HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
ว่านฮองเฮา
นักเขียน : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนผู้เข้าชม : 408,811 ครั้ง
ถั่วสมหวัง

กระโจมพักถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนเมื่อจื่อเฟยและไท่จื่ออยู่ในสภาพไม่พร้อมเดินทาง ถ้าจะกล่าวให้ถูกก็คือไท่จื่อถูกจื่อเฟยโกรธจนไม่มีแก่ใจจะเดินทางอีกต่อไป เหล่าทหารรีบช่วยกันจัดเตรียมเพียงครู่เดียวทุกอย่างก็แล้วเสร็จ หงโต้วถูกสามีอุ้มลงจากหลังม้ามาเข้ามานั่งในกระโจม บนพื้นปูด้วยพรม ตรงกลางเป็นเสาสูงค้ำผ้าหนังผืนใหญ่ที่ลู่ลงบนเสาที่ต่ำกว่ารอบกระโจม มุมหนึ่งตั้งตั่งนอน ที่ด้านข้างมีอ่างไม้ขนาดใหญ่สำหรับอาบน้ำ อีกมุมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบๆมีเบาะนั่งสีสดใส ตี้ฟั่นเทียนวางภรรยาลงนั่งบนเบาะนั้น หงโต้วยังอยู่ในอารมณ์ไม่สู้ดีนักระหว่างรับกาน้ำชาจากทหารมารินส่งให้สามี ชังคนหน้าเหม็นแทบขาดใจ สุดท้ายยังต้องรินน้ำให้เขาดื่ม คิดเอาเถิด ไม่ชาติภพใดก็ชาติภพหนึ่งเป็นแน่ที่นางติดหนี้เขา เป็นได้ว่าชาตินั้นเขาเกิดเป็นทาก นางเผลอไปเหยียบเข้า ชาตินี้จึงต้องชดใช้ "ดื่ม" 

องค์รักษ์และนางกำนัลเห็นจื่อเฟยยอมรินน้ำชาให้พระสวามีแต่โดยดีก็พากันโล่งอก ครู่เดียวก็ล่าถอยออกจากกระโจมอย่างเงียบๆเพื่อให้ชายหนุ่มหญิงสาวงอนง้อกันให้เต็มที่

"ขอบใจเจ้า น้องหญิง"ดังจิบน้ำชาหนึ่งคำสีหน้าของตี้ฟั่นเทียนก็ดีขึ้นราวกับปลาใกล้ตายได้น้ำ เห็นรอยยิ้มยินดีของสามีหงโต้วก็ได้แต่หมั่นไส้ ครั้นถูกรั้งตัวไปกอดนางก็นิ่งเฉยเป็นตุ๊กตาไปเสีย

"..."นั่งอยู่บนตักแกร่งสองตากลมก็เหล่มองว่าสามีจะทำอะไรกับนางอีก คนผู้นี้อยู่นิ่งเฉยเป็นเสียที่ไหน หากไม่ลวนลามนางทางกายก็ลวนลามทางวาจาตลอด นางล่ะอยากรู้นักเวลาเขาอยู่กับพระชายารองทั้งหลายนั้นเขาเป็นเช่นนี้หรือไม่

รู้ว่านางยังเคืองตี้ฟั่นเทียนก็ถอนหายใจยาวไม่ปิดบัง เกยคางบนกระหม่อมภรรยา "น้องหญิงหิวหรือไม่"

นางเหนื่อยใจยิ่งกว่าเหนื่อยกาย ชังชายตัวใหญ่ที่โอบอุ้มนางไว้ตลอดเวลา ดูเอาเถิด...ถามนางว่าหิวหรือไม่แต่ฝ่ามือใหญ่คู่นั้นกลับกำลังนวดคลึงฝ่ามือให้นาง มันน่าโมโหจริงๆคนเช่นนี้

ไท่จื่อพยายามเอาอกเอาใจจื่อเฟย จำได้ว่าเหล่าพระชายารองนั้นมีหลายคนที่มีฝีมือการนวดคลายเส้นดี เวลาพระองค์ไปประทับที่ตำหนักพวกนางก็จะใช้ปลายนิ้วนั้นนวดตามบ่าไหล่ แขนขา ฝ่ามือ เท้า และแผ่นหลังให้ ซึ่งทุกครั้งพระองค์ก็จะรู้สึกสบายตัวแม้จะเบื่อที่ต้องคอยพูดจากับพวกนางมากกว่าปกติหน่อยก็ตาม วันนี้โดนภรรยาโกรธไท่จื่อจึงลองใช้วิธีนี้ดูว่านางจะชอบเหมือนที่เขาชอบหรือไม่ ถามว่าหิวหรือไม่นางก็ไม่ตอบ ปลายนิ้วทั้งสิบค่อยๆกดลงบนฝ่ามือขาวบางช้าๆ เห็นนางไม่แสดงอาการเจ็บก็เพิ่มน้ำหนักมือลงไปอีกหน่อย ได้ยินเสียงนางถอนหายใจเบาๆพร้อมๆกับพิงหลังลงมาอิงกับอกของพระองค์ ตี้ฟั่นเทียนก็คลี่ยิ้มยินดี ขยับคลึงข้อมือเล็กแล้วบีบนวดเบาๆมาตามลำแขนจนสุดปลายศอกแต่ไม่ขึ้นสูงไปกว่านั้นด้วยกลัวจะทำนางเจ็บไปอีก เสร็จข้างหนึ่งก็ดึงแขนเล็กอีกข้างมาเอาใจในลักษณะเดียวกัน

หงโต้วอยากจะปั้นปึ่งสะบัดตัวหนีแล้วโกรธต่อไปเรื่อยๆแต่ก็อ่อนใจเหลือเกิน ยามฝ่ามือแข็งแรงรู้งานทั้งสองสอดเข้ามาประคองเอวเล็กของนางแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือแข็งแรงทั้งคู่กดบนหลังเอวให้นั้นนางก็ได้ให้อภัยชายบ้าผู้นี้ไปเรียบร้อยแล้ว คนเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวลองมาโดนนวดดูเป็นใครก็โกรธต่อไปไม่ไหวแน่

"ดีหรือไม่น้องหญิง"คนตัวใหญ่ก้มลงกระซิบถามดวงตาพราวระยับด้วยล่วงรู้คำตอบของนางก่อนแล้วจากอาการยินยอมไม่ขัดขืน

"อืม เจ้าค่ะ"ตี้ฟั่นเทียนคลี่ยิ้มพอใจเมื่อได้ยินเสียงหวานๆตอบรับคำพูดของเขาแล้ว

"ไม่โกรธข้าแล้วใช่หรือไม่"ได้คืบเต่าตัวหนึ่งก็จะเอาศอกขยับมือนวดเฟ้นภรรยาแล้วกระซิบถามเสียงเบาเอาใจ

"เจ้าค่ะ ไม่โกรธแล้ว"หงโต้วไม่รู้ว่านางควรดีใจหรือไม่ที่คนผู้นี้ใส่ใจความรู้สึกของนางถึงเพียงนี้ ถามอยู่ซ้ำๆตั้งแต่ทะเลาะกันว่านางหายโกรธเขาแล้วหรือไม่ หายจริงๆแล้วแน่ใช่ไหม "เวลาอยู่ในที่โล่งท่านพี่เก็บกริยาให้ดีข้าย่อมพอใจ ประเจิดประเจ้อมากไปข้าย่อมเสียหาย ผู้อื่นจะมองไม่ดี ข้าขอร้องท่านพี่ได้หรือไม่"

เหตุผลนางก็เข้าที ตี้ฟั่นเทียนมีพระชายารองถึงแปดคนแต่ไม่เคยทำรุ่มร่ามกับใครเหมือนกับที่ทำกับจื่อเฟยจึงพยักหน้าตกลงเพื่อเห็นแก่นาง "ได้น้องหญิง เป็นข้าไม่ดี เป็นไท่จื่อไม่สำรวมตนลวนลามจื่อเฟยให้ไพร่ฟ้าดู..."ท้ายประโยคอนาคตผู้ครองแผ่นดินประชดตัวเองด้วยเสียงหัวเราะขำ

หงโต้วได้ฟังก็พลอยหัวเราะตาม "จริงเจ้าค่ะ กล่าวได้ดี"

สามีกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ สองแขนโอบกอดภรรยาที่กลับมาเป็นถั่วหวานๆเหมือนเดิมว่า "ข้าย่อมรู้ว่าถั่วภรรยาชอบให้ข้าพูดเช่นไร"

"รู้ก็ดี"หงโต้วเชิดเสียงสั่งใบหน้างามมีรอยยิ้ม "ท่านพี่ข้าหิวแล้วล่ะเจ้าค่ะ"สงครามยุติก็ต้องเรียกบรรณาการ

"เจ้าอยากกินอะไรล่ะ"คนบ้าถั่วออกปากถามไถ่พร้อมจะเอาใจเต็มที่ตราบใดที่ยังคุยกันดีๆได้

"เนื้อย่างเจ้าค่ะ"มองไปเห็นป่าเขา คิดดูแล้วก็อยากชำระแค้นสักหน่อย "ยังไม่เคยกินเนื้อที่ท่านพี่ล่าเลย ท่านพี่ไปล่าให้ข้าดีหรือไม่เจ้าคะ"แม่ตัวดีขยับร่างไปนั่งบนขาข้างหนึ่ง ผินร่างเอียงๆเงยหน้าขึ้นอ้อน สองมือจับอกเสื้อเขาไว้ลูบอกแกร่งเบาๆ สายตากลมหวานมองใบหน้าสามีด้วยความคาดหวัง

ตี้ฟั่นเทียนรู้ทั้งรู้ว่าภรรยาคิดจะส่งเขาไปลำบากก็ยังมีใจคลี่ยิ้มก้มลงจุมพิตบนหน้าผากมนของภรรยาด้วยความรู้สึกเอื้อเอ็นดูสุดใจ "น้องหญิงอยากกินเนื้ออะไรเล่า"

เนื้อจระเข้ เนื้อสิงโต เนื้อเสือ...ได้หรือไม่ "เอาเป็นอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ถ้าท่านพี่คิดว่าอร่อยก็จับมาเถิด"คิดในใจอีกอย่าง ครั้นตอบออกไปก็อีกอย่าง เป็นเพราะนางอยากไปถึงชายแดนเพื่อพบครอบครัวเร็วๆหรอกนะถึงยอมให้ง่ายๆ ไม่ได้สงสารหรือเห็นใจเขาเลยแม้แต่น้อย อย่าได้เข้าใจผิด

ได้ฟังคำตอบน่ารักไม่เอาแต่ใจคนเป็นสามีก็ปลื้มปริ่มยินดีก้มลงหอมแก้มนิ่มอีกครั้งก็กอดร่างเล็กๆกระซิบถามความอีกครั้ง "น้องหญิงของข้า ไม่ชอบเนื้อกลิ่นแรง ชอบเนื้อนิ่มๆไม่เหนียวไม่หยาบ ถูกหรือไม่"สังเกตเห็นพฤติกรรมเลือกบริโภคของถั่วมาโดยตลอดตี้ฟั่นเทียนก็ลองถามดูจะได้ไม่ไปเสียเวลาจับสัตว์ที่นางเกลียดมาให้นางเคืองเขาซ้ำ

"เจ้าค่ะ"คนงามคลี่ยิ้มตอบรับเสียงใส "ท่านพี่จับตัวอะไรมาข้าก็กินทั้งนั้น"คุณหนูลั่วนั้นชาติก่อนพ่อกับพี่ชายหลงจะแย่ก็เพราะปากหวานๆนี่แหละ

ตี้ฟั่นเทียนหัวเราะหึๆ จับตัวอะไรมาก็กิน...แล้วไก่ป่าคราวก่อนเล่าเจ้ากินไปคำหนึ่งก็แทบจะพ่นทิ้งหาว่าเหนียว คนตัวใหญ่อุ้มภรรยาน่ารักลงนั่งบนเบาะให้เรียบร้อย ลูบๆเรือนผมแล้วจับบนบ่าเล็ก มองใบหน้างามจนด้วยความรู้สึกพอใจ

จู่ๆหงโต้วก็รู้สึกเขินขึ้นมาเมื่อโดนสามีทำกริยาอ่อนโยนด้วยแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาเช่นนั้น

"ข้าไปล่าสัตว์ เจ้าอยู่นี่ดูแลตัวเองให้ดีนะน้องหญิง ข้าไปไม่นาน เจ้าอย่าซนเชียว"บีบแก้มนุ่มๆขึ้นสีเรื่ออย่างพออกพอใจก็ลุกขึ้น รู้สึกว่าการไปล่าสัตว์เพื่อภรรยานั้นช่างน่ารื่นรมยิ่ง

"ท่านพี่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ"นางพูดไปตามมารยาทหรอกนะ มิได้ห่วงจริง หลอกเจ้าเต่าฉินเข้าป่าไป ฮ่าๆๆ

"อื้ม"รับคำแล้วตี้ฟั่นเทียนก็คลี่ยิ้มเดินออกจากกระโจมไปผิดกลับตอนขาเข้ามาที่หน้าตึงเครียดเพราะโดนภรรยาโกรธ  

 

คล้อยหลังสามีไปไม่ถึงเสี้ยวนาทีนางกำนัลทั้งสามก็พลันปรากฏตัว หงโต้วส่ายหน้าอย่างระอานึกรู้อยู่แล้วว่าคนผู้นั้นคงไม่คิดจะปล่อยนางไว้ตามลำพัง ด้านนอกป่านนี้คงมีทหารเดินเข้าเวรยามแน่นหนาสองถึงสามชั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

"จื่อเฟยปวดท้องบ้างไหมเจ้าคะ"หลี่เปี้ยนรีบขยับกายเข้ามาสอบถามอาการ

"ไม่ปวดนะ แปลกดีเหมือนกัน"เมื่อวานนางปวดท้องแต่วันนี้กลับไม่ปวด

"เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ"เมื่อนายสาวไม่มีอาการเจ็บปวดนางก็เบาใจส่งสัญญาณให้เพื่อนสาวช่วยกันประคองจื่อเฟยไปเปลี่ยนผ้าซับเลือดให้ดังเช่นที่ทำมาตลอดทุกๆครึ่งชั่วยาม

"หลี่เปี้ยน เจ้าช่วยข้าปิดบังแล้วถูกไท่จื่อจับได้ เจ้าจะถูกลงโทษหรือไม่"บังคับหลี่เปี้ยนมาเข้าพวก ถึงตอนนี้ความแตกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่านางกำนัลผู้นี้จะต้องโทษหรือไม่

หมอหญิงอมยิ้มจางๆ นางย่อตัวลงแสดงอาการขอบคุณ "หม่อมฉันขอบพระทัยจื่อเฟยที่กรุณา ไท่จื่อทรงเข้าใจดีว่าหม่อมฉันปิดบังเพื่อต้องการรักษาภายในของท่าน พระองค์จึงทรงให้อภัยเพคะ"

"อันที่จริงต่อให้ไท่จื่อจะลงโทษหลี่เปี้ยนจริงๆจื่อเฟยก็ช่วยนางได้อยู่แล้วใช่ไหมเจ้าคะ"สวีเหม่ยหัวเราะ

หงโต้วรู้ทันคำพูดของสวีเหม่ยที่พูดเป็นนัยถึงเรื่องที่โกรธกันวันนี้แล้วไท่จื่อต้องงอนง้อนาง หญิงสาวหยียิ้มขำเบาๆพลางส่ายหน้า "ว่าได้หรือสวีเหม่ย ลำพังตัวข้ายังเอาตัวไม่รอด จะไปช่วยผู้ใดได้"

"นายหญิง เอาตัวไม่รอดแล้วเป็นเช่นท่าน ใต้หล้านี้มีผู้ใดบ้างไม่อยากจะเป็น"เสี่ยวอี้ร่วมสนทนาชวนหัวเราะครั้งนี้ด้วย แม้แต่แรกเดินทางมาแคว้นฉินนางรู้สึกไม่พอใจรัชทายาทโคแก่ที่บังอาจสู่ขอภรรยาหญ้าอ่อนมาเคี้ยว แต่เมื่ออยู่ๆไปก็พบว่าคุณหนูของนางนั้นดูเหมือนว่าจะแต่งให้ถูกคนแล้ว ไท่จื่อแม้จะหน้าดุแต่ก็ใจดีกับคุณหนูมาก ทั้งทะนุถนอมทั้งเอาใจ จากคำพูดและการกระทำที่นางเห็นมาตั้งแต่เจ้านายทั้งสองไหว้ดินฟ้ากัน นางไม่อาจกล่าวโทษไท่จื่อได้เลยสักคำ กลายเป็นว่านางรู้สึกอยากจะเตือนให้คุณหนูทำตัวดีๆกับไท่จื่อเสียมากกว่า

"โธ่ เจ้าไม่ได้มาแต่งกับเขานี่จึงไม่รู้ว่าชายผู้นั้นกวนโมโหมากขนาดไหน ทั้งช่างยั่วช่างเย้าช่างแหย่ เผลอเป็นไม่ได้เดี๋ยวกอดเดี๋ยวจูบ จูบไปกอดมากลายร่างเป็นมารราคะจับถั่วเช่นข้ากินจนแทบจะบ่นปี้บี้เป็นผง..."บ่นๆไปไฟก็ลุกท่วมหน้าเมื่อสบสายตาขบขันของนางกำนัลทั้งสาม หงโต้วอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อรู้ว่าตนเองพูดมากเกินไปแล้ว มันใช่เรื่องที่ควรบอกให้บ่าวไพร่รับรู้หรือ "ฮึ่ม..."รู้ตัวว่าพลาดไปก็แสร้งกระแอมกลบเกลื่อน "อากาศร้อนช่วยไปหาคนขนน้ำมาให้ข้าอาบหน่อยเถอะ"

"เจ้าค่ะ"นางกำนัลสาวเข้าใจดีจึงรับคำด้วยรอยยิ้มขำๆรีบไปตามน้ำให้นายสาวแก้ร้อนหน้า ฮ่าๆๆ

 

                อาบน้ำแต่งตัวงดงามพระสวามีของนางก็ยังไม่กลับมา ชะเง้อคอดูด้วยความสงสัยคิ้วก็ขมวดแน่นขึ้นทุกที อดสงสัยว่าทำไมเขาจึงไปนานนักจนป่านนี้ยังไม่กลับมา

"เป็นห่วงหรือเจ้าคะ"เสี่ยวอี้เห็นนายสาวชะเง้อคอมองประตูจนแทบจะกลายร่างจากถั่วเป็นห่านอยู่รอมร่อ

หงโต้วสะบัดหน้ากลับมามองต้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์ "ห่วงอะไรกัน ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว คนผู้นั้นต้องแกล้งให้ข้าหิวตายแน่ๆ"คุณหนูลั่วขี้โมโหเริ่มอาการที่คนสมัยหน้าเรียกว่า...เหวี่ยง

สวีเหม่ยกรอกตาไม่ต่อปากต่อคำหรือหาทางช่วยเหลือนางกำนัลซื่อบื้อที่ไม่ได้เข้าใจเลยว่าจื่อเฟยนั้นเป็นคนปากแข็ง เห็นๆอยู่ว่านางเป็นห่วงพระสวามี ครั้นไปถามอย่างนั้นดูสิคราวนี้จื่อเฟยหันหลังให้ประตูแล้ว! เออหนอดียิ่งนัก ไท่จื่อเวลาอยู่กับพระชายารองทั้งหลายเป็นคนเคร่งขรึมครั้นมาอยู่กับจื่อเฟยดันกลายเป็นคนร่าเริงช่างพูดปากเปราะจนโดนจื่อเฟยเคืองเอาบ่อยๆ ข้างจื่อเฟยนั้นแม้จะเป็นคนขี้อ้อนแต่ก็ปากแข็งเอาแต่ใจตนเองยิ่ง ไม่ยอมรับความจริงอะไรง่ายๆ ช่างเหมาะกันเหลือเกิน คนหนึ่งก็ปากเปราะ อีกคนก็ปากแข็ง ไอ้ที่ควรพูดคนปากแข็งก็ไม่พูด ไอ้ที่ไม่ควรพูดไอ้คนปากเปราะก็พูดออกมาให้ทะเลาะกันไม่หยุด ยังดีที่ว่าคนปากเปราะนั้นมีข้อดีคือเอาใจเก่ง คนปากแข็งที่แพ้ความอ่อนโยนเอาอกเอาใจจึงตายสนิททุกทีที่ถูกฝ่ายนั้นพัวพันไม่หยุด ฮ่าๆๆ คนอย่างจื่อเฟยสุดท้ายหากหนีไท่จื่อพ้นก็คงจะพ้นแต่ตัวเป็นแน่แท้ ขนาดนางเฝ้าดูอยู่ห่างๆยังหวั่นไหวแทนเลย นับประสาอะไรกับเด็กสาวอย่างจื่อเฟยที่ต้องมาเจอไท่จื่อเจ้าชู้ยักษ์ทำหวานใส่ งานนี้ไม่ได้องค์ชายองค์หญิงนางให้ม้าห้าแยกร่างเลยเอ้า ถ้าใครจะพนัน!

                หงโต้วไม่ได้อยากจะสนใจแต่ท้ายที่สุดก็เริ่มกระวนกระวายร้อนรนจนทนไม่ได้ต้องออกมานอกกระโจมสั่งให้จัดชุดทหารออกไปติดตามพระสวามีที่หายเข้าป่าไปร่วม1ชั่วยามแล้ว นางอยากจะไปด้วยแต่เหล่าองค์รักษ์และนางกำนัลช่วยกันรั้งนางเอาไว้สุดความสามารถ ที่สุดจึงได้แต่นั่งคิ้วขมวดอยู่ใต้ร่มไม้ ในใจว้าวุ่นวิตกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนผู้นั้นหรือไม่ ทุกครั้งการล่าสัตว์ในป่านายทหารที่ทำหน้าที่นั้นจะใช้เวลาไม่เกินสองเค่อ (สามสิบนาที) นี่เขาหายไปตั้งหนึ่งชั่วยาม(2 ชม.)แล้วจะเกิดเหตุร้ายหรือไม่

                มือบางโบกไล่ไม่รับน้ำชาไม่เอาขนม สำรับอาหารถูกยกมาวางตั้งแต่นางก็ไม่มีแก่ใจจะกิน สองตางามจ้องไปยังผืนป่าที่เชื่อมภูเขาสูงลูกแล้วลูกเล่าเข้าด้วยกันเป็นผืนกว้าง ในใจพยายามคาดเดาว่าเขาไปหลงอยู่ตรงไหน เกิดอะไรขึ้น จะเป็นหมี เป็นเสือ หรือเป็นสัตว์ร้ายอะไรที่สามารถทำร้ายชายตัวโตคนนั้นได้

รอจนคิดว่าจะรอไม่ได้แล้วเสียงม้ากลุ่มหนึ่งฮ้อตะบึงมาจากชายป่าก่อนจะพาเอาคนๆนั้นมาปรากฏให้นางเห็น หงโต้วเบิกตากว้างแล้วออกวิ่งไปหาเขาอย่างไม่ทันได้รู้ตัว นางรู้แต่เพียงว่าเขาบาดเจ็บ เนื้อตัวเปื้อนฝุ่น ผมเผ้ายุ่ง

"ท่านพี่"คนงามโผเข้าหาไท่จื่อที่เพิ่งลงจากหลังม้า "เกิดอะไรขึ้น" เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ฝ่ามือทั้งสองข้างมีรอยบาดรอยข่วนเลือดไหลซิบๆ

ตี้ฟั่นเทียนเห็นภรรยาตื่นตกใจก็รีบโอบนางมากอดปลอบโยน "ข้าไม่เป็นไรน้องหญิง"

หงโต้วโมโหกระชากเสียงถามอย่างไม่พอใจ "ไม่เป็นไรได้อย่างไร! ท่านบาดเจ็บ!!"

โดนนางตะคอกใส่คนตัวใหญ่ก็คลี่ยิ้มอ่อนโยนพยุงนางไปหาที่นั่งแล้วล้วงเอาของในอกเสื้อส่งให้ภรรยา "ข้าไปล่าเนื้อ เค่อแรกได้กระต่ายข้าก็ว่าจะรีบกลับ แต่มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วเห็นบางสิ่ง จึงเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่งแล้วตามไป..."

"ลูกนกน่าเกลียดนี่หรือที่ทำให้ท่านมีสภาพเป็นเช่นนี้"คนเป็นภรรยายังไม่คลายอารมณ์ เขาเสี่ยงตายหายไปตั้งนานเพื่อนกตัวนึงนี่หรือ หงโต้วเบ้ปากมองนกน้อยขนรุ่งริ่งน่าเกลียดในมือใหญ่ของสามีด้วยความชิงชัง มันมีดีอะไร! เขาจึงเสี่ยงชีวิตเพื่อมัน!! หรือเจ้าจะเป็นปีศาจนกจะโตขึ้นมาแล้วแปลงเป็นหญิงมายั่วยวนสามีข้าเหมือนในหนังไซอิ๋ว ห๋า!!!

ลูกนกหัวโล้นขยับปีกที่มีแต่ขนสี่ห้าเส้นห่างๆอธิบายเมื่อรับรู้ถึงรังสีอำมหิตจากหญิงเบื้องหน้า ข้าเปล่านะนังหญิงหน้าเหม็น ข้าเป็นตัวผู้ต่างหาก เจ้าเห็นความเป็นชายของข้าหรือไม่! เจ้าตัวเล็กพยายามใช้ปากจิกจุดเล็กๆเท่าเม็ดงาเบื้องล่างให้นางดู เห็นหรือไม่ ข้าเป็นชาย!!!

ชายหนุ่มหัวเราะขำมองลูกนกน่าเกลียดที่เขาเสี่ยงชีวิตขึ้นผาสูงไปนำมากำนัลนางด้วยตนเอง ใช้แขนรั้งภรรยามานั่งตักเปื้อนๆของตนแล้วไท่จื่อก็เล่าประทานว่า "นี่มิใช่นกน่าเกลียดน้องหญิง หากแต่เป็นนกอินทรี วันนี้ข้าเห็นแม่ของมันบินไปมาจุดเดิมถึงสองครั้งจึงรู้ว่ามันคงจะมีรังใกล้ๆบริเวณนั้นจึงออกไปค้นหา รังนั้นตั้งอยู่บนเขาสูงชิดขอบผาชัน ข้าเห็นเจ้ารักครอบครัว คิดถึงพวกเขามาก ทุกห้าวันจะส่งนกพิราบกลับบ้าน แล้วนั่งรอคอยจดหมายตอบกลับด้วยใจที่จดจ่อจึงคิดจะนำนกอินทรีตัวนี้มาให้เจ้า หากมันเติบใหญ่แล้วเจ้าจะใช้มันส่งจดหมายแทนนกพิราบก็ได้ ฝึกใช้สำรวจเส้นทางก็ได้ เตือนภัยก็ได้ นกประเภทนี้แข็งแรงและบินได้เร็วยิ่งน้องหญิง ต่อไปเจ้าไม่ต้องคอยจดหมายถึงห้าวันแล้ว อาศัยเจ้านกตัวนี้เกรงว่าเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนเจ้าคงได้อ่านจดหมายจากทางบ้านสมใจ แต่...เจ้าอย่าใช้มันบินไปทุกวันล่ะ ประเดี๋ยวมันจะเหนื่อยตายเสียก่อน"ว่าแล้วเขาก็หัวเราะขำ จำต้องเอ่ยเตือนภรรยาไว้ก่อนด้วยเกรงว่านางจะส่งจดหมายไม่หยุด

ได้ฟังดังนั้นที่โกรธเพราะเขาหายไปนานก็พลันสลาย ในใจเกิดความซาบซึ้ง "ท่านพี่..."ซบหน้าลงกับไหล่สามี ดวงตางามจ้องมองนกในมือซ้ายของสามี นางคว้ามือขวาที่โอบเอวนางไว้ออกมาดูแล้วลูบเบาๆมองบาดแผลบนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

"เจ้าพอใจหรือไม่น้องหญิง"จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงงามแล้วเอ่ยปากถาม ครั้นนางเงยหน้าขึ้นเห็นแววตาอ่อนไหวตี้ฟั่นเทียนก็อดใจไม่ได้ก้มลงจุมพิตริมฝีปากคนงามเบาๆอย่างหลงใหล มิได้เจตนาล่วงเกินนาง

หงโต้วหน้าแดงซ่าน มองใบหน้าของสามีที่ผละห่างแล้วเป็นฝ่ายโน้มคอเขาลงมาแตะริมฝีปากลงบนแก้มสากและปากเป็นลำดับ "ขอบคุณท่าน"

มันมิใช่จูบด้วยเสน่หา หากแต่เป็นจูบขอบคุณที่ชาตินี้ทั้งชาติคนอย่างไท่จื่อมิเคยพบมาก่อน มันมิได้เร้าอารมณ์หากแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์อันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดี บอก...ว่านางขอบคุณ

"ท่านช่างดีกับข้าเหลือเกิน"คุณหนูลั่วรำพึง สองมือเล็กๆยกฝ่ามือหยาบเปื้อนเลือดขึ้นมาจุมพิตเบาๆแล้วแนบแก้มนุ่มลงบนฝ่ามือนั้น "มือใหญ่คู่นี้...ช่างดีเหลือเกิน"ชาติก่อนเป็นคนใจอ่อน ชาตินี้ก็ไม่แตกต่าง ยังคงอ่อนไหวง่ายเช่นเดิม

ผู้ใดจะรู้สึกเช่นไรไม่อาจรู้ได้ แต่สำหรับตี้ฟั่นเทียนแล้วกริยาของภรรยาในยามนี้ช่างน่ารักน่าใคร่เป็นที่สุด ทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนจนต่อให้นางอยากได้ดาวหรือเดือนเขาย่อมจะปีนป่ายนำมันมาให้นางให้จงได้ พิศมองใบหน้าน้อยๆนั่นซบบนฝ่ามือด้วยท่าทางเหมือนสัตว์เล็กที่ต้องการการปกป้องสามีเช่นเขาก็มีแต่จะยิ่งรักและยิ่งเอ็นดูนางยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าทวี เมื่อภรรยากลายเป็นสัตว์น่ารัก นกน่าเกลียดในมือก็ถูกตี้ฟั่นเทียนทิ้งลงพื้นไปอย่างไม่ใส่ใจ กำจัดของให้มือว่างแล้วใช้มือนั้นโอบกอดถั่วน้อย นกที่น่าสงสารขยับปีกเนื้อตะปุ่มตะป่ำเดินโยกเยกอยู่บนพื้น มองมนุษย์ใจร้ายสองคนแล้วร่ำร้องแม่จ๋าๆๆ

"..."สามีพึงใจภรรยาเห็นความน่ารักของนางก็ไร้คำพูดได้แต่กอดนางไว้แน่น ชายหญิงทั้งสองกอดรัดกันกลมเกลียว ฝ่ายหญิงนั่งบนตักแกร่ง อิงตัวซบแก้มกับมือใหญ่ หลับตาพริ้มใบหน้ามีรอยยิ้ม ฝ่ายชายโอบร่างบางซบศีรษะแนบเรือนผมสวยของภรรยา หลับตาลงสูดกลิ่นหอมๆด้วยใจอันสุขสงบ

เหล่าองค์รักษ์และนางกำนัลเห็นเช่นนั้นก็พากันล่าถอยออกห่าง เนื้อสัตว์ที่จับมาถูกทำความสะอาดและปรุงรสเรียบร้อยแล้วค่อยๆถูกยกขึ้นปิ้งอย่างไม่รีบร้อนด้วยรู้ว่าเจ้านายมิได้สนใจจะกินในเวลานี้

 

                เดินทางจากนั้นอีกห้าวันคณะเดินทางก็มุ่งเข้าสู่เมืองเฟิง...เมืองชายแดนที่ตั้งประจัญหน้ากับป้อมเมืองเย่ของแคว้นเฉ่า ที่ๆครั้งหนึ่งสองสามีภรรยาเคยปะทะกันแบบมิได้เห็นหน้า ได้ผลออกมาเป็น...เต่าฉิน!!!

                เสียงม้าควบกุบกับ พระชายาเอกที่นั่งอยู่เบื้องหน้าพระสวามีบนม้าตัวเดียวกันคลี่ยิ้มยินดี ประตูเมืองใหญ่เปิดออกกว้าง ทหารและชาวบ้านยืนกันเต็มสองข้างทาง

"ถวายบังคับไท่จื่อและจื่อเฟย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"เหล่าทหารทิ้งตัวลงคุกเข่ากล่าวประสานเสียง ชาวบ้านเบื้องหลังรับคำเอ่ยทรงพระเจริญสะเทือนลั่นไปทั้งภูเขา

"ลุกขึ้น"ตี้ฟั่นเทียนหยุดม้ามองไพร่ฟ้าที่ออกมาต้อนรับด้วยความพึงพอใจ "พลับพลากลางชายแดนที่ข้าสั่งให้ทำ เรียบร้อยหรือไม่"ได้จังหวะไท่จื่อก็เอ่ยปากถามความคืบหน้าของพลับพลาที่ต้องสร้างขึ้นเพื่อให้พระชายาได้พบกับครอบครัว ฝ่ายนั้นเป็นแม่ทัพและนายกองกันทั้งครอบครัวการจะเชิญศัตรูตัวฉกาจมาสำรวจป้อมนั้นเป็นไปไม่ได้ สมควรพบกันที่สนามรบนั่นแหละดีแล้ว

"เรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ"หม่าหยวนจางแม่ทัพวัยห้าสิบหกตอบเสียงฉะฉานทว่าสองตาหยีสู้แสงแดดมองใบหน้าน้อยๆที่โดดเด่นอยู่เบื้องหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้

ตี้ฟั่นเทียนเห็นกริยาไม่เหมาะสมของแม่ทัพใหญ่ก็ไม่เอ่ยปากตำหนิ เขาทิ้งตัวลงจากหลังม้าแล้วอุ้มภรรยาลงมายืนข้างๆก่อนจะเอ่ยปากแนะนำหงโต้วว่า "นี่คือหม่าหยวนจาง แม่ทัพใหญ่ที่คอยดูแลชายแดนแคว้นฉินและเฉ่า เป็นเพื่อนเล่นกับพ่อเจ้ามานานหลายสิบปีจนเจ้ามาทำสนามของพวกเขาป่นปี้"ผู้เป็นสามีเอ่ยปากชื่นชมภรรยาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแล้วหันมาแนะนำแม่ทัพใหญ่ว่า "ท่านแม่ทัพ นี่คือจื่อเฟย...ว่านหงโต้วที่ท่านอยากจะเห็นอย่างไรเล่า เจ้าปีศาจห้าขวบที่ทำเราโมโหวันนั้นข้าจับนางมาเป็นจื่อเฟยแล้ว ฮ่าๆ"

หม่าหยวนจางได้ยินคำของไท่จื่อที่เคยร่วมรบกันมาหลายศึกก็หัวเราะพอใจ ก้มศีรษะลง "หม่อมฉันหม่าหยวนจางได้พบจื่อเฟย ตายก็ไม่เสียดายแล้วพะย่ะค่ะ"

โดนสามีแขวะแต่นางก็ยังอารมณ์ดีอยู่จึงคลี่ยิ้มให้ท่านแม่ทัพ "ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวหนักเกินไปแล้ว ตอนนั้นข้าอายุยังน้อยล่วงเกินพวกท่าน..."เหล่ตามองสามีเป็นเชิงนับรวม "...หงโต้วต้องขออภัยแล้ว"

ในเมืองเฟิงวันนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่ทราบว่าจื่อเฟยของแผ่นดินในวันนี้คือผู้ที่ทำลายสนามรบของแคว้นในวันก่อน ชาวบ้านตลอดจนทหารล้วนแต่พากันชะโงกดูร่างเล็กๆนั้นด้วยความสนใจไร้คำพูดจึงได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขาชัดเจน

"ฮ่าๆ จื่อเฟยน้อยฉลาดเฉลียวข้าจะไปกล่าวโทษอะไรได้ วันนั้นท่านเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพแคว้นเฉ่าย่อมต้องช่วยบิดา วันนี้แต่งมาเป็นว่าที่มารดาของแผ่นดินแคว้นฉินแล้วย่อมต้องทำนุชาติของสามี ใช่หรือไม่"

หงโต้วยังคงยิ้มกำลังนึกชมว่าตาแก่นี่เข้าใจเรื่องง่ายน่าจะมาเป็นพ่อสามีนางแทนฮ่องเต้ชราหน้าเหม็นผู้นั้น มิทันได้เอ่ยปากชมแม่ทัพเฒ่านี่ก็พูดประโยคสุดท้ายให้นางหัวเราะแทบไม่ออก ต่อหน้าคนทั้งเมือง...เขากล้าบังคับให้นางเอ่ยปาก

"ไท่จื่อแต่งข้าเป็นจื่อเฟยแคว้นฉิน วันหน้ามีองค์ชาย...ก็เป็นองค์ชายแคว้นฉิน หญิงที่เป็นทั้งภรรยาและเป็นมารดาจะกล้าไม่ทำนุชาติให้สามีได้อย่างไรท่านแม่ทัพ"นางยิ้มหวานใบหน้ามีเมตตาดุจพระโพธิสัตว์ ยามทอดเสียงเอื้อนเอ่ยก็นุ่มละมุนราวกับจะกล่อมให้คนทั้งหลายคล้อยตาม ด้วยรูปโฉมกริยาและวาจาของนางมีหรือชาวประชาจะไม่ชื่นชม เว้นแต่...แม่ทัพที่เจนศึกและไท่จื่อที่เจนแผนเท่านั้นที่รู้ทันคำพูดของนาง วันหน้า...คือวันที่ยังมาไม่ถึง องค์ชายที่ว่า...ก็ยังไม่มี หญิงที่เป็นภรรยาและมารดา...บัดนี้ยังเป็นเพียงภรรยา กล่าวว่าจะกล้าไม่ทำนุชาติให้สามีได้อย่างไร...นั่นหมายความว่าอาจจะกล้าไม่ทำนุชาติก็ย่อมได้ ชายต่างวัยทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้ม...ต่างคนต่างรู้กันดีว่าหญิงผู้นี้กลิ้งกลอกหลอกลวงเหมือนเช่นสนามรบที่เป็นหลุมเป็นบ่อที่นางทำเอาไว้นั่นเอง

"ฮ่าๆๆ ประเสริฐยิ่งแล้วแต่งหญิงเช่นนี้เป็นมารดาของแผ่นดิน..."หม่าหยวนจางเหมือนจะเอ่ยปากชม "ได้ยินคำจื่อเฟยวันนี้ จากนี้ข้าจะตั้งใจกินยาบำรุงร่างกาย...เพื่อรอดูไท่จื่อองค์ต่อไปของแคว้นฉินให้ได้!!! ฮ่าๆๆ"กล่าวคือมารดาชั่วร้ายไม่อาจไว้ใจได้ แต่องค์ชายที่เป็นส่วนผสมของนางมารและไท่จื่อเจ้าแผนการช่างน่าสนใจยิ่ง แม่ทัพใหญ่ย่อมมองการณ์ไกลในขณะที่คนมองใกล้เช่นหงโต้วโดนย้อนเกล็ดแทบจะฝืนยิ้มไม่ไหว ตาแก่นี่...ช่างคิดดีแท้ เหมือนจะชมแต่กลับมีนัยคำพูดว่าไม่ไว้ใจหญิงต่างแคว้นแต่พอใจยิ่งที่จะรอองค์ชายจากคนนิสัยไม่ดีเช่นนาง

"ฮ่าๆ"ตี้ฟั่นเทียนโอบไหล่ภรรยาหัวเราะเต็มเสียง ไม่เสียแรงที่เขาและท่านแม่ทัพใหญ่ถูกใจกันมานาน ที่เขาคิดไว้ หม่าหยวนจางก็คิดได้ ฮ่าๆๆ ถึงถั่วแคว้นเฉ่าจะร้ายแต่เมื่อนำมาปลูกแคว้นฉินเม็ดถั่วที่ตกลงมาย่อมเป็นของแคว้นฉิน จะมากล่าวว่าเป็นต้นถั่วแคว้นเฉ่าออกฝักแตกบนแคว้นฉินเม็ดจะมาเป็นถั่วแคว้นเฉ่าย่อมมิได้ ฮ่าๆๆ

 

ณ พลับพลา สนามรบแคว้นฉิน...

            เป็นรูปถั่วอีกครั้ง หงโต้วคลี่ยิ้มยามมองภาพต้นถั่วที่พันยอดกับกิ่งไม้แห้งแตกฝักสีเขียวอ่อนน่ากินหกฝัก องค์ชายทั้งสี่มีความสามัคคีกันดียิ่ง ภาพที่เขียนออกมาสอดประสานกันได้ลงตัวดีเยี่ยม เห็นได้ชัดว่าฝักถั่วที่ไม่เหมือนกันนี้พวกเขาวาดกันคนละฝักอย่างไม่ต้องสงสัย ช่างมีน้ำใจแท้ๆรู้จักวาดถั่วมาเอาใจมารดาเอกเช่นนางที่สั่งมัดพวกเขาไว้ด้วยกัน

"เป็นถั่ว"ไท่จื่อชะโงกหน้ามองกระดาษในมือภรรยา เห็นเป็นรูปถั่วก็อมยิ้ม "เจ้าพวกนี้ช่างประจบจริงๆ"คนว่ารั้งตัวสาวน้อยให้นั่งลงบนตัก มือข้างหนึ่งหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบ อีกข้างโอบคนที่ยังชื่มชมรูปไว้หลวมๆ

"องค์ชายเหล่านี้ไม่พบกันร่วมเดือนกลับทำให้ข้าพอใจอยู่แทบทุกวัน"ภาพที่พวกเขาส่งมาล้วนแต่บอกถึงความรู้สึกนึกคิดและความกลมเกลียวในหมู่พี่น้องที่มีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆจากภาพที่เห็น

"มารดาเอกเยาว์วัยแต่ไม่ไร้เดียงสา พวกเขาได้เจ้าเป็นมารดานับเป็นวาสนาของพวกเขา ธรรมดาป่านนี้แต่งจื่อเฟยมาไหนเลยพวกเขาจะได้เป็นสุข หญิงผู้นั้นย่อมต้องกวาดเสี้ยนถางหนามไว้ให้บุตรของตน"คราวของเขาก็เช่นกัน ทันทีที่ตำแหน่งจื่อเฟยของพระบิดาถูกหญิงผู้หนึ่งเข้ามาครอบครอง องค์ชายองค์หญิงทั้งหลายก็ระส่ำระสายต้องโทษโดนสั่งสอนเป็นรายวัน เพื่อกำราบให้รู้ว่าทันทีที่บุตรของเมียเอกถือกำเนิดพวกเขาย่อมด้อยกว่านี้ ต่อให้เกิดก่อนก็ใช่ว่าจะได้เปรียบ ทุกสิ่งของบุตรล้วนแต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมารดา และความโปรดปรานที่มารดาได้รับเท่านั้น

"ข้ามิใช่มารดาเลี้ยงใจร้ายท่านพี่ อย่างหนึ่งที่ข้าไม่คิดจะตั้งครรภ์ตอนนี้ก็เพื่อไม่ให้เหล่าองค์ชายรู้สึกไม่มั่นคง ให้เวลาผ่านไปก่อน ให้พวกเขาได้ปรับตัว"ชาติที่แล้วบิดาของลั่วผิงอันคิดจะแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ถูกยัยหนูลั่วตีแตกทุกครั้งไป นางเข้าใจดีว่าการที่เด็กๆจะรับแม่ใหม่หรือน้องคนใหม่นั้นมันเป็นเรื่องยากแค่ไหน

ผู้เป็นสามีส่ายศีรษะโน้มตัวลงจูบขมับสวยแล้วฝังจมูกลงบนแก้มใสด้วยเลือดฝาด "ที่เจ้าคิดถือเป็นความกรุณา แต่ในความเป็นจริงก็เป็นเช่นที่ข้าเคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ข้ามีความตั้งใจ...จะเลือกองค์ชายที่เจ้าให้กำเนิด...เป็นไท่จื่อ"

"แต่ข้ามิได้ต้องการเช่นนั้น..."

"ฟังข้าก่อนน้องหญิง..."นางเป็นเด็กย่อมไม่เข้าใจ "ไท่จื่อเป็นตำแหน่งสำคัญ หากองค์ชายองค์ใดขึ้นนั่งในตำแหน่งนี้มารดาย่อมมั่นคงตามไปด้วย ที่ข้าเลือกองค์ชายของเจ้าก็เพื่อตัวเจ้าเอง หากว่าวันหน้ามีอะไรไม่แน่นอน อาศัยที่เจ้าเป็นจื่อเฟยก็ต้องนั่งเป็นฮองเฮา องค์ชายนั่งเป็นไท่จื่อเจ้าย่อมมั่นคงเป็นไทเฮา สุขสบายชั่วชีวิต แต่...หากทำอย่างที่เจ้าทำในตอนนี้ ทิ้งจังหวะและโอกาสไม่ยอมตั้งครรภ์จะเป็นการทำร้ายตนเองในภายหน้า ข้าครองแผ่นดินเมื่อใดเจ้าจะกลายเป็นฮองเฮา เป็นฮองเฮาที่ไร้องค์ชายอยู่วังหลังต้องถอยให้มารดาของไท่จื่อหนึ่งก้าว วันหน้าเจ้ายืนอยู่ได้นานก็จะได้เป็นไทเฮาวังตะวันออกที่ต้องเกรงใจหญิงที่ขึ้นเป็นไทเฮาวังตะวันตกเพราะบุตรของนางอีก ถอยแล้วถอยอีกสุดท้ายแล้วเจ้าจะหัวเราะต่อไปได้อย่างไรน้องหญิง มิสู้เป็นฮองเฮาคนเดียว เป็นไทเฮาคนเดียวไม่ดีกว่าหรือ" ฮองเฮาที่ไร้บุตรจะกลายเป็นไทเฮาวังตะวันออกตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนมารดาของไท่จื่อจะได้เป็นไทเฮาโดยอัตโนมัติเพราะเป็นมารดาโดยสายเลือดของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หากฮ่องเต้เป็นโอรสของฮองเฮาอยู่แล้วไทเฮาย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว "ข้าพึงใจเจ้า ห่วงใยเจ้าจึงตัดสินใจเช่นนี้น้องหญิง นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ข้าจะให้เจ้าได้ ให้เจ้ามั่นคง มีองค์ชาย เป็นฮองเฮา เป็นไทเฮา เป็นสุขทั้งชีวิต"

สิ่งที่เขากล่าวมาล้วนแต่เป็นความจริงที่โหดร้าย ตี้ฟั่นเทียนบอกชัดว่าหากมีหรือไม่มีองค์ชายจะเกิดอะไรขึ้นกับนางชัดเจนยิ่ง นางทั้งหดหู่และซาบซึ้งใจในน้ำใจของสามี ที่เขาตั้งใจจะเลือกองค์ชายจากนางก็เพราะพอใจนาง อยากปกป้องนางเอาไว้

"ท่านพี่"เสียงหวานเอื้อนเอ่ย "...ข้าสารภาพ ข้ามิเคยคิดจะอุ้มครรภ์เลยสักครั้ง ตั้งใจว่าอย่างน้อยที่สุดก็รอให้ท่านตั้งไท่จื่อไปให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยคิดเรื่องบุตรดูอีกครั้ง ข้าเดาว่าท่านอาจจะเลือกองค์ชายใหญ่ไม่ก็องค์ชายรอง ข้าไม่อยากให้ลูกของข้าต้องมาแก่งแย่งชิงดี อยากคลอดองค์หญิงน่ารักๆสักคนไว้เป็นเพื่อนแต่เพียงเท่านั้น"นางถอนใจ "ท่านพี่รู้อย่างนี้จะโกรธข้าหรือไม่ ท่านจริงใจต่อข้าถึงเพียงนี้ ข้าไหนเลยจะกล้าปิดบังท่าน"

ไท่จื่ออมยิ้มจางๆยามแนบจมูกลงสูดดมกลิ่นกายของสาวน้อย "นับตั้งแต่เห็นเจ้าถอดเสื้อช่วยห้ามเลือดให้ข้าโดยไม่สนใจชื่อเสียง ตอนนั้นข้าก็สนใจเด็กน้อยผู้นั้นซะแล้ว เฝ้ามองนางอีกถึงสี่ปีจึงแต่งนางมาเป็นภรรยามีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าคิดอ่านอย่างไร สตรีรอบตัวข้าล้วนแต่มาเพราะอำนาจ มีแต่เจ้าที่ไม่ใส่ใจอำนาจ เป็นข้าต้องดิ้นรนไขว่คว้ามา"คนเป็นสามีย่อมรู้ความจริงข้อนี้ดี นางผู้นี้ถึงกับล้มป่วยนอนเตียงเป็นเดือนๆเพียงเพราะรู้ว่าจะต้องแต่งเป็นพระชายาเอกของไท่จื่อ หากเป็นหญิงอื่นได้รู้คงดีใจลุกขึ้นมาแต่งตัวดูแลตนจนถึงวันแต่งอย่างไม่ต้องสงสัย นี่...ถั่วน้องหญิงกลับล้มป่วยหงายตึงไปทันที ก่อนส่งตัวข้ามชายแดนสายข่าวยังรายงานว่านางยังกินไม่ลงเลยด้วยซ้ำ เจ้าสาวของเขาผ่ายผอมลงจนลมแทบพัดปลิว ยามเข้าหอเปลื้องผ้าเขาแลเห็นความบอบบางของนางชัดเจนภายใต้แสงเทียน เห็นความโมโห เห็นความไม่ยินยอม และเห็นถึงความไม่ยินดีของนาง แต่ที่สุดเขาก็ดึงดันแย่งชิงทุกสิ่งที่ต้องการมาครอบครอง ได้นางเป็นภรรยาสมใจ สมกับที่เฝ้าฟังข่าวของนางมานานถึงเพียงนั้น "ที่เจ้าหวังหลีกทางให้องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองนั้นข้าขอบอกตามตรงว่าเจ้าคิดผิด ช้าเร็วอย่างไรทันทีที่เจ้าให้กำเนิดองค์ชาย...เขาก็จะต้องเป็นไท่จื่อ ยิ่งเจ้าตั้งครรภ์ช้าเท่าใดก็จะเป็นการทำร้ายองค์ชายทั้งสองมากยิ่งขึ้น"

"ได้อย่างไรกัน หากตั้งไท่จื่อแล้วจะเปลี่ยนแปลงง่ายๆไม่ได้นี่เจ้าคะ"หงโต้วแย้งเสียงแหลม หน้างามบึ้งตึงเมื่อสิ่งที่นางคิดถูกสามีหักล้างจนแทบจะกลายเป็นซากปรักหักพังที่ไร้ความหมาย

ผู้เป็นสามีคุ้นชินกับเสียงแสดงอารมณ์ของภรรยาดีไหนเลยจะสะเทือน นางเป็นสีสันของเขา ผู้หญิงรอบตัวมีใครบ้างกล้าขึ้นเสียงกล้าตะคอกกล้าถกเถียงกับเขาเช่นนาง "น้องหญิงยังจำจางหัวจื่อ ที่หออัญมณีได้หรือไม่"

"จำได้สิเจ้าคะ แหวนที่ท่านสวมก็ยังอยู่"หงโต้วใช้สองมือกอบฝ่ามือใหญ่ของสามีขึ้นมาแล้วไล้ปลายนิ้วบนแหวนหยกบนนิ้วโป้งของสามีเล่น แหวนวงนี้เหมาะสมกับเขาเหลือเกิน มันเย็นแทบจะตลอดเวลาให้ความรู้สึกสบายทุกครั้งที่นางแตะ

"ผู้เฒ่านั่นทำนายถึงบุตรชายของเจ้าที่จะมีถึงสามคน จำได้หรือไม่"

นางย่อมจำได้ "โธ่ ท่านพี่ คำพูดของคนเลอะเลือนใช่ว่าจะเชื่อถือได้"หมอดูก็คือหมอเดาเข้าใจหรือไม่ หน้าอย่างนางหากคลอดบุตรได้ถึงสามคนคงกลายเป็นถั่วสุกรแน่ๆ

ตี้ฟั่นเทียนหัวเราะในลำคอหึๆ "เช่นนั้นจำครั้งแรกที่เราพบกันได้หรือไม่ วันนั้นที่เจ้าปีนขึ้นเก้าอี้มานั่งกินขนมกับข้า"ละส่วนที่เขาวางยานางเสีย ฮ่าๆๆ

"ย่อมจำได้"สมองนางมิใช่สมองเด็ก คุณหนูลั่วย่อมจำได้ดี

"วันนั้นมีนักพรตถูกเชิญมาดูชะตาให้เจ้าใช่หรือไม่ แต่เจ้าไม่เคยได้รู้คำทำนาย"สายลับที่คอยสอดรู้ไปทั่วรู้เรื่องราวน้อยใหญ่ดียิ่ง

"เอ๋"หงโต้วหันหน้ามาหาสามี เอียงคอเบิกตาโตแสดงความแปลกใจ "ท่านรู้ได้อย่างไร"

"ไม่มีอะไรที่ข้าไม่รู้"เว้นแต่เรื่องที่เลือดของนางเป็นพิษ "นักพรตเซียนได้ทำนายชะตาของเจ้าเอาไว้ว่า เจ้าจะเป็นมารดาของแผ่นดิน ให้กำเนิดสามโอรสไร้เทียมทาน หนึ่งมังกรครองราชย์ หนึ่งอินทรีนักปราชญ์ และหนึ่งพยัคฆ์พิทักษ์แผ่นดิน"

หญิงสาวจากยุคอนาคตทำหน้าเมื่อยใส่สามี "ท่านเชื่อ?"

สามีถูกใจสีหน้าของนางหัวเราะชอบใจใหญ่ "ย่อมไม่เชื่อ"

"ใช่ไหมเล่า ข้ามิใช่สัตว์ประหลาดจะได้ออกบุตรมาเก่งกาจเกินมนุษย์ถึงเพียงนั้น ธรรมดาบุตรย่อมมีฉลาดโง่คละเคล้า ไหนเลยจะออกมาดีเลิศทุกคนเช่นนั้นได้"คนเป็นแม่พันธ์อธิบายหลักการมนุษย์วิทยา

"แต่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของสี่แคว้นเชื่อถือนักพรตเซียนยิ่ง ที่เสด็จพ่อสนับสนุนการแต่งเจ้าเป็นจื่อเฟย...ก็ด้วยเหตุนี้"

หงโต้วอ้าปากค้าง "อ่า ข้าว่าแล้วเชียว เขาชังข้าถึงเพียงนั้น ฮึ่ม!"มิน่าเล่า "หากเจอนักพรตบ้านั่นข้าอยากจะตีเขาให้น่วมเลยเชียว นี่ท่านก็หวังลูกบ้าๆนั่นด้วยใช่ไหม"

ตี้ฟั่นเทียนส่ายหน้าสบตาภรรยาอย่างจริงใจ "ข้าไม่เชื่อเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น แต่เพราะพึงใจเจ้าจึงอาศัยคำทำนายโน้มน้าวเสด็จพ่อให้คล้อยตามเท่านั้น"

ถั่วเล็กหัวเราะร่า สองแขนโอบรอบคอพระสวามี "อย่างนี้ค่อยน่าพอใจหน่อย"

ไท่จื่อถูกสาวน้อยออกปากพอใจย่อมยินดีจนต้องก้มลงจุมพิตภรรยาน่ารัก "ที่ข้าเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ก็เพราะจะบอกถึงเหตุที่ข้าบอกไปก่อนนี้ว่าอย่างไรบุตรของเจ้าก็หนีตำแหน่งนี้ไม่พ้น หนึ่ง...ข้าตั้งใจจะปกป้องเจ้า ตั้งองค์ชายของเจ้าเป็นไท่จื่อเพื่อตัวเจ้าเอง สอง...เสด็จพ่อได้ออกโองการลับเอาไว้แล้วว่าหากท่านไม่สามารถอยู่ทันเห็นองค์ชายจากเจ้า ให้ตั้งไท่จื่อจากองค์ชายที่มีกำเนิดจากสตรีนามว่า...ว่านหงโต้ว"

"โอย เหตุใดเสด็จพ่อจึงงมงายถึงเพียงนั้น"เด็กยังไม่มี ตาแก่นั่นยังมีแก่ใจกลัวตัวเองตายไปก่อนออกคำสั่งทิ้งไว้อีก "หากข้าให้กำเนิดบุตรสาวสามคนแทนเล่า หากองค์ชายทั้งสามเบาปัญญาเล่า"บ้านเมืองมิล่มจมหรือ

แต่งถั่วมาเป็นภรรยาตี้ฟั่นเทียนหัวเราะบ่อยยิ่งกว่าที่ทั้งชีวิตนี้เคยหัวเราะมาด้วยซ้ำ "ฮ่าๆ ถั่วเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าหากออกบุตรโง่เขลาออกมาได้ ข้าว่าฟ้าดินคงอยากจะลงโทษเป็นแน่"

จื่อเฟยหน้างอ "ท่านพี่น่ะ! ยังจะตลกอีก..."

"ก็ข้าบอกแล้วอย่างไร ยิ่งเจ้าช้าเท่าไหร่ก็จะเป็นการทำร้ายองค์ชายมากขึ้นเท่านั้น"เพราะตำแหน่งไท่จื่อในอนาคตนั้นไม่ว่างตั้งแต่ฮ่องเต้มีคำสั่งประทานองค์หญิงผิงอันให้เขาแล้ว

"ท่านพี่..."หงโต้วเงยหน้าขึ้นมองสามี รู้สึกหนักใจ

"เจ้าไม่ต้องกังวลไป เจ้าไม่พร้อม ข้าก็ไม่เร่ง วันนี้ที่บอกก็เพื่อให้เจ้ารู้เอาไว้เท่านั้น"เขาย่อมใส่ใจนางมากกว่าบุตร

นางยิ้มออก พยักหน้าถี่ๆสองครั้ง "ดียิ่งเจ้าค่ะ"  

"น้องหญิง..."ร่างใหญ่อิงหลังกับขอบโต๊ะสองมือเลื่อนลงมาคลำรอบเอวเล็กสองตาปักตรึงบนทรวงอกบอบบาง...หลายวันแล้วที่ไม่ได้แนบชิด สองฝ่ามือกำรอบเอวบางไล้เบาๆแล้วกดบีบนวด เห็นนางแอ่นตัวรับสัมผัสเบาๆก็รุ่มร้อน

หงโต้วหน้าแดงก่ำเมื่อจู่ๆสามีก็เปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน แรงกดนวดตรงช่วงเอวทำให้นางสูดลมหายใจลึกก่อนใบหน้าจะร้อนผ่าวเมื่อสบสายตาเว้าวอนของสามี ดวงตาสีเข้มลุ่มลึกด้วยอารมณ์กำลังจับจ้องนางไม่วางตา

ริมฝีปากแกร่งแนบลงมาปลุกเร้าปากอิ่มเล็กอย่างกระหายหิว เรียวลิ้นรุ่มร้อนแทรกลงตักตวงทุกความหอมหวาน "หายดีแล้วกระมัง..."ตี้ฟั่นเทียนกระซิบถามทั้งที่รู้คำตอบดี เห็นนางสะเทิ้นอายไม่ให้คำตอบก็ป่ายริมฝีปากลงบนลำคอขาวสองมือใหญ่ดึงรั้งเสื้อผ้านางออกอย่างคล่องแคล่ว

"ท่านพี่...ครอบครัวข้า...กำลัง...จะมา"หงโต้วละลักละล่ำบอกสามียามผ้าผ่อนถูกรั้งออกจากร่าง เอี้ยมตัวเล็กปลิวตกลงพื้น ดวงตาของเขาจับจ้องอกเล็กของนางด้วยสายตามุ่งมาดปรารถนา

"ให้ข้าน้องหญิง"ตี้ฟั่นเทียนช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มพาไปหาเตียงใหญ่ กดร่างที่พยายามลุกให้นอนราบลงไปแล้วปลดกระโปรงและกางเกงซับชั้นในลากทึ้งทุกสิ่งที่กีดขวางทิ้งอย่างรวดเร็ว "ไม่นาน ข้าใช้เวลาไม่นาน"เขาให้การรับรอง สองตาจับจ้องเรือนร่างบอบบางที่แดงเรื่อไปทั้งตัวด้วยความเสน่หา

หงโต้วเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นสามีกำลังเปลื้องผ้าออกจากร่างแกร่งกร้าวทีละชิ้นไม่รีบร้อนเหมือนที่ทำกับนางเมื่อครู่ สูดลมหายใจเพียงชั่วอึดใจร่างเล็กๆของนางก็ถูกร่างร้อนจัดเต็มไปด้วยมัดกล้ามกอดรัดเอาไว้ทั้งตัว ทรวงอกเต่งตึงด้วยพิษระดูถูกไล้เลียปาดชิมเอาใจไม่หยุด ร่างงามไหวระริก เสียงอาสั่นไหวเล็ดลอดออกจากปากงาม

ทรวงอกงามทั้งคู่ถูกเอาใจจนตั้งชันยอดงามแข็งขึ้นเม็ด แล้วใบหน้างามก็ถูกรั้งกลับมาให้รับจุมพิตรุ่มร้อนแผดเผา หงโต้วหน้าแดงซ่านสองแขนเรียวงามยกขึ้นคล้องคอสามีไว้ หัวใจของนางเต้นรัวแรงเมื่อรับรู้ถึงมือแข็งแรงคู่ใหญ่ที่ลากขาของนางออกกว้าง

"ทะ...ท่านพี่"คนงามอุทานแตกตื่นเมื่อปลีขาขาวข้างขวาถูกรั้งขึ้นพาดบนบ่าแกร่ง ผิวผู้ชายสีคร้ามอย่างพวกออกแดดตัดสีกับปลีขาของนางชัดเจน หงโต้วมองสภาพเปิดกว้างของตนเองตาโต ยิ่งนานเต่าฉินผู้นี้ก็ยิ่งมีเรื่องละเล่นบนเตียงมากขึ้นเรื่อยๆและยิ่งออกนอกลู่นอกทางไปไกลลิบ

ตี้ฟั่นเทียนก้มลงมองความงามอร่ามตานั้นก่อนจะครอบครองนางอย่างรวดเร็ว ยินเสียงร้องอ๊ะ รับรู้อาการเกร็งรับ ไท่จื่อให้เวลาภรรยาปรับตัวเพียงครู่ก็ขยับตัวเคลื่อนไหว ค่อยๆเร่งเร้านางให้รุ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ สองหูคอยฟังเสียงครวญครางของสาวน้อยยามถูกสะโพกแกร่งทรมาน ถูกปลายลิ้นโลมเล้า และถูกสองมือลูบคลึง

หงโต้วบิดใบหน้าครวญครางกระสับกระส่าย สองแขนพยายามเกี่ยวรั้งสามีให้แนบชิดไม่หยุด ร่างเล็กๆของนางแม้จะเจ็บปวดยามถูกชำแรกแต่ก็เป็นเพียงครู่ เมื่อถูกปลุกเร้าสติก็กระจัดกระเจิง อารมณ์ใคร่ถูกปลุกปั่นขึ้นพาให้ร่างงามลุกเป็นไฟ สองขมับชื้นเหงื่อยามถูกสามีตอกตรึงรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เรือนผมงามส่ายไหวราวกับเกลียวพืชทะเลที่ต้องคลื่นมรสุม ดวงตาคู่งามหรี่ปรือ ปากอิ่มอ้าเผลอเปล่งเสียงร้องกรีดเสียงครางคว้าสายรุ้งงามครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อสามีพลิกตลบร่างเล็กๆของนางหาความสุขไม่หยุด ปลายนิ้วงามตะกุยอากาศก่อนจะตะปบข่วนลงบนแขนแกร่งแล้วกรีดร้องเสียงหลงเมื่อถูกสามีลงทัณฑ์หนักขึ้นรับกับเสียงแท่นเตียงที่ลั่นเอี๊ยดๆ สองร่างชื้นเหงื่อเกาะเกี่ยวรัดพันพลิกร่างไปทั่วเตียง จนผ่านไปครึ่งชั่วยามทุกอย่างจึงสงบลง หงโต้วนอนหอบหายใจโดยมีตี้ฟั่นเทียนพ่นลมหายใจหนักๆอยู่บนอกนุ่ม สองมือของนางโอบรอบศีรษะของสามีในขณะที่สองขาชื้นเหงื่อของนางแยกออกกว้างถูกรั้งไว้ด้วยแขนของสามีที่ใต้เข่าทั้งสอง ข้างสะโพกมีต้นขาแกร่งแนบขนาน ณ จุดเชื่อมต่อร้อนจัดมีไออุ่นร้อนข้นคลั่กทะลักทะลายอยู่ภายใน สาวน้อยสะอื้นเบาๆเมื่อรับรู้ถึงน้ำอุ่นๆที่บีบอัดเข้ามาในช่องท้องของนางเป็นครั้งที่สอง นาง...คิดถึงชาที่ต้องดื่ม

ตี้ฟั่นเทียนค่อยๆถอนร่างออกมาแล้วมองร่างบอบบางในท่วงท่าล่อแหลมด้วยความพอใจ คนงามยังคงเหนื่อยหอบ สองแขนทิ้งไว้ข้างตัว เปลือยทรวงอกแดงช้ำให้เขาเห็น เอวคอดแดงเรื่อ สะโพกงามขยับเบาๆตามแรงหายใจของนาง สองปลีขายังคงแยกกว้างดังเช่นเมื่อครู่เพราะเขาเพิ่งผละออกมา แลเห็นกลีบความงามที่แดงช้ำเพราะแรงปะทะ แลเห็นความฉ่ำชื้นที่ไหลรินออกมา ไท่จื่อมองความเย้ายวนนั้นด้วยสายตาที่ยังมัวเมาในอารมณ์รุนแรงอยู่ ปลายนิ้วแกร่งกรีดไล้เบาๆบนความชื้น ขยับกลับเข้าไปหาภรรยาอีกครั้ง

"ท่านพี่!"หงโต้วหน้าร้อนหุบขาฉับก่อนจะร้องเสียงหลง "อ๊ะ...ทะ...ท่าน"

"น้องหญิงคนงาม"ผู้เป็นต้นเห็นของเสียงใช้แขนเดียวตวัดร่างบอบบางขึ้นให้รับจุมพิตขณะที่ปลายนิ้วพร่างพรมเอาใจดอกไม้งาม นิ้วหนึ่งชำแรก อีกนิ้วบดคลึงยอดสตรี ผละปากออกเพื่อฟังเสียงคร่ำครวญของอิสตรีแล้วเร่งส่งนางวิ่งขึ้นเขาสูงแตกพร่างกลางหมู่ดาว

หงโต้วกรีดเสียงร้องลั่นตัวสั่นระริกยามบรรลุถึงความสุขอีกครั้ง ร่างงามถูกรั้งขึ้นนั่งบนตักแกร่งก่อนจะถูกบังคับให้เอนนอนไปเบื้องล่าง สองขางามกระหวัดรอบเอวแกร่ง แผ่นหลังสวยอยู่บนต้นขา ทอดศีรษะพ้นเข่าสามี ทิ้งเส้นผมเคลียแข้งใหญ่ระลงสู่พื้น เปิดเปลือยความขาวบอบบางให้สามีทรมานด้วยกายที่สั่นระริกเพราะความสุขสมเมื่อครู่ ยามปลายลิ้นใหญ่ปาดไล้บนท้องขาวนางสะท้าน ยามเขาชิมยอดอกนางสะเทือน เพียงออกแรงตวัดนางพลันบิดส่ายส่งเสียงอืออา สองแขนได้แต่รัดรอบคอสามีไว้ไม่ขัดขืน

"ไท่จื่อเพคะ ทหารจากป้อมสูงส่งสัญญาณมาแล้วเพคะ ตระกูลว่านแปดชีวิตกำลังขี่ม้าออกมาประตูเมืองมุ่งมาที่พลับพลาเพคะ"เสียงหลี่เปี้ยนกระซิบบอกผ่านประตูยังผลให้สองร่างที่เล่นกันบนขอบหน้าเตียงชะงัก

"ข้ารู้แล้ว"ตี้ฟั่นเทียนรั้งไหล่ภรรยาฉุดนางที่ทอดกายลู่ลงตามใจเขาให้ขึ้นมานั่ง มองใบหน้าแดงก่ำอับอายของนางก็ฉวยจุมพิตอีกครั้ง "ข้ายังไม่เสร็จธุระกับเจ้า น้องหญิง"

หงโต้วเบ้ปากค้อนให้สามี มือเล็กตีเพี้ยะบนอกเปลือย "พอเลย ท่านบอกว่าครู่เดียว ท่านพ่อท่านแม่ก็มาแล้วด้วย"

"เจ้าอยากพบครอบครัวข้าย่อมไม่ขัด คืนนี้ค่อยตอบแทนข้าดีหรือไม่"ชุ่มชื่นหัวใจมาพอแล้วก็ควรคืนความสุขให้ภรรยาที่เอาแต่คิดถึงครอบครัวบ้าง แม้อยากจะรั้งนางไว้ใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ได้

"เจ้าค่ะ"ภรรยารับคำโดยง่ายเพราะอย่างไรเสียนางก็รู้ดีว่าต่อให้รับปากหรือไม่รับปาก ทุกอย่างสำหรับสามีในเวลาว่างก็ไม่เคยเปลี่ยน และนางก็มิเคยได้พัก

ตี้ฟั่นเทียนช้อนภรรยาลงนั่งบนเตียงตลบผ้าขึ้นคลุมร่างของนางก่อนจะเดินไปหลังฉากกั้นทำความสะอาดร่างกายด้วยผ้าหมาดน้ำอย่างรวดเร็วแล้วสวมกางเกงกลับมา "เสี่ยวอี้ สวีเหม่ย หลี่เปี้ยน เข้ามาดูแลนายหญิงของพวกเจ้า"

สิ้นคำสั่งนางกำนัลทั้งสามก็เดินเข้าห้องมาทันทีและลงมือทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว คนหนึ่งเก็บข้าวของบนพื้น อีกคนช่วยส่งเสื้อให้ไท่จื่อ ส่วนอีกคนรีบเข้าไปดูแลจื่อเฟย

พอตี้ฟั่นเทียนรับอาภรณ์ใหม่จากสวีเหม่ยก็ลงมือแต่งตัวเอง "เร่งเช็ดตัวให้จื่อเฟยแล้วแต่งตัวให้นางเร็วๆ อย่าได้ช้า ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันออกไปรับครอบครัวของนาง"ตวัดเสื้อทบเรียบร้อยก็ผูกสายคาดเอวตามลำดับ ปากก็ร้องสั่งเมื่อสวีเหม่ยทำท่าจะออกไปตามน้ำมาให้หงโต้วอาบ

ได้ยินดังนั้นนางกำนัลทั้งสามก็เปลี่ยนงานทันที คนหนึ่งยกอ่างน้ำคนหนึ่งเช็ดทำความสะอาดส่วนอีกคนรีบไปเลือกเสื้อผ้า

หงโต้วหน้าแดงซ่าน สามีของนางแต่งตัวเสร็จแล้วและกำลังนั่งคอยอยู่ที่เก้าอี้ สองตามองร่างนางที่ถูกนางกำนัลช่วยกันทำความสะอาดด้วยสายตาเจ้าชู้ แสดงนัยอันร้อนแรงกับนางในเวลาเช่นนี้โดยไม่อายนางกำนัลทั้งสามเลยแม้แต่น้อย

"เร็วเข้า!"ได้ยินเสียงไท่จื่อเร่งเหล่านางกำนัลก็ทำงานกันมือเป็นระวิง ไม่ได้รู้เลยว่าไท่จื่อมิได้เร่งจะไปพบครอบครัวภรรยา แต่เร่งให้พวกนางรีบแต่งตัวภรรยาของเขาเสีย...ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ

 

                เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งเข้ามาทำให้หงโต้วตื่นเต้นยินดี คอระหงชะโงกมอง ตากลมโตเบิกกว้างอยากเห็นชัดๆว่าใช่หรือไม่ ร่างเล็กบอบบางในชุดผ้าไหมแนบร่างสีฟ้าสดใสนั่งอยู่บนตักของสามีบนเก้าอี้ประธานยกสูงจากพื้นสามขั้นบันได มีมือใหญ่ของสามีโอบร่างเล็กของนางเอาไว้หลวมๆแต่มิยินยอมให้นางลุกไปนั่งข้างๆ หงโต้วไม่อยากทะเลาะกับสามีจึงยอมอยู่เฉยๆเพราะเกรงว่าหากเขาโกรธขึ้นมาตอนนี้อาจจะไม่ให้นางได้พบครอบครัวก็เป็นได้

                ตี้ฟั่นเทียนยกชาขึ้นมาจิบช้าๆสองคำ สองหูได้ยินเสียงฝีเท้าแต่ดวงตามองความกระสับกระส่ายของภรรยาตาไม่กระพริบ "ดื่มหน่อยน้องหญิง" มือใหญ่ยกชาที่ดื่มไปแล้วส่งให้ร่างเล็ก

หงโต้วที่ร้อนใจจะพบครอบครัวก้มหน้าดื่มน้ำชาที่สามีป้อนให้อย่างว่าง่าย แต่เพราะไม่ได้สนใจดื่มตั้งแต่ต้นทำให้น้ำชาเลอะที่มุมปาก นางกำลังจะเช็ด ริมฝีปากของสามีก็ก้มลงมาซับให้เสียก่อน ดังนั้นเมื่อเจ้าของฝีเท้าเร่งร้อนเหล่านั้นมาปรากฏตัวที่หน้าประตูจึงได้เห็นความหวานชื่นนั้นเข้าเต็มตา หญิงนางหนึ่งกำลังเงยหน้าจุมพิตกับชายร่างใหญ่!

"หม่อมฉันว่านอวิ้นหยาง นำครอบครัวมาเข้าเฝ้าไท่จื่อและจื่อเฟย ขอจงทรงพระเจริญ!"เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเฉ่าที่ยังมีสติก้าวขาเข้าห้องโถงสะบัดชายผ้าลงคุกเข่า นำพาเอาทั้งครอบครัวที่ตกตะลึงกระแทกเข่าลงกับพื้นรับคำว่าขอจงทรงพระเจริญด้วยน้ำเสียงตระหนกไม่หาย

หงโต้วสะดุ้งเฮือกผลักสามีออกแต่ดิ้นไม่หลุดจากตักของเขาเพราะถูกแขนใหญ่รัดเอาไว้แน่น "ลุกขึ้นเถิด ท่านพ่อตาและท่านแม่ยายไม่ต้องมากพิธี"คนที่เพิ่งจะลวนลามลูกสาวของพวกเขากล่าวอนุญาต "เชิญพวกท่านนั่ง"ตี้ฟั่นเทียนผายมือไปยังด้านข้างที่มีที่นั่งถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว

"ขอบพระทัยไท่จื่อ ขอบพระทัยจื่อเฟย"กล่าวโดยพร้อมเพรียงทั้งแปดชีวิตก็แยกย้ายกันนั่งบนเก้าที่จัดไว้ทางฟากซ้ายและฟากขวาของห้องก่อนจะทอดสายตาขึ้นสูงมองเด็กสาวหน้าหงิกบนนั้นด้วยอารมณ์หลากหลาย

"ท่านพี่ปล่อยข้านะ..."หงโต้วขุ่นเคืองอารมณ์ยกมือขึ้นทุบสามีต่อหน้าต่อตาพ่อแม่ของนาง

ตี้ฟั่นเทียนโดนสะกิดหนังหนาๆก็หัวเราะฮ่าๆ "ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย บุตรเขยขอขอบคุณพวกท่านที่มอบภรรยาผู้มีสีสันให้แก่ข้า ฟั่นเทียนซาบซึ้งใจยิ่ง"

เห็นๆอยู่ว่าลูกถั่วถูกรั้งเอาไว้ทั้งตัวแต่คนเป็นทหารก็อดทนเป็น "ไท่จื่อเมตตาลูกหญิงของกระหม่อมก็นับเป็นวาสนาของนางแล้ว พ่อตาเช่นข้าก็หวังเพียงว่าไท่จื่อจะเอ็นดูนางตลอดไป" เห็นด้วยตาก็รู้แล้วว่าไท่จื่อแคว้นฉินผู้นี้ได้ละโมบจับลูกสาวตัวน้อยของเขากลืนลงท้องไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย บุตรสาวตัวน้อยๆที่ชอบวิ่งเล่นบัดนี้ถูกชายน่าชังผู้นี้ทำให้นางต้องเติบใหญ่ก่อนเวลาอันสมควร ช่างน่าตายนัก!

"ข้าแทบจะต้องเปิดศึกชิงนางมา ไหนเลยจะไม่ถนอม"ตี้ฟั่นเทียนเปล่งเสียงให้สัญญาหนักแน่น สีหน้าเคร่งจริงจัง "ทหาร...จงออกไปให้หมด ข้ามีเรื่องจะพูดกับพ่อตา!"ไท่จื่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวทหารในห้องโถงกว่ายี่สิบนายก็เดินตบเท้าออกจากห้องไปอย่างลังเล

ผู้ที่มีอะไรจะพูดกับพ่อตาก้มหน้าไปหน้าถั่วบูด จุมพิตขมับนางเบาๆ "ไป...อยากใกล้ชิดครอบครัวมิใช่หรือ"มือใหญ่ปลดพันธนาการออก ยินยอมให้อิสระชั่วคราวกับภรรยาตัวน้อย

หงโต้วตาโต "ท่านพี่..."ที่รั้งนางเอาไว้ก็เพื่อให้นางรักษาสภาพอันควรของจื่อเฟยแคว้นฉินที่ควรมีเอาไว้ "ขอบคุณเจ้าค่ะ"ว่าแล้วก็ลุกจากตักสามีวิ่งลงไปโผกอดบิดา

"เตีย!"ลูกสาวคนเดียวกอดคนเป็นพ่อเอาไว้แน่นน้ำตาไหลอาบสองแก้ม "คิดถึงท่านเหลือเกิน"

แม่ทัพใหญ่ว่านอวิ้นหยางหลั่งน้ำตากอดบุตรสาวแน่น "เตียก็คิดถึงเจ้า"

"มาให้เหนียงดูบ้าง ให้เหนียง..."หานมี่ปาดน้ำตารั้งลูกสาวเข้ามากอด

"ฮือๆ เหนียง ข้าคิดถึงท่าน"ถั่วน้อยๆกลับกลายเป็นเด็กร้องไห้ฮือๆเสียงดัง เหล่าพี่ชายทั้งหลายโผลุกจากเก้าอี้กรูกันเข้าโอบล้อมน้องเล็กผลัดกันกอดผลัดกันหอม เสียงถามไถ่ดังจอแจในห้องโถงกว้างโดยมีไท่จื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้จิบน้ำชาอยู่เงียบๆ สองตาคมเอาแต่เฝ้ามองภรรยาร่ำไห้เป็นเด็กๆด้วยใจเอ็นดูแต่ก็ช่วยอะไรมิได้ จะให้คืนนางหรือ...ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดเขาก็ไม่ยอม เช่นนั้นน้องหญิงเจ้าจงร้องไปเถิด ท่านพี่เช่นข้าจะจิบชารออยู่ตรงนี้ และแล้วตัวต้นเหตุแห่งความพลัดพรากและตัวต้นเรื่องของน้ำตาในตระกูลว่านก็นั่งจิบชาอยู่ตรงนั้น มองดูตระกูลว่านเก้าชีวิตแย่งกันพูดไม่หยุดอย่างไม่มีปากไม่มีเสียง เห็นความรักใคร่กลมเกลียวในครอบครัวนี้ชัดเจน ลูกหญิงในครอบครัวอื่นอาจมีความสำคัญไม่เท่าลูกชายที่สืบสายตระกูล แต่ถั่วแดงเม็ดนี้กลับเป็นสิ่งล้ำค่าของตระกูลว่าน พวกเขาพร้อมแลกชีวิตเพื่อปกป้องนาง หากไม่ติดว่าการปกป้องนางไม่ให้แต่งกับเขาจะกระทบถึงคนทั้งแผ่นดิน ตี้ฟั่นเทียนแน่ใจว่าหากจะแต่งหงโต้วเป็นภรรยาคงต้องเหยียบศพแปดสิงห์ตระกูลว่านไปก่อน อ่า...โชคดีที่เกิดเป็นไท่จื่อ จึงมีทางเลือกดีๆกว่าการเหยียบศพพ่อตาและพี่ภรรยา ฮ่าๆๆ นั่นคือบังคับแต่งมาแล้วจับกินเลย ฮ่าๆๆๆ

 

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 43 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 6 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 5 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 8 ) Vote
ลุ้นๆ
( 10 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 6 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 6 ) Vote
COMMENTS
kwanrak
06 มี.ค. 2559 / 18:57
ครอบครัวพร้อมหน้า
Rain
28 ต.ค. 2558 / 20:28
พึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก รวดเดียว วางไม่ลงจริงๆ สนุกมาก รอตอนต่อไปนะคะ
Singlegirl
28 ต.ค. 2558 / 20:20
โชคดีเนอะที่เต่าเกิดเป็นไท่จื่อ ไม่เช่นนั้นพ่อตาแม่ยายพี่ชายของถั่วย่อมไม่ยอมให้เต่าได้กินถั่วแน่ๆ ขอบคุณไรท์ที่เข้ามาอัพให้อ่านคร่า
เปิ้ล
28 ต.ค. 2558 / 18:15
รักเรื่องนี้เลยค่ะ รักแท้ท่ามกลางวังวลอำนาจในวังหลวงนี่หาได้ยาก เป็นกำลังใจให้ถั่วกะเต่านะคะ
ฟารัน
28 ต.ค. 2558 / 17:09
555555 เต่าฉินน่าชังยิ่ง แถมเจ้าเล่ห์อีก สงสารถั่วน้อยๆๆๆ ที่ต้องมาเป็นอาหารให้เต่าเนอะ
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 31 ตอน
โดย : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนคนชม : 408,811 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. บทนำ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ว่านหงโต้ว

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ถั่วฮองเฮา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ถั่ววางแผน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ถั่วหาเรื่อง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ถั่วสำนึก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ถั่วยั่วยวน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ถั่วภรรยา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ถั่วเมียเอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ถั่วแม่เลี้ยง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ถั่วระเบิด

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ถั่วที่รัก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 13. ถั่วหางแหลม

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 14. ถั่วเจริญ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 15. ถั่วลวง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 16. ถั่วน้องหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 17. ถั่วสมหวัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 18. ถั่ววังตะวันออก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 19. ถั่วแตก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 20. ถั่วร้องไห้

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 21. ถั่วอารมณ์

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 22. ถั่วผีเสื้อ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 23. ถั่วแล้งใจ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 24. ถั่วข่าวร้าย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 25. ถั่วอำลา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 26. ถั่วงอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 27. ถั่วลูกหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 28. ถั่วองค์ชาย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 29. ถั่วนกฉิน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 30. ถั่วชัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 31. ถั่วคะนึง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required