอเฉาะเอาใจประสาคนช่างอ้อน

นี่...นางยังไม่เคยโกรธจริงๆเลยหรือ ที่ขว้างปาข้าวของ ที่อาละวาดด่าว่าพระองค์นั้น...ยังไม่อาจเรียกได้ว่าโกรธจริงๆอีกหรือ ตี้ฟั่นเทียนคิดแล้วก็ปวดขมับ ในชีวิตนี้ไม่เคยมีสตรีใดออกฤทธิ์ออกเดชให้เห็น จะมีก็แต่จื่อเฟยที่พระองค์ช่วยถือหางให้คนนี้คนเดียวเท่านั้น ชอบให้นางแสดงอารมณ์ ชอบให้นางแสดงความรู้สึก หากแต่บางครั้งหางที่พระองค์ทรงช่วยถืออยู่นี้ก็ออกจะมีฤทธิ์มีเดชมากไปหน่อย ร่ำๆจะทำให้พระองค์เซถลาให้ได้ขายหน้าเหล่านางกำนัลขันทีอยู่ทุกทีไป

"เช่นนั้นก็ให้อภัยหลี่เปี้ยนเถอะนะเพคะ"

ตี้ฟั่นเทียนเดาไว้ไม่ผิดว่าจื่อเฟยของเขายังคงอยากจะช่วยคน "ปกครองคนเช่นเจ้า หากเป็นทหารไปรบที่ใดก็แพ้ หากเป็นการรบย่อมเกิดกบถ และหากเป็นบ้านเมืองย่อมเกิดทรราช..."

"แล้วหากเป็นแต่เพียงสตรีเล่าเจ้าคะ..."คนช่างพูดเอียงคอยิ้มหวาน ถามเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ตี้ฟั่นเทียนที่หน้าตาบึ้งตึงมานานอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม บีบจมูกนางส่ายไปมาอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วให้คำตอบนางไปในเวลาเดียวกัน "ย่อมต้องเกิดปัญหา"

หงโต้วสะบัดจมูกหนีหัวเราะคิก ชอบใจในคำตอบของสามี "เกิดเป็นปัญหาที่มีท้องใหญ่ๆดีหรือไม่เจ้าคะ"

ตี้ฟั่นเทียนได้ยินความก็หลุดหัวเราะออกมาจริงๆ "ย่อมต้องดี"

"หากดี...ก็ถือเป็นความชอบใช่หรือไม่เจ้าคะ"

ภรรยาอยู่ในอ้อมแขนพระองค์ยังต้องการสิ่งใดอีก "เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิดน้องหญิง จะลงโทษจะให้รางวัลอย่างไรก็ตามใจ เจ้ากลับดำเป็นขาวเช่นนี้...ข้าจะพูดอะไรได้"

"ท่านพี่ดีที่สุด"คนได้ดั่งใจชมเปาะ ลืมสิ้นว่าเพิ่งจะบริภาษเขาว่า...เจ้าเต่าเลว!!!

เต่าเลวไม่อยากขัดให้เสียเรื่อง โอบกอดหงโต้วไว้แล้วโบกมืออีกข้างไล่คนที่หมอบอยู่กับพื้น "หลี่เปี้ยนเจ้าออกไปได้ เมื่อจื่อเฟยไม่เอาความข้าก็ไม่อยากทำให้ยุ่งยาก จากนี้ไปจงสำนึกตนและดูแลครรภ์ของจื่อเฟยสุดความสามารถ เข้าใจหรือไม่"

"ขอบพระทัยเพคะไท่จื่อ ขอบพระทัยเพคะจื่อเฟย หลี่เปี้ยนแม้ไม่ถูกลงโทษแต่จะสำนึกตนตลอดไป ขอไท่จื่อและจื่อเฟยจงทรงพระเจริญ"กล่าวจบก็คำนับแล้วค่อยๆล่าถอยออกไปโดยมีสวีเหม่ยชะเง้อคอยาวยืนตุ้มๆต่อมๆรออยู่หน้าประตู

หับบานประตูลงภาพสุดท้ายที่สวีเหม่ยเห็นคือจื่อเฟยถูกไท่จื่ออุ้มขึ้นตรงไปหาเตียงนอนหลังใหญ่ท่ามกลางห้องที่มีสภาพเละเทะหากแต่ไม่สามารถขัดอารมณ์สุนทรีของพระองค์ได้แต่อย่างใด

 

                ยามจื่อ(ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง)มีสามชีวิตปรากฏตัวอยู่ในห้องทรงงานเล็กขององค์รัชทายาท ภายใต้แสงเทียนที่จุดขึ้นสะท้อนเงาบุรุษหนึ่งสตรีสอง

"วันนี้ลำบากเจ้าแล้ว...หลี่เปี้ยน"เสียงบุรุษพูดขึ้น

"มิเป็นไรเพคะ หม่อมฉันยินดี"อดีตคุณหนูใหญ่ตระกูลแพทย์คลี่ยิ้มให้เจ้านายทั้งที่ครึ่งซีกหน้ายังแดงอยู่

สวีเหม่ยเป่าปากวาดพู่กันไร้หมึกไปมาบนเสาห้อง ปากก็พูดไป "หม่อมฉันนึกว่าเราจะไม่รอดเสียแล้วด้วยซ้ำเพคะ นี่ยังดีที่จื่อเฟยทรงมีจุดอ่อนตรงที่เห็นแก่ชีวิตของผู้อื่น หากนางรู้ว่าทั้งหมดเป็นการวางแผนขึ้น...เกรงว่าต่อให้พวกเรามีกันคนละสิบชีวิตคนขี้สงสารอย่างนางคงจะบีบคอเราให้ตายแล้วตายอีกเป็นแน่"

หลี่เปี้ยนพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยก่อนจะหัวเราะคิกออกมา "วันนี้ในห้องหม่อมฉันเกือบจะร้องไห้ไม่ออก มิหนำยังเกือบจะหัวเราะด้วยซ้ำตอนที่ไท่จื่อและจื่อเฟยทุ่มเถียงกัน"

ตี้ฟั่นเทียนถอนใจห้วนทำหน้าเหนื่อยหน่ายให้ได้เห็นพลางบ่นผู้ติดตามเก่าแก่ว่า "ก็เพราะข้าเห็นว่าเจ้าจะทำเสียเรื่องจึงได้รีบช่วยพูด หาไม่...เฮ้อ...เจ้าแทบจะหลุดหัวเราะออกมาอยู่แล้วด้วยซ้ำ"

คุณหนูใหญ่หลี่หัวเราะเบาๆ "ก็มันขำจริงๆนี่เพคะ เวลาจื่อเฟยทรงออดอ้อนช่างน่ารักจริงๆ พระองค์เองแม้แสร้งทำเป็นโกรธอยู่แท้ๆแต่สองตาที่เหลือบมองนางกลับเต็มไปด้วยความรักความเอ็นดู มองๆไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอยากยิ้มและหัวเราะกับสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งของพระองค์นี่เพคะ"

"ขนาดนั้นเชียวหรอ เสียดายจริงที่ข้าไม่ได้เห็น"สวีเหม่ยหันหน้ากลับมาให้ความสนใจหลี่เปี้ยน นิ้วเรียวงามลูบบนขนพู่กันด้วยท่าทางถนอม "น่าเสียดายที่ข้าปรุงยาไม่เป็น หาไม่จะอาสารับโทษเอง"

"เจ้าอยากถูกตบหรือ"หลี่เปี้ยนถามยิ้มๆทั้งที่จริงๆนางเองก็ไม่คาดว่าจะถูกจื่อเฟยตบทันทีที่รู้เรื่องแบบนั้น สำหรับคนที่เคยเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของบ้าน มีอำนาจตัดสินใจสั่งการใดๆในบ้านมาก่อนย่อมไม่เคยลดตัวลงให้ให้เหยียบย่ำ ยามตกเป็นบ่าวก็มิเคยถูกทำร้าย จู่ๆเมื่อมาถูกตบจึงอดไม่ได้ที่จะสลดรู้สึกว่าตนเองนั้นด้อยค่าน้อยราคา หมดความเป็นคุณหนูใหญ่แล้วจริงๆ ดังนั้นตบเมื่อเช้านั้น สิ่งที่ทำให้นางซึมไปทั้งวันแท้ที่จริงหาใช่ความเจ็บปวดไม่ หากแต่กลับเป็นความจริงต่างหากล่ะที่ทำให้นางเจ็บปวด มองไปบนฟ้า...คนเบื้องล่างก็ลู่ลงต่ำ หมดสิ้นศักดินา ต่อให้เพียรหลอกตนเองเช่นไร ต่อให้ไท่จื่อดีต่อนางเพียงไร บัดนี้หลี่เปี้ยนก็คือหลี่เปี้ยน มิใช่คุณหนูหลี่อีกต่อไปแล้ว

"ก็...ไม่"สวีเหม่ยอ้อมแอ้มตอบ อันที่จริงดีแล้วที่เรื่องนี้เป็นหลี่เปี้ยนที่ถูกตบแบบนั้น ขืนเป็นนางถูกตบขึ้นมามือไม้คงอดไม่ได้ที่จะตอบโต้ตามความเคยชิน คราวนี้ล่ะงานยุ่ง ตบจื่อเฟย!? หากไท่จื่อไม่สับนางเป็นชิ้นๆนางยอมเกิดเป็นสุนัข!!!

สตรีทั้งสองนางนานๆครั้งจะได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ได้พูดได้คุยกันเล่นบ้างจึงหยอกเย้ากันสนุกสนาน ต่างจากเวลาอยู่ในหมู่ผู้คนที่ต้องสำรวม สวีเหม่ยเป็นนางกำนัลที่เคร่งระเบียบและดุจนลือชื่อ ในขณะที่หลี่เปี้ยนกลับเป็นนางกำนัลที่อยู่ข้างกายนายสาวไม่ห่าง ยึดตำแหน่งผู้ประคองนายสาวไม่ปล่อย เป็นนางกำนัลพูดน้อยที่ใครๆก็รู้

หากแต่แท้ที่จริงแล้ว...สตรีก็คือสตรีที่มีเรื่องคุยกันมากมาย แม้จะยืนอยู่ใกล้กัน เห็นมาด้วยกันแท้ๆก็ยังอยากจะเก็บมาคุยกันต่อ

ตี้ฟั่นเทียนปล่อยให้สตรีทั้งสองคุยกันในขณะที่ตนเองทอดสายตาไปยังเงาร่างสีดำเบื้องหน้าของตนแล้วเอ่ยปากขอโทษภรรยาในใจ เป็นข้าเองน้องหญิง...ที่บีบบังคับเจ้าให้แบกท้องโต

เยาว์วัย...แม้รู้ว่าถั่วภรรยายังไม่พร้อมจะเป็นมารดาผู้ใด แต่ด้วยสถานการณ์ที่ล่อแหลมในตอนนี้หากนางไม่ตั้งครรภ์เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายตามมาไม่สิ้นสุด ในช่วงเวลาหมิ่นเหม่ก่อนการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินหากนางที่จะต้องนั่งเป็นฮองเฮายังคงไร้บุตรอยู่ ก็จะกลายเป็นว่าตำแหน่งไท่จื่อจะว่างลง ขุนนางจะแบ่งกันฝักฝ่ายตามอำนาจของพระญาติข้างมารดาขององค์ชายที่มีอยู่ ถึงตอนนั้นต่อให้เขาปกครองดีอย่างไร...ก็ยากแล้วที่จะรักษาความสงบสุขให้คงอยู่

                ตรงกันข้ามกับที่หากผู้ที่นั่งเป็นฮองเฮามีองค์ชายอยู่แล้ว ใคร...ก็ไม่กล้าคิดถึงตำแหน่งไท่จื่อ ขุนนางไม่อาจแบ่งเป็นฝักฝ่ายชัดเจน เต็มที่ก็ได้แต่เอาใจสนับสนุน ที่จะหนุนเต็มตัวนั้นเห็นจะไม่มี เดิมทีเขาคิดจะให้เวลาภรรยาอีกสองสามปี แต่เมื่ออาการประชวรของเสด็จพ่อมีแต่ทรงกับทรุด ที่เขาทำได้...ก็มีแต่ต้องหันมาทำร้ายภรรยาของตน

ผิดสัญญากับนาง...

หลอกลวงนาง...

ถั่วน้อยจะไม่มีวันให้อภัยหากรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่ถูกกำหนดขึ้นไว้แล้ว เขาเองก็เลือกนางมาตั้งแต่ต้นให้เป็นฮองเฮา ให้นางนั่งเป็นเพื่อนเขาไปจนแก่เฒ่า เลือกกระทั่งบุตรที่มองไม่เห็น ให้องค์ชายของนางสืบบัลลังก์ต่อ เขาตั้งใจไว้เช่นนั้น หลี่เปี้ยนเข้าใจ สวีเหม่ยก็เข้าใจดี วันนี้ที่จื่อเฟยตั้งครรภ์จึงมิใช่เรื่องบังเอิญ มิใช่เพราะลดตัวยา หากแต่เป็นเจตนา...

ที่ผิดต่อเจ้า...จะใช้สองมือประคองเจ้าชดใช้

ที่หลอกลวงเจ้า...จะทุ่มเททุกลมหายใจทำให้เป็นจริง

ที่ทำให้เจ้าต้องลำบาก...ตราบจนลมหายใจสุดท้ายจะชดเชย

ขอเพียง...เจ้ายืนเป็นเพื่อนข้า ขอเพียง...ยอมเดินเคียงไปด้วยกัน ขอเพียงเท่านี้...ได้หรือไม่ ถั่วน้อย

...................

 มีอีเว้น งานเข้าตลอด ทำใจค่ะสาวๆ ไรท์เขียนผิดยังไงช่วยกันดูๆนะคะ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามนะคะ ขอให้สนุกค่ะ

รักสาวๆทุกคน

อาเธน่า...อัพช้า ดองนาน หายสาบสูญ

ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 45 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 10 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 7 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 6 ) Vote
ลุ้นๆ
( 14 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 10 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 11 ) Vote
COMMENTS
kitty
26 ก.ย. 2559 / 14:49
เพิ่งเข้ามาอ่าน วางไม่ลงเลยอะ
ทิวไม้
14 ก.ย. 2559 / 20:15
ถัวโดนหลอก
aon
03 ก.ย. 2559 / 13:15
เฒ่าฉินเจ้าเล่ห์จริงนะ หลอกถั่วน้อยหน้าตายเฉยเลย แต่ก้อน่ารักมากมายเลย
kwanrak
06 มี.ค. 2559 / 19:36
เต่าเจ้าเล่ห์
piggypang
12 ธ.ค. 2558 / 12:32
555. เจ้าเต่าฉิน ตีบทแตกฝุดๆๆ! น่ารักมากมาย. ชอบ..ชอบ คร้า!!
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 31 ตอน
โดย : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนคนชม : 409,027 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. บทนำ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ว่านหงโต้ว

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ถั่วฮองเฮา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ถั่ววางแผน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ถั่วหาเรื่อง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ถั่วสำนึก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ถั่วยั่วยวน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ถั่วภรรยา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ถั่วเมียเอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ถั่วแม่เลี้ยง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ถั่วระเบิด

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ถั่วที่รัก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 13. ถั่วหางแหลม

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 14. ถั่วเจริญ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 15. ถั่วลวง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 16. ถั่วน้องหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 17. ถั่วสมหวัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 18. ถั่ววังตะวันออก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 19. ถั่วแตก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 20. ถั่วร้องไห้

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 21. ถั่วอารมณ์

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 22. ถั่วผีเสื้อ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 23. ถั่วแล้งใจ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 24. ถั่วข่าวร้าย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 25. ถั่วอำลา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 26. ถั่วงอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 27. ถั่วลูกหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 28. ถั่วองค์ชาย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 29. ถั่วนกฉิน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 30. ถั่วชัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 31. ถั่วคะนึง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required