HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
ว่านฮองเฮา
นักเขียน : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนผู้เข้าชม : 408,814 ครั้ง
ถั่วที่รัก

                มือเล็กๆข้างหนึ่งป้ายสีเขียวลงบนกระดาษ พลันเกิดเสียงขึ้นจากข้างตัว "เจ้ารองทำให้มันดีๆหน่อยสิ เจ้าบอกจะวาดภูเขาไม่ใช่หรือ"

เด็กชายในอาภรณ์หรูหราที่ถูกมัดมือไว้ด้วยกันกับผู้เอ่ยปากชักสีหน้า ชี้ปลายพู่กันไปยังก้อนดำๆ "แล้วนี่เหมือนกระท่อมตรงไหนกันพี่ใหญ่"

สองคนกำลังทำท่าจะทุ่มเถียงกันก็พากันร้องเสียงหลงเมื่อพู่กันสายหนึ่งตวัดสีแดงเทลงมาจากขอบภูเขาเกิดเป็นแม่น้ำสีเลือดน่าสยดสยอง ภาพธรรมชาติกลายเป็นไม่ธรรมชาติในบัดดล

"เจ้าสาม!!!"องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองตวาดเสียงดังพลางใช้มือที่มืออยู่คนละข้างทิ้งพู่กันแล้วเขย่าองค์ชายสามจนหัวคลอนไปหมด "หมดกันแล้วทีนี้ ต้องเริ่มใหม่อีก"

"แต่พระมารดาเอกก็มิได้ตำหนินี่ท่านพี่ทั้งหลาย ครั้งก่อนเราส่งรูปตาแก่หย่อนเบ็ดตกมนุษย์ในทะเล มารดาเอกยังส่งจดหมายมาชมว่าช่างคิด คราวนี้ไหนๆมันก็กลายเป็นแม่น้ำสีเลือดแล้ว ภูเขาก็เสร็จแล้ว เช่นนั้นก็สร้างเป็นสนามรบดีหรือไม่"องค์ชายสี่ที่ถูกมัดกับองค์ชายสามโดนแรงเขย่าไปด้วยอีกคนรีบเสนอความคิด

พวกพี่ๆนิ่งไปครู่เดียวก็พูดขึ้นว่า "ดี!"

"เช่นนั้นข้าจะวาดภูเขาให้เสร็จ"องชายรองบอก

"งั้นข้าจะวาดกระท่อมให้กลายเป็นวัง"องค์ชายใหญ่เอ่ยปาก แม้ไม่แน่ใจนักว่าจะสามารถเนรมิตกระท่อมกลมๆให้กลายเป็นพระราชวังได้หรือไม่ ก็เขาทำเอาไว้ หากไม่แก้เองผู้ใดจะแก้ให้ พอดีเดี๋ยวพระมารดาเอกก็จะติว่าเหตุใดจึงมีคนมาสร้างกระท่อมดูคนรบกัน เหมือนเช่นที่พวกเขาส่งรูปแรกไปให้นางดู เป็นรูปสระบัวที่ต่างคนต่างเติมไม่พูดไม่คุย สุดท้ายจึงกลายเป็นสระอัปลักษณ์ ในหนึ่งสระมีบัวประหลาดอยู่ถึงสี่แบบ ใบบัวยิ่งยุ่งเหยิงต่างคนต่างวาดพยายามใช้ฝีมือของตนที่คิดว่าดีเลิศช่วยให้ภาพงาม ผลคือพระมารดาเอกส่งจดหมายมาต่อว่าให้ส่งไปในวันรุ่งขึ้นสองภาพ กล่าวว่าช่างเป็นสระบัวที่น่ากลัวยิ่งหวังว่าคงไม่ได้อยู่ในวังตะวันออก ใบบัวที่ขึ้นอยู่แน่นเช่นนั้นปลาคงไม่ต้องขึ้นมาหายใจกันพอดี แม้แต่ฝนก็คาดว่าจะตกลงไปไม่ได้ ดอกบัวก็ประหลาดเหลือ ถามคำนึงว่า...พวกเจ้ารู้จักคุยกันและแบ่งกันทำงานหรือไม่

"เช่นนั้นให้คนเป็นหน้าที่ของข้า"องค์ชายสามผู้ก่อเรื่องยิ้มกว้างพออกพอใจกับแนวการวาดภาพใหม่

"แล้วเหลืออะไรให้ข้าทำล่ะ"องค์ชายสี่พยายามมองหาที่วางผลงานบนผืนผ้า

"บนฟ้ายังขาดพระอาทิตย์ เมฆ และนก ให้เจ้าทำ ดีหรือไม่"องค์ชายใหญ่เสนออดีตคู่อริที่ตอนนี้สามารถคุยกันได้บ้างแล้ว

"ดี! เอาตามนั้นพี่ใหญ่"พวกเขาโดนมัดให้อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน จะชังน้ำหน้ากันอย่างไรก็ยังเด็ก ยังต้องเล่นอยู่ เมื่อโดนมัดเอาไว้เช่นนี้ทั้งสี่จึงต้องเล่นด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เรียนด้วยกัน แม้แต่ตอนนอนก็ยังนอนด้วยกัน จากที่เมื่อก่อนชังกันจนแทบไม่มองหน้า มาตอนนี้กลับเริ่มพูดคุยกันได้ด้วยดี การวาดภาพส่งพระมารดาเอกแรกๆยุ่งยากยิ่งทะเลาะกันตลอด มาตอนนี้กลับทำได้ง่ายขึ้นเมื่อทุกคนมีการพูดคุยกันก่อนว่าจะวาดรูปอะไร ใครจะวาดอะไร

แรกๆรู้ว่าพระมารดาเอกไม่อยู่พวกเขาดีใจกันใหญ่ คิดว่าไม่ต้องทำแล้ว มิคาดว่านางถึงกับสั่งหัวหน้าขันทีให้บอกพวกเขาว่าทุกอย่างยังคงเดิม ให้พวกเขาวาดภาพแล้วส่งใช้นกอินทรีส่งภาพไปให้นาง พวกเขาได้ยินแล้วได้แต่มองฟ้าไยพระมารดาเอกจึงไม่ลืมเรื่องนี้ไปหนอ ที่สุดเมื่อทำอะไรไม่ได้พวกเขาจึงต้องเริ่มต้นวาดรูปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พระพี่เลี้ยงทั้งสี่เองก็ยังนั่งแทะเม็ดแตงโมด้วยกันแล้ว ที่แท้เป็นพระมารดาเอกแยบยลใช่หรือไม่

แล้วนกอินทรีตัวหนึ่งก็บินขึ้นฟ้ามุ่งสู่ทางใต้ของแคว้น ภาพสงครามถูกส่งถึงมือพระมารดาเอก พร้อมคำชมกลับมาหนึ่งแถวว่า ช่างฉลาดสร้างภาพไม่น่าเบื่อ

 

                เสียงจอแจเป็นดั่งกิ่งทอง...ที่คู่กับใบหยกเช่นท้องถนนซึ่งสองข้างทางรายล้อมด้วยร้านรวง ผู้คนออกมาเดินจับจ่าย พ่อค้าปาดเหงื่อพยายามนำเสนอสินค้าครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ค้าร้านตรงข้ามพยายามตะโกนร้องบอกว่าสินค้าของนางก็มีเช่นกัน มิหนำซ้ำยังถูกกว่าอีกด้วย แต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกินที่เหล่าพ่อค้าแม่ขายจะแย่งลูกค้ากัน ดังนั้นบรรดาคุณหนูและคุณชาย ตลอดจนชาวบ้านจึงไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อเสียงจอแจนี้แต่อย่างใด พวกเขายังคงเลือกซื้อสินค้ากันต่อไปโดยมีเหล่าบ่าวและสาวใช้คอยช่วยนายของตนต่อราคาอย่างไม่หยุดปาก

                ทว่า!...จู่ๆการปรากฏของชายหญิงคู่หนึ่งกลับทำให้ถนนอันจอแจพากันค่อยๆเงียบไปตามๆกัน ทุกสายตาค่อยๆหมุนมาจับและจ้องสิ่งมีชีวิตที่กำลังเยื้องย่างลงมาจากเกี้ยวคันงามอย่างไม่อาจวางตา เกี้ยวหลังใหญ่แม้จะเป็นสีเรียบแต่ก็บอกได้ว่าผู้ที่มาเยือนนั้นมิใช่คนธรรมดา เหล่าคนคุ้มกันพากันยืนอยู่โดยรอบเกี้ยวด้วยท่าทางเคร่งขรึม บุรุษผู้นั้นเป็นผู้ก้าวออกมาจากเกี้ยวก่อน ใบหน้าขาวแฝงความกระด้างกวาดสายตาดูโดยรอบอย่างรวดเร็ว รอยแผลยาวที่ลากยาวอยู่บนแก้มทำให้ผู้คนสะดุ้ง เพราะมันยิ่งเสริมให้ใบหน้ากระด้างนั้นดูดุร้ายขึ้นเป็นเท่าทวี เมื่อตี้ฟั่นเทียนเห็นว่าทุกสิ่งดูสงบดีไม่มีสิ่งใดผิดปรกติก็ส่งมือยื่นเข้าไปในเกี้ยวรับเอามือขาวบางข้างหนึ่งออกมา เจ้าของรองเท้าไข่มุกก้าวลงมายืนเคียงข้างบุรุษผู้นั้นพลางคลี่ยิ้มกว้างหวานหยดชวนตะลึง ช่างเป็นสตรีน้อยที่งดงามอะไรเช่นนี้ เจ้ายักษ์ใหญ่หน้าดุที่ยืนโอบประคองนางเอาไว้ทั้งตัวย่อมต้องเป็นสามีของนางเป็นแน่ อ่า...สตรีน้อยๆผู้นี้ใยจึงโชคร้ายโดนล่อลวงแต่เยาว์วัยเช่นนี้กันหนอ น่าเสียดายนางจริงๆ เหล่าบุรุษบนท้องถนนพากันคร่ำครวญในใจเห็นได้ชัดว่าเจ้าคนผู้นั้นช่างร้ายกาจเด็ดดอกไม้งามที่ยังไม่ผลิบานเต็มที่มาเก็บไว้กับตัวก่อนที่ผู้ใดจะพบเข้า ฮือออออ น่าเสียดายยิ่ง

                "ท่านพี่ ที่นี้งดงามจริงๆเลยนะเจ้าคะ บ้านเมืองร่มเย็น ผู้คนเป็นสุขจนเห็นได้ชัด"เจ้าของร่างเล็กบางในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตาเกาะแขนเสื้อสีดำเข้มของพระสวามีเอียงคอเอ่ยชื่นชม ดวงตางามพราวไปด้วยความสุข รอยยิ้มของนางหวานล้ำยามคลี่กว้างแสดงความพึงพอใจ

"ฮูหยิน..."แขนใหญ่โอบรอบเอวเล็กให้แนบชิดยิ่งขึ้นยามเห็นแววตาริษยาในผู้คน "เจ้าว่าอยากจะเดินเที่ยวมิใช่หรือ เช่นนั้นก็เดินเถิด"ตี้ฟั่นเทียนไม่สนใจจะชมบ้านเมืองเมื่อถั่วน้อยๆอารมณ์ดีเช่นนี้เขาย่อมอยากจะมองนางมากกว่าบ้านเมืองอยู่แล้ว เอ่ยชวนพลางรั้งนางให้เดินไปข้างหน้า

"เจ้าค่ะ"นางปล่อยมือจากชายแขนเสื้อของสามีแล้วก้าวขาเดินไปข้างหน้าโดยมีคนผู้นี้คอยโอบประคองเอาใจมาตลอดทาง ไท่จื่อบอกนางว่า...ให้นางและเขาปลอมเป็นสามัญชน เป็นเพียงนายท่านและฮูหยิน แต่นางก็อดขำมิได้เมื่อเห็นชัดว่าสามัญชนผู้นี้มีเกี้ยวหลังใหญ่ มีสาวใช้สามคนคอยตาม มีองค์รักษ์นับสิบ แม้เขาจะแต่งตัวเรียบง่ายแต่กลับให้นางแต่งตัวงดงามเช่นเดิม นางอุตส่าห์ตักเตือนว่าเขาสะเพร่า มิคาดว่าฝ่ายนั้นกลับหัวเราะร่า กล่าวว่าตนเป็นทหารมีหรือจะไม่รู้ว่าตนเองบกพร่องอย่างไร แต่เพราะพานางมาด้วยจึงไม่อยากให้นางลำบากเกินไปก็เท่านั้น แม้จะเห็นพิรุธบ้างก็ช่างมารดามันเถิด ภรรยาของเต่าฉินต้องนั่งสบายในเกี้ยวหลังใหญ่ นางสมควรมีสาวใช้ใกล้ชิด และนางย่อมแต่งตัวงดงามตามปกติ มิต้องกังวลสิ่งใดให้มากความ ภยันอันตรายใดๆที่จะเกิดตี้ฟั่นเทียนผู้นี้จะรับเอาไว้เอง ฮ่าๆ เห็นเขาโอ้อวดเช่นนั้นนางก็ได้แต่หมั่นไส้ทำอะไรมิได้ ให้จริงอย่างที่พูดเถิดเต่าฉิน ถึงเวลานั้นหากเจ้าหนีเอาตัวรอดล่ะก็...ไม่ได้ตายดีแน่

"น้องหญิง เจ้าดื่มน้ำสักหน่อยเถิด"ตี้ฟั่นเทียนซื้อน้ำหวานจากข้างทางส่งให้ภรรยาในอ้อมแขน เห็นนางเหงื่อซึมก็ร้อนใจดึงพัดจากข้างเอวออกมาสะบัดไล่ความร้อนให้นางทันที "ร้อนมากหรือ ไยจึงเหงื่อซึมออกมามากขนาดนี้ เป็นผู้คนพลุกพล่านไปใช่หรือไม่"

ผู้ที่โดนถามยิ้มอ่อนรับเอาน้ำนั้นมาจิบดับกระหาย ที่มุมปากอมยิ้มบางๆฟังถ้อยคำแสดงความกังวลของบุรุษที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่านางเป็นเท่าตัวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะโอบมือไปด้านหลังของเขาแล้วอิงตัวเข้าหามากยิ่งขึ้น "ข้าไม่ได้ร้อนอะไรมากมายหรอก ท่านอย่ากังวลไป ธรรมดาคนมากย่อมต้องร้อนขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว"อธิบายพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อบนขมับและหน้าผาก ลมจากพัดใหญ่ในมือคนข้างตัวช่วยให้นางรู้สึกดีขึ้น เหลือบมองขึ้นไปส่งยิ้มให้เป็นการขอบคุณก็พบว่าที่แท้คนผู้นั้นก็ร้อนไม่ต่างจากนาง ที่ต่างก็เห็นจะเป็นว่าเขาอดทนเพียงเท่านั้น มือบางถือผ้าเช็ดหน้ายกขึ้นสุดแขนแต่กลับแตะใบหน้าพระสวามีของนางไม่ถึง ฮือออ เหตุใดนางจึงต่ำเตี้ยได้อย่างน่าอนาถเช่นนี้ "ก้มหน้าลงมาสิ ข้าจะช่วยซับเหงื่อให้"

บุรุษผู้ยืนค้ำร่างบังแดดให้ภรรยานิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ รอยยิ้มน่ามองก็ค่อยๆปรากฏบนใบหน้าของเขาก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงเอ่ยปากอ้อนภรรยาต่อหน้าผู้คน "เช่นนั้นรบกวนน้องหญิงแล้ว"

"..."หงโต้วอมยิ้มขยับมือซับเหงื่อให้เขาอย่างง่ายๆ คนผู้นี้ตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองหลวงก็ทำตัวดียิ่ง ยามเดินทางนางง่วงนอนเขาก็ประคองนางอุ้มไว้ให้นอนหลับสบายไม่ต้องนั่งโงกเหมือนวิหกยามหลับใหล ยามกินยามดื่มก็สบายใจ เขาช่วยสรรหาให้ตามที่นางชอบ ผ่านบ้านผ่านเมืองใดหากนางเอ่ยปากสนใจเขาย่อมยอมแวะพานางเที่ยวชมจนพอ ครั้นเห็นนางขี้ร้อนเขาก็ซื้อพัดมาเหน็บไว้ที่ข้างเอว พร้อมจะเอามาโบกให้นางคลายร้อนเสมอ การเดินทางก็ไม่น่าเบื่อเพราะคนข้างตัวเช่นเขาเป็นนักเล่านักคุยที่ดี เรื่องใดๆที่เขาเล่าล้วนแต่น่าฟังและน่ารู้ หลายวันมานี้การอิงแอบแนบใกล้ช่างชวนให้นางอุ่นใจอย่างประหลาด บางทีการแต่งให้เขาอาจจะมิใช่เรื่องเลวร้ายดังเช่นที่นางคิดก็เป็นได้

"ขอบใจเจ้ามากนะน้องหญิง"เมื่อนางช่วยซับเหงื่อจนเสร็จตี้ฟั่นเทียนก็เอ่ยปากขอบคุณพลางรีบฉวยเอาผ้าเช็ดหน้าสีชมพูลายนกผืนนั้นมายัดไว้ในอกเสื้อ "ผ้ามันชื้นแล้วเจ้าเก็บไว้ประเดี๋ยวจะไม่สบายตัว"แท้ที่จริงแล้วไท่จื่อมีของแทนความรักระหว่างภรรยาและตนเองน้อยเหลือเกิน จึงยึดผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ในอกเสื้อ ที่ห้องทรงงานส่วนพระองค์มีผ้าเช็ดหน้าอีกผืนที่นางผู้นั้นเคยใช้ห่อเครื่องประดับให้ ภายในมีไข่มุกเหลืออยู่ห้าเม็ด กำไลและปิ่นของนางก็ยังอยู่ เพราะภายหลังเขาส่งคนกลับไปซื้อเอาคืนกลับมา ผ้าเช็ดหน้าที่มีเหงื่อของเราสองคนผืนนี้จะถูกนำไปเก็บรวมกันด้วย คิดๆแล้วคนตัวใหญ่ก็เผลออมยิ้มอย่างโง่งมขึ้นมา อีกชิ้น...แตะมือลงบนอกเสื้อแล้วมีความสุขยิ่ง

"อื้ม"นางพยักหน้าเข้าใจ พลางออกเดินต่อ เห็นผู้คนในโรงเตี้ยมพลุกพล่านนั่งกินกันเต็มไปหมดก็อดไม่ได้ที่จะน้ำลายสอ "ท่านพี่ โรงเตี้ยมนั่นท่าทางจะมีของอร่อยนะเจ้าคะ คนแน่นจริง"

ถูกชี้ชวนให้มองเขาก็ยอมละสายตาจากนางไปมอง เห็นเป็นเช่นนางว่าก็โน้มตัวลงมาเอ่ยถามอย่างเอาใจใส่ "เจ้าหิวบ้างแล้วใช่หรือไม่ ถ้าเจ้าอยากกินบ้างแล้วเราก็ไปเถิด"ผู้เป็นไท่จื่อกังวลใจว่านางจะหิวมาตั้งแต่เช้าแล้วที่เห็นนางไม่ค่อยเจริญอาหาร กลัวนางจะล้มป่วย ตอนนี้เห็นนางสนใจจะกินเขามีหรือจะไม่ยินดี

"ท่านพี่ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ"นางหันมาคว้ามือใหญ่ลากเขาเดินเข้าโรงเตี้ยมทันที เบื้องหลังมีสาวใช้และผู้ติดตามอีกสี่คนเดินตามมาห่างๆ

ร่างใหญ่พาร่างน้อยเข้าไปภายในเห็นที่นั่งว่างมีอยู่พอดีจึงพากันไปนั่ง พอนางทรุดตัวลงไปนั่งได้ดีแล้วตี้ฟั่นเทียนก็รินน้ำชาส่งให้นางดื่ม "ดื่มเสียหน่อยจะได้ไม่คอแห้ง"

หงโต้วรับถ้วยน้ำชามาจิบพลางค้อนสายตาให้เขา "ท่านช่างปรนนิบัติสตรีได้คล่องแคล่วยิ่งแล้วท่านพี่"

ดวงตาคมหรี่มองใบหน้างดงามน้อยๆพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างรู้ทัน "มิได้คล่องแคล่วด้วยดีกับสตรีมามากมาย แต่ที่ปรนนิบัติทุกข์สุขให้เจ้าอยู่ไม่ขาดเป็นเพราะข้า..ใส่ใจเจ้าตลอดเวลา อ่า...ที่แท้ถั่วก็ริษยาเป็นด้วยหรือนี่"ว่าพลางหัวเราะขำในลำคอ

"ฮึ! ผู้ใดกันริษยา ท่านอย่ามากล่าวหาข้านะ"ว่าพลางสะบัดใบหน้างามไปทางอื่นอย่างแง่งอน ตี้ฟั่นเทียนได้แต่อมยิ้มมองภรรยาทำตัวเป็นเด็กอย่างนึกเอ็นดู เจ้าถั่วน้อยช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ หากนางโตขึ้นจากนี้อีกสองสามปีจะงามสะพรั่งถึงเพียงไหนกันหนอ ดีนักที่รีบแต่งนางมา ขืนรอจนป่านนั้นเขาคงร้อนใจจนนั่งไม่ติดกินไม่ลงเป็นแน่

"นายท่าน ฮูหยิน พวกท่านต้องการจะรับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่"เสี่ยวเออร์ร่างผอมเดินยิ้มเป็นมิตรเข้ามาบริการ

"เอาเป็ดย่าง ผัดนกเขา ผัดผักสักจาน หมั่นโถว แล้วมีอะไรอร่อยๆก็ยกมาสักสามสี่อย่าง"คนตัวใหญ่สั่งการ เพราะรู้ดีว่าภรรยานั้นเป็นคนไม่เลือกกินมากมายนัก เพียงแต่ติดอยู่อย่างเดียวคือนางจะกินเมื่ออยากกินเท่านั้น หากนางไม่หิวถึงเวลากินนางก็กินเสียสองคำเท่านั้น

หงโต้วเห็นโต๊ะข้างๆสูดปากดูดเสี่ยวหลงเปาด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยก็หันขวับมาหาเสี่ยวเอ้อร์ "เอาเสี่ยวหลงเปาให้ข้าด้วยสองจาน"

"ขอรับ นายท่านและฮูหยินโปรดรอสักครู่"

"พวกเจ้าก็ไปหาที่นั่งเถิด หรือจะมานั่งกินด้วยกันเลยก็ดี"หงโต้วหันมาบอกสาวใช้และผู้ติดตาม คนเหล่านี้ถูกฝึกมาดียิ่งถึงเวลาที่นางและสามีทานอาหารจะปลีกตัวห่างออกมาเล็กน้อย พอคล้อยหลังนางเริ่มอิ่มพวกเขาก็จัดการสั่งอาหารมากินอย่างรวดเร็ว พอนางอิ่มพวกเขาก็พร้อมจะดูแลนางต่อแล้ว เหล่าสาวใช้ซึ่งก็คือนางกำนัลก็เช่นกัน

"ฮูหยินอย่าได้กังวล พวกเรามิเป็นไรเลย เมื่อดูแลท่านจนแน่ใจว่าดีแล้วเดี๋ยวพวกข้าน้อยค่อยไปหาอะไรกิน"

หงโต้วพยักหน้าหงึกหงัก รออยู่เพียงครู่หนึ่งเสี่ยวเอ้อร์ก็ลำเลียงอาหารมาให้ทีละสองสามจาน ถ้วยข้าวสีขาวร้อนกรุ่นหอมน่ากินถูกวางตรงหน้า เป็ดย่างถูกหั่นเป็นชิ้นๆเคียงกับจานผัดผัก ผัดนกเขาราดน้ำเคี่ยวสีเข้มดูน่ากิน น้ำแกงน่าอร่อยถูกนำมาวาง ข้างๆมีหมั่นโถวสีขาวสี่ลูกซ้อนกันอยู่ในจานใบหนึ่ง

สวีเหม่ยขยับเข้ามาส่งตะเกียบเงินส่วนตัวให้นางและตี้ฟั่นเทียน ในขณะที่สามีของนางเสียงเข็มเงินไปบนอาหารอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบว่ามีพิษหรือไม่ เมื่อเข็มไม่เปลี่ยนสี เขาจึงคีบเนื้อเป็ดย่างให้นาง "กินให้มากหน่อยนะน้องหญิง"

"เจ้าค่ะ"นางยกถ้วยข้าวขึ้นมาถือ อีกมือถือตะเกียบ รับปากเขาแล้วแต่ยังหมุนคอชะเง้อชะแง้

"น้องหญิง อีกครู่เสี่ยวหลงเปาคงจะมาแล้ว เจ้ากินข้าวสักคำเถอะ"คนผู้นี้ยังคงคะยั้นคะยอให้นางกินไม่หยุด บอกนางให้กินแล้วคีบผักให้อีกสองชิ้น หงโต้วหันกลับไปมองทางครัวอีกครั้งแล้วหันมามองถ้วยข้าวอย่างเบื่อๆ

เสี่ยวอี้คลี่ยิ้ม "นายท่านคงยังไม่รู้ คุณหนูของข้านั้นชอบเสี่ยวหลงเปามาก เวลาได้กินเสี่ยวหลงเปานางแทบไม่กินอย่างอื่นเลย"

ตี้ฟั่นเทียนคลี่ยิ้มเข้าใจทันที เป็นเช่นนี้นี่เอง...ของโปรด "เช่นนั้นน้องหญิงก็ต้องรีบกินข้าวสักสองสามคำให้ข้าดูแล้วสินะ"

หงโต้วหน้างอ นางอยากเก็บท้องไว้ใส่เสี่ยวหลงเปานี่นา "ท่านนั่นแหละ วันๆไม่ทำอะไรคอยแต่สั่งให้ข้ากินอยู่ได้ ท่านนั่นแหละกินเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่มีแรง"ว่าแล้วก็คีบเนื้อคีบผักไปสุมไว้ในถ้วยข้าวของสามี เห็นยังพูนไม่พอก็ตักเนื้อนกเขาโบกเข้าไปให้อีกที คราวนี้นอกจากถ้วยนั้นจะพูนจนสมใจนางแล้ว ยังแฝงความสะใจไว้เต็มเปี่ยมอีกต่างหาก

ตาคมคลี่ยิ้มรู้ทันมารจิ้งจอก รอยยิ้มหยักเปล่งประกายชั่วร้ายยามก้มลงกระซิบข้างหูคนที่นั่งใกล้ "เจ้างามถึงเพียงนี้ข้าจะเหลือเรี่ยวแรงได้อย่างไรเล่า"ว่าแล้วก็ขำในลำคออย่างพออกพอใจ ใบหน้าฉายแววกรุ้มกริ่มเป็นนัยว่าคืนนี้เขาก็จะไร้เรี่ยวแรงอีก

"ท่าน!"หงโต้วได้ฟังก็หน้าแดงขึ้นมาทันที ถลึงตาดุเขาแล้วเอาตะเกียบในมือจิ้มไหล่คนข้างตัวอย่างมีโมโห "เจ้าเต่าฉินชั่วร้าย"หลายวันมานี้หากมีจังหวะเจ้าคนผู้นี้มักหาเวลาโอบกอดนางหาความสุขไม่สนใจกลางวันกลางคืน นางอายแสนอาย ในม่านมุ้งในโรงเตี้ยมได้แต่กัดปากกลั้นสะอื้นให้เขารังแกครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเขานั่นแหละที่ชอบทำเรื่องบ้าๆนั่นไม่หยุด หากไม่หมดแรงก็ไม่เลิก นางเป็นหญิงอ่อนแอก็ได้แต่ลอยตัวตามกระแสน้ำ ไฉนเจ้าคนเลวนี่จึงพูดราวกับว่าเป็นนางที่ทำให้ยั่วยวนให้เขาเป็นเช่นนั้นได้ ทำตัวเองแท้ๆ ยังกล้าโทษนาง

"โอ๋ๆน้องหญิง เต่าฉินกลัวแล้ว"ตี้ฟั่นเทียนยกมือขึ้นมากันตะเกียบแล้วโอบคนตัวเล็กมากอดเอาไว้ ตบไหล่ตบหลังคนตัวเล็กเบาๆปลอบใจ "เป็นข้าไม่ดีเอง น้องหญิงอย่าได้โกรธเคืองเลย ข้าวก็ไม่กินประเดี๋ยวจะเจ็บไส้เจ็บกระเพาะ โน่น...เสี่ยวหลงเปาของเจ้ามาแล้ว"เห็นนางตาเขียวก็เกรงว่าคืนนี้จะได้ทะเลาะกันแทนจะเสพสุขตี้ฟั่นเทียนจึงรีบเอาใจถั่วน้อยๆที่เริ่มเดือดปุดๆให้ลืมเรื่องนี้ไปเสีย คืนนี้จะได้ตามใจเขาอีก ฮ่าๆๆ

"เอ๋..."ยังเคืองสามีอยู่แต่พอได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยืดคอดูตามก่อนจะคลี่ยิ้มดวงตาไหวระริก มองดูจานเสี่ยวหลงเปาเคลื่อนมาใกล้อย่างสนอกสนใจ ตะเกียบที่จิ้มอยู่กับตัวสามีถูกยกออกมาตั้งท่าจะมุ่งหาเป้าหมายใหม่ น้ำลายในปากแตกตัวเปรี้ยะๆ ไม่ได้กินมานานนับตั้งแต่รู้ตัวว่าจะต้องแต่งงาน พอเสี่ยวเอ้อร์วางจานลงตะเกียบเงินก็คีบลงบนผิวเนื้อขาวอ่อนนิ่มนั้นแล้วกัดขวับทันทีอย่างรวดเร็วก่อนจะร้องอุทาน "โอ๊ย..."

"น้องหญิง!"ตี้ฟั่นเทียนห้ามถั่วหิวไม่ทันน้ำซุปในตัวเสี่ยวหลงเปาจึงลวกปากนางทันทีที่นางกัดแรงเกินไป "เจ็บมากหรือไม่ ดื่มชาสักคำ"ส่งชาที่ชืดแล้วให้ภรรยา ให้นางยกขึ้นดื่มแล้วสีหน้าดีขึ้นก็คลายใจ

หงโต้วเจ็บจนน้ำตารื้น หลี่เปี้ยนส่งผ้าเช็ดหน้าให้นายหญิงซับน้ำตา "ปกติเสี่ยวอี้จะช่วย..."ครั้งนี้นางอยากกินเกินไป

"คุณหนู!"เสี่ยวอี้ที่กำลังจะเดินเข้าไปดูแลคุณหนูกินเสี่ยวหลงเปาอุทานด้วยความตกใจ "บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ มาเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะช่วยนะเจ้าคะ"คุณหนูถั่วเป็นคนใจร้อนจึงไม่เคยกินของร้อนได้ เป็นนางที่ต้องช่วยชะลอ

เสี่ยวอี้ขยับเข้ามายืนข้างๆหงโต้ว อาศัยช้อนดื่มน้ำแกงสองใบดึงความสนใจจากจื่อเฟยไปจากไท่จื่อที่นั่งมองอย่างไม่พอใจ คนสวยของเขาหันไปมองเสี่ยวอี้ตาไม่กระพริบ เห็นชัดได้ว่านางพอใจยิ่ง เสี่ยวอี้คีบเสี่ยวหลงเปาวางลงบนช้อน ใช้ปลายตะเกียบฉีกที่ด้านข้างให้น้ำซุบไหลออกมาแล้วเป่าเบาๆสามสี่ครั้งแล้วส่งช้อนให้คุณหนูของนาง

หงโต้วรับช้อนมาด้วยความพอใจ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นใหม่ ปากเล็กห่อตัวรับรสน้ำซุปบนช้อนที่ถูกเป่าจนอุ่นทานได้ง่าย จากนั้นก็งับเอาตัวเนื้อเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย กินเสร็จก็หันไปอ้อนขอเสี่ยวอี้อีก ก็ได้ช้อนอีกใบที่มีก้อนแป้งสีขาวที่มีน้ำล้นทะลักออกมา นางคลี่ยิ้มซดน้ำซุปแล้วกินก้อนแป้งอีก

"เสี่ยวอี้เจ้าถอยไป ส่งช้อนกับเสี่ยวหลงเปามาให้ข้า"ผู้เป็นสามีชังแผ่นหลังของภรรยาเป็นอย่างยิ่ง เขาเกือบจะแน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าชั่วเวลานี้นางแทบลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำว่าสามีนางนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ในหัวนางคงมีแต่เสี่ยวหลงเปา เสี่ยวอี้ และก็ตัวนาง

เห็นสามีสั่งการเช่นนั้นหงโต้วก็ทำหน้างุนงงเสี่ยวหลงเปาในปากถูกเคี้ยวด้วยจังหวะสับสนขณะหันไปมองผู้พูดด้วยความสงสัย คุณหนูนางยังมึนงงแต่เสี่ยวอี้เฉลียวฉลาดยิ่งรีบส่งช้อนในมือให้ไท่จื่อทันทีพร้อมกับช่วยขยับจัดจานเสี่ยวหลงเปาให้อยู่ใกล้มือนายท่าน เห็นแววตาไท่จื่อสาวใช้เช่นนางก็รีบหลบวูบ นึกขำคุณหนูที่ยังเคี้ยวด้วยท่าทางงงๆมิหนำยังหมุนตัวตามเสี่ยวหลงเปาไปหาพระสวามีอีก ท่าทางคงไม่รู้ตัวสักนิดว่าไท่จื่อกำลังกินน้ำส้ม (กินน้ำส้มหมายถึงอาการหึงหวง)

ตี้ฟั่นเทียนมองสาวน้อยที่เคี้ยวเสี่ยวหลงเปาตุ้ยๆทีมองเสี่ยวหลงเปาในจานทีแล้วเริ่มลงมือ ใช้ตะเกียบแทงลงไปบนยอดจีบของเนื้อแป้งแล้วใช้ปลายตะเกียบขยายรูให้กว้างขึ้นเล็กน้อย ทำเช่นนี้กับทุกๆลูกจนเสร็จก็ยกน้ำชาขึ้นมาจิบก่อนจะพูดกับภรรยาตัวน้อยว่า "วิธีที่เจ้ากำลังกินอยู่นี้เป็นวิธีของเด็กๆ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร" ที่จริงคือข้าชังยิ่งที่เจ้าสนใจผู้อื่นถึงขนาดนี้ เจ้าอ้อนผู้อื่นไยไม่อ้อนข้า "วิธีที่ข้าทำนี้จะทำให้เจ้าสามารถกินเสี่ยวหลงเปาได้อย่างอร่อยที่สุด สามารถกินทั้งน้ำซุปและแป้งในเวลาเดียวกัน ซึ่งย่อมต้องอร่อยกว่าการกินแป้งกับไส้แห้งๆที่เหลือเพียงกากน้ำซุปที่เจ้าดื่มไปก่อนหน้า" รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นในใจคนพูด นั่นหมายถึงว่าสืบไปเบื้องหน้าถั่วภรรยาจะมิต้องไปอ้อนผู้ใดให้แกะเสี่ยวหลงเปาให้นางกินอีกแล้ว ไม่ต้องนั่งหันหลังใส่เขาอีกแล้ว "มาน้องหญิงลองชิมดูว่าจะอร่อยเช่นที่ข้าว่าหรือไม่" มือใหญ่คีบก้อนแป้งส่งให้ภรรยาถึงปาก มือหนึ่งป้องที่ปลายคางกันนางทำเลอะเทอะใส่ตัวเอง เสี่ยวหลงเปาที่ถูกเจาะปลายไว้ครู่หนึ่งทำให้น้ำซุปภายในอุ่นตัวขึ้นสามารถทานได้โดยไม่ลวกปากน้อยๆ

หงโต้วอ้าปากรับโดยง่าย เสี่ยงหลงเปาชิ้นพอดีคำพอนางเคี้ยวปุ๊บน้ำซุปเข้มข้นแสนอร่อยก็ทะลักออกมา พอขยับปากทั้งเนื้อแป้งทั้งไส้ก็คลุกกับน้ำซุปทำให้นางรู้สึกพึงใจยิ่ง หยียิ้มพยักหน้าหงึกๆปากเคี้ยวเสี่ยวหลงเปาอย่างพออกพอใจยิ่ง ทีนี้นางจะสั่งทีละสี่จาน จิ้มๆไว้แบบที่เต่าฉินทำทั้งหมดแล้วกินรวดเดียวเลย ฮ่าๆๆ ดียิ่งแล้ว

"อร่อยใช่หรือไม่"ตอบมาสิว่าใช่ ต่อไปไม่ต้องสนใจผู้ใดแล้ว จะนั่งกินอยู่ข้างๆข้า เห็นข้าที่อยู่ตรงนี้แต่เพียงผู้เดียว คนผู้นั้นถามภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าและแววตาดูละมุนยิ่ง แท้ที่จริงในใจกลับหึงหวงภรรยาจนแทบคลั่ง ซุกซ่อนอารมณ์ได้ดีคุมสถานการณ์ได้ดังใจเช่นนี้จึงไม่ต้องแปลกใจที่พี่น้องทั้งหมดถูกเขายุให้ฆ่ากันตายจนสิ้น หญิงผู้นี้ก็เช่นกันเขาปักใจจะเอานางเป็นภรรยาแล้ว อย่างไรก็จะมัดนางไว้ให้ได้!!!

"เจ้าค่ะ วิธีนี้ดีที่สุด"จื่อเฟยแห่งวังตะวันออกพยักหน้าพอใจ "ยอดเยี่ยมมาก"

ยอดเยี่ยม? ขี้อิจฉายอดเยี่ยม ขี้หวงยอดเยี่ยม หรือเจ้าเล่ห์ยอดเยี่ยมเล่าน้องหญิง ตี้ฟั่นเทียนคลี่ยิ้มเอาใจ "อีกสักคำน้องหญิง เห็นเจ้ากินได้อร่อยเช่นนี้ข้าก็พอใจแล้ว"ว่าแล้วก็คีบเสี่ยวหลงเปาป้อนนางทีละลูกอย่างมีความสุข พอใจยิ่งเวลานางหันมาหาแล้วอ้าปากรับปลายตะเกียบ ปากน้อยๆสีหวานฉ่ำวาวเผยออ้าครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้คนป้อนคอแห้งขึ้นเรื่อยๆ

และแล้วนางก็อิ่ม กินเสี่ยวหลงเปาแปดลูกเข้าไปท้องก็อิ่มสบายจึงนั่งจิบชารอสามีกินอาหาร ครั้นพอเขาอิ่มแล้วพานางลุกกลับออกปากสั่งเสี่ยวเอ้อร์ให้นางสะดุ้ง "เสี่ยวเอ้อร์เจ้าจงจัดห้องให้ข้ากับฮูหยินหนึ่งห้อง"เรียกเสี่ยวเอ้อร์มาใกล้แล้วสั่งความ เสร็จก็หันมาหาเหล่าผู้ติดตามบอกด้วยสายตาว่าให้ดูแลอยู่ห่างๆไม่ต้องเข้ามายุ่ง คนเหล่านั้นล้วนแต่ลู่ก้มศีรษะลงต่ำมองไปทางอื่น รู้ดียิ่งว่านายท่านคิดจะทำอะไร ผู้ติดตามหันหน้าไปมองถนน สาวใช้ก้มลงมองพื้นหน้าแดง

                กำจัดมารเสร็จก็หันมารุนหลังคนข้างตัวให้เดินขึ้นบันได้โรงเตี้ยม หงโต้วหน้างอแต่ทำอะไรไม่ได้ คนผู้นี้เวลาอยากได้อะไรขึ้นมาก็บ้าบิ่นเกินคน นางขยาดความบ้าของเขาที่ยังปรากฏอยู่บนแก้มไม่หาย เสี่ยวเอ้อร์เปิดประตูห้องให้แล้วช่วยปิดเมื่อทั้งสองก้าวเข้าไป ตี้ฟั่นเทียนลั่นกลอนประตูก่อนจะก้มลงมาซุกปลายจมูกกับซอกคอขาวเล็กของภรรยา สองมือคว้าผ้าผูกเอวเล็กแล้วรั้งออก ขยับพรมจูบไปตามบ่าบางกระโปรงจีบพลันคลายหล่นจากสะโพก หมุนลำตัวบอบบางให้กลับลงมาช้อนใบหน้างามขึ้นจุมพิตอย่างกระหาย มือใหญ่ก็พลันกระชับทบเสื้อสะบัดทึ้งผ่านไหล่บาง ลากเอาซับบางสีขาวลงมาทิ้งไว้ที่พื้น มือใหญ่โอบร่างงามที่แดงก่ำไปทั้งเนื้อทั้งตัวไปที่เตียงใหญ่ วางนางลงนั่งแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งให้ความสูงเสมอกัน ริมฝีปากของทั้งสองพบกันอีกครั้งยามขยับมุมปากรับสัมผัสเกิดเสียงหอบหายใจ เอี้ยมสีแดงตัดผิวผ่องถูกกำจัด กางเกงขายาวเนื้อบางถูกทึ้ง ซับในป้องสิ่งสงวนปลิดปลิว

                จูบนางจนพอใจตี้ฟั่นเทียนก็ผละถอยออกมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าหงโต้วทีละชิ้น ดวงตาคมไม่คลาดคลาจากร่างเปลือยบอบบางปานนางฟ้าที่สุกแดงไปทั้งตัวด้วยฝีมือเขา ใบหน้านางผินหนีไปด้านข้างด้วยความเอียงอาย สองแขนสลักเสลาโอบไว้บังทรวงอกเล็ก เอวบางเล็กมีรอยแดงเป็นจ้ำเพราะเขาชอบสัมผัส เรียวขางามที่ห้อยวางตรงขอบเตียงไขว้เข้าหากัน องค์รัชทายาทคลี่ยิ้มพึงพอใจยิ่ง หลายวันมานี้พระองค์ใช้ทุกโอกาสจนสามารถทำให้นางตามใจพระองค์ได้บ้างแล้ว จื่อเฟยเริ่มเรียนรู้ที่จะเปลือยให้พระองค์ชม รู้จักตอบสนอง รู้จักเรียกร้อง และรู้จักเอาใจบ้างแล้ว ขอเพียงรู้จักเอาใจเขายามอยู่บนเตียง นอกเตียงนั้นนางจะเอาแต่ใจอย่างไร...ย่อมได้

                "น้องหญิง"เจ้าของน้ำเสียงแหบพร่าคุกเข่าข้างหนึ่งลงที่หน้าเตียงอีกครั้งพลางดึงมือที่บดบังความงามนั้นออกแล้วใช้ปลายลิ้นและฝ่ามือชื่นชมความบอบบางแห่งวัยเยาว์ด้วยความพึงพอใจยิ่ง มันเล็กเมื่อเทียบกับสตรีที่พระองค์เลือกใช้มาโดยตลอด แต่ความบอบบางนี้เป็นพระองค์เลือกที่จะเด็ดดมก่อนเวลาด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด ดังนั้นแม้ยามลืมตัวมัวเมาในอารมณ์พระองค์อาจจะรุนแรงกับนางบ้าง แต่โดยรวมแล้วยามใช้เวลาโอ้โลมนางพระองค์จะอ่อนโยนอย่างที่สุด ให้นางคล้อยตามโดยง่าย ปลายลิ้นตวัดชิมความงาม ฝ่ามือหยาบฟอนเฟ้น คลึงความรักของพระองค์ด้วยความหลงใหล สองหูคอยเงี่ยฟังเสียงอารมณ์ครางบางเบาของนาง มืออีกข้างโลมลูบแผ่นหลัง ขยับรับขวัญอกงามอีกข้าง สองมือก็ช่วยกันประคองคนงามลงนอน แว่วเสียงสะอื้นด้วยอารมณ์ไร้เดียงสาริมฝีปากกระด้างก็ขยับเคลื่อนขึ้นไปรังแก แตะลงแล้วมองหน้าหวานฉายแววตาสับสน ฉายแววไร้เดียงสาสลับไปมากับความมัวเมา

"ท่านพี่"หงโต้วครางเสียงแผ่วหอบสะท้อนยามโดนคนตัวโตสวมกอดแล้วซุกไซ้ทรวงอกเล่น เนื้อตัวที่ถูกโลมลูบจูบไล้เลียกระตุ้นสัมผัสค่อยสร้างความร้อนระอุให้กับเรือนกายเล็กๆของนาง มันคุ้นชินกับเขา นับตั้งแต่ออกเดินทางหลายๆที่หลายๆครั้งที่เขาเลิกอาภรณ์นางออกเพื่อเชยชมครั้งแล้วครั้งเล่า แรกๆนางขัดขืนแต่จุดจบมันก็ยังเป็นจุดเดิม กายยังคงสอดประสาน รับกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ยามเขาเอาอกเอาใจยามเขาดูแลเอาใจใส่...เขาทำเต็มที่ และยามที่เขาดึงนางหาที่ส่วนตัวแล้วดึงเสื้อผ้านางออกก็จะเป็นเวลาที่เขาตักตวงอย่างเต็มที่เช่นกัน ชายผู้นี้ชอบมองเรือนร่างเปล่าเปลือยของนาง ชอบมองอารมณ์ของนาง ชอบฟังเสียงของนาง อย่างช้าๆที่เขาค่อยๆสอนให้นางยินยอมที่จะนิ่งเฉยไว้ในที่ๆเขาจัดวาง สอนให้นางไม่ปิดบังอารมณ์และเร่งเร้าให้นางส่งเสียงบอกความรู้สึกโดยไม่ต้องอาย ไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร แต่กว่านางจะรู้ตัวนางก็เป็นเช่นนี้แล้ว ยอม...เมื่อรู้ว่าเขาต้องการ เรียนรู้...ว่ามันไม่น่ากลัว และมั่นใจว่าเขาถนอมนางเป็นอย่างดี แม้จะรุนแรงไปบ้างในบางครั้งแต่ชายผู้นั้นก็รู้จักเอาใจใส่ถามอยู่ไม่ขาดว่าเจ็บหรือไม่ ทนไหวหรือไม่ นางก็ได้แต่อาย เขายังกังวลเพราะรูปร่างของนางและเขาต่างกันมาก แม้ระวังแต่ยามมัวเมาก็ยากแล้วที่จะควบคุมตน นางอยากจะบอกว่าหากกังวลจริงจะเลิกผ้านางดูแล้วคร่ำครวญชิดปากชิดอกเช่นนี้ทำไม

"ถั่วน้อยของข้า"ผละริมฝีปากออกพิศมองใบหน้าแดงก่ำของนางด้วยความพอใจก่อนจะพรมจูบไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ พร้อมๆกับที่ปลีขาขาวบางถูกประคองขึ้นแล้วแยกกว้าง แสงสว่างยามเที่ยงจัดจ้าส่งผ่านความสว่างไสวไปทุกที่ ดวงตาคมหรี่ปรือมองเรือนร่างของภรรยาตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายขาที่ถูกเขาตรึงด้วยสองมือ ตี้ฟั่นเทียนคลี่ยิ้มให้นางก่อนจะก้มลงใช้ปลายลิ้นร้อนลวกกลีบดอกสะอาดกระตุ้นให้นางต้องการเขายิ่งกว่าที่เป็นอยู่ เสียงครางลั่นและอาการหยัดสะโพกไม่หยุดมิช่วยให้เขาผ่อนปรน ตรงกันข้ามกลับยิ่งกระตุ้นและทรมานนางอย่างหนักมือยิ่งขึ้น สองขางามถูไถข้างตัวเขาไปมาสลับกับเสียงครวญครางของเด็กสาว ปลายลิ้นร้ายมิเคยปราณีเร่งเร้านางให้บินขึ้นสูงก่อนจะพาวกลงสู่ปากเหว สอนนางให้เรียนรู้ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ ให้รู้ถึงความปรารถนา...

"อ๊ะ อา อ่า อ้า"ใบหน้าอ่อนเยาว์สะบัดไปมาด้วยร่างสั่นระริก คลื่นความซ่านเสียวทำให้นางจวนเจียนจะบ้า "ท่านพี่"นางเรียกเขาไม่หยุดปาก รู้แต่เป็นเขา ต้องเป็นเขา ต้องการเขา อยากได้เขา "ท่านพี่พอเถิด ปราณีข้า"สัมผัสร้อนๆที่มุ่งไปทางใดก็ทำให้นางยิ่งต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ หงโต้วใช้สองมือไขว้คว้า เล็บยาวข่วนขวับเรียกชายที่กลับไปคุกเข่าที่หน้าเตียงให้กลับขึ้นมาเสียที "เดี่ยวนี้ ท่านพี่"เร่งเร้าเสียงสั่นสะอื้นก็ทึ้งเอาเส้นผมเขาหมายจะดึงเขาให้ขึ้นมา มิคาดว่าอีกฝ่ายจะดื้อดึง ยิ่งเธอดึงเส้นผมให้เขาเจ็บปลายลิ้นน่าชังนั่นก็เร่งรัวจนนางกรีดร้องปล่อยมือจากผมนั่นแล้วสะบัดร่างครางเสียงสั่นจวนเจียนจะคลั่ง เมื่อนางสุดจะทนต่อไปได้ ที่สุดร่างน้อยๆจึงหยัดตัวขึ้นออกแรงทีเดียวก็เลื่อนไถลลงไปคร่อมบนตักแกร่งที่เหมือนจะกางรออยู่แล้วเบื้องล่าง

หงโต้วเงยหน้าขึ้นสบตากับตี้ฟั่นเทียนก็แทบจะกรีดร้องเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วนี่คือสิ่งที่เขาต้องการ อยากให้นางขึ้นมาบนตัวเขาด้วยตนเองโดยไม่ต้องให้สั่ง "เจ้าเต่าฉินชั่วร้าย!!!" ฮือออ นางเป็นเด็กอายุสิบสี่ที่เปล่าเปลือยกระโดดขึ้นตักผู้ชาย!!!

รัชทายาทผู้ชั่วร้ายคลี่ยิ้มอารมณ์ดี ขยับเอวเล็กขึ้นนิดก็ค่อยๆวางตัวนางกลับลงมาให้รับเขาเข้าไป "ถั่วน้อยช่างฉลาดเฉลียวยิ่ง"โดนนางใช้เล็บจิกไหล่ทั้งสองข้างเขาก็ยังยิ้มออกอยู่ "ขยับเร็วเข้าภรรยา ไม่เช่นนั้นข้าจะเล่นต่อไปนะ"

"เจ้า! อื้อ"จะอ้าปากด่าก็โดนคนตัวใหญ่กว่าจูบอีกเป็นนาน สะโพกงามถูกสองมือใหญ่บังคับให้เดินทางอย่างดื้อดึง เร็วบ้างช้าบ้างตามแรงมือใหญ่ที่กระชับบงการอยู่ที่สองข้างสะโพก

"ตามใจข้านะโต้วเอ๋อร์"น้ำเสียงพร่ากระซิบอ้อน ช้อนนางขึ้นสูงแล้วหยัดสะโพกรับ แว่วเสียงภรรยาครวญคราง "นะ"

จื่อเฟยอ่อนใจ ไยคนผู้นี้จึงเป็นคนเช่นนี้ไปได้ จะให้นางเป็นปีศาจมารจิ้งจอก ที่แท้เขาอยากได้ภรรยาที่เป็นเช่นนี้หรือ หลายวันมานี้ส่งที่เขาเล่นกับนางล้วนแต่มิใช่สิ่งที่กุลสตรีในห้องหอเขาทำกัน แต่ละอย่างล้วนส่อเค้าว่าพระสวามีโปรดนางจิ้งจอกนัก ไท่จื่อยังคงรบเร้าอยู่ชิดหู สองมือคอยปลุกปั่นอารมณ์ของจื่อเฟยของพระองค์อยู่ไม่ขาด ไม่รู้ว่าสุดท้ายผู้ใดจะชนะ เห็นอยู่ว่าศึกนี้ติดพันกันยาวยิ่ง

ที่สุดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเงาบนพื้นนั้นสองประสานกันอย่างมีชีวิตชีวา ร่างบางขาวในอ้อมกอดแกร่งขยับตัวขึ้นลงถี่เร็ว ใบหน้างามแหงนหงายไปเบื้องหลัง ปากงามสะอื้นไม่เป็นคำ ร่างใหญ่ที่เป็นฐานโอบรัดซุกซบใบหน้ากับอกงามครางเสียงแหบห้าวอยู่เป็นระยะ สะโพกแกร่งหยัดประทะทุกแรงที่ส่งลงมาอย่างเร่าร้อน สายตาทั้งคู่ของเขาที่มองความงามตรงหน้านั้นเจือไว้ความพึงพอใจ ความปรารถนา และความลุ่มหลงอย่างที่สุด สองมือใหญ่รัดนางไว้แน่น หวงแหนอย่างที่ไม่เคยหวงแหนผู้ใดมาก่อน ชีวิตนี้จะเสียใครไปเท่าใดก็ได้...แต่ไม่อาจเสียนางผู้เป็นเหมือนจิตวิญญาณนางนี้ไปได้ รุมร้อนยิ่ง...ผลักนางลงกับพื้นห้องเย็นเฉียบแล้วผลักดันตนเองอย่างรุนแรงเร่งจังหวะสุดท้ายบดทำลายให้สิ้นทุกสิ่ง สะอื้นครางถี่ก่อนจะกรีดร้องเสียงแหลมหยัดร่างรับการตอกตรึงครั้งสุดท้าย ร่างใหญ่ชื้นเหงื่อซบลงบนล่างเล็กจุมพิตนางเบาๆ หงโต้วเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อความอุ่นร้อนสายหนึ่งถูกอัดเข้ามาในร่างเหมือนเช่นทุกครั้งก่อนจะผ่อนลมหายใจลงมือโดนช้อนอุ้มขึ้นเตียงนอน ร่างขาวบางถูกรั้งมาเกยบนร่างใหญ่ชื้นเหงื่อ หอบหายใจใส่กัน

"น้องหญิง...เจ้าเป็นของข้า"ตี้ฟั่นเทียนลูบเรือนผมยุ่งหลุดจากทรงลงบนแผ่นหลังเล็ก

"..."นางหลับตาซบหน้าอยู่อย่างนั้นไม่คิดพูดไม่คิดตอบ เหนื่อยเหลือเกินยามต้องออกแรงขยับเช่นนั้น หงโต้วทำเสียงอืมในลำคอเบาๆยามถูกเขาจุมพิตบนกระหม่อมอย่างที่ชอบทำอยู่บ่อยๆ

"อีกครั้งดีหรือไม่"คนชวนเริ่มซุกซนใช้มือซุกไซ้ลูบคลำไปทั่ว คนงามเปิดเปลือกตาดูเห็นประกายตาสดใสและรอยยิ้มร่าเริงของเขาแล้วก็รู้ชะตากรรมของตนเองดี เต่าฉินผู้นี้ไม่ชอบอะไรครั้งเดียว ไม่ว่านางจะตอบอย่างไรสุดท้ายก็ต้องเหงื่อซึมครางกระเส่าแนบชิดกับร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี้อยู่ดี  

"เร่งหน่อยเถิดท่านพี่ ถนนนั่นข้ายังจะเดินอยู่นะเพคะ"หงโต้วพูดพลางขยับตัวขึ้นโน้มตัวแตะริมฝีปากของเขาก่อน เป็นฝ่ายเสนอตัว สองขาขยับคร่อมร่างใหญ่ สองมือเล็กโอบรอบคอแกร่ง บดจูบกับพระสวามีอย่างเอาพระทัยเต็มที่ "มอบตัวให้ท่านแล้ว อยากทำเช่นไรก็ตามใจท่านเพคะ" ดื้อด้านไปผลก็เหมือนเดิม อันนี้หงโต้วก็เรียนรู้เช่นกัน ตามใจไท่จื่อมักจะได้ผลดีมากกว่าผลเสีย แน่นอนว่าไม่ตามใจ...นางก็สภาพเดิมนั่นแหละ เพียงแต่นี่อาจจะทำให้เร็วขึ้นก็เป็นได้

"น้องหญิง...ข้าหลงใหลเจ้าซะแล้ว"ที่จริงพระองค์รู้ตัวว่าหลงใหลนางมานานแล้ว ตี้ฟั่นเทียนมองคนเสนอตัวให้ด้วยแววตาล้ำลึก หมุนร่างนางลงเบื้องล่างแล้วก้มลงไปจัดการตามแบบที่เขาชอบ ร่างกายขยับไปตามแรงอารมณ์ ส่วนใจนั้นเวลานี้เบิกบานยิ่งกว่านั้นเป็นร้อยเท่าพันทวี นางมอบตัวให้เขา!!! เช่นนั้นใจนางเล่า...ใกล้แล้วหรือไม่!!! สิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุดจากนางผู้นี้ก็คือจิตใจของนาง กับคนผู้นี้เขาต้องการนางทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องการเป็นที่หนึ่งในใจนาง เขา...อยากเป็นเช่นนั้น ครอบครองนางจนสิ้น!!! ต้องเป็นเช่นนั้น ถั่วของเขา...นางเป็นถั่วของเขา ของเขาคนเดียว...คนเดียวเท่านั้น

อ่า...โรคคลั่งถั่วกำเริบอีกแล้ว คิดแล้วตี้ฟั่นเทียนก็หมุนความคิดกลับไปหาเรื่องน้อยๆใต้ร่างทรมานนางให้ต้องการเขาต่อ นี่อาจจะเป็นการเอาคืนเล็กๆที่นางไม่ค่อยไยดีเขา ก่อนที่จะมีความสุขด้วยกันดังเช่นทุกๆครั้ง

ร่วมอภิรมย์จนสมรักกระทั่งเหลือแต่เพียงเสียงหอบหายใจ ร่างสูงผุดตัวลุกขึ้นนั่งแต่สองตายังจับจ้องร่างขาวบางที่เปลือยเปล่าหอบหายใจด้วยแววตาลุ่มหลง มือใหญ่ยังคงเฝ้าลูบไล้ไปตามผิวเนื้อบางไม่หยุดมือก่อนจะช้อนนางขึ้นมาอุ้มแล้วจุมพิตที่ริมฝีปากเจ่อช้ำด้วยความพึงใจอย่างที่สุด เมื่อนางพอจะหายใจได้คล่องดีแล้วตี้ฟั่นเทียนก็ลากเอาผ้าแพรบางสีอ่อนบนเตียงมาห่มร่างให้นางก่อนจะวางนางให้นั่งลงบนขอบเตียง ส่วนตนเองนั้นลุกขึ้นไปหยิบกางเกงที่ตกอยู่บนพื้นมาสวม ปากก็ร้องสั่งความ

"สวีเหม่ย หลี่เปี้ยน เสี่ยวอี้ พวกเจ้าใครอยู่ข้างนอก"

เสียงหน้าประตูห้องตอบกลับมาเบาๆ "พวกเราอยู่เจ้าค่ะ"

"ส่งคนไปตามน้ำขึ้นมา พวกเจ้าเข้ามาปรนนิบัติฮูหยิน"สวมกางเกงเสร็จแต่ยังเปลือยท่อนบนไว้ ตี้ฟั่นเทียนก็หันมาอุ้มหงโต้วให้เข้าไปในเตียงพลางแกะม่านลงมาบังตา เพื่อว่าเวลาที่บ่าวขนน้ำขึ้นมาให้อาบจะได้มิมีผู้ใดได้เห็นนาง ภรรยาตัวน้อยไม่ปริปากด้วยชินกับการจัดการประเภทนี้ของคนตรงหน้า สองตามองตามไท่จื่อของแผ่นดินปักหลังนั่งบนเก้าอี้หน้าเตียงรอคอยสั่งการต่อไป

สวีเหม่ยและเสี่ยวอี้เดินก้มหน้าเข้ามาในห้องที่มีกลิ่นความสุขสมอบอวลอยู่ในอากาศ สองตาก้มลงต่ำ คนหนึ่งแยกไปข้างซ้าย คนหนึ่งแยกไปข้างขวาเร่งเก็บเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ตกไปทั่วพื้นอย่างรวดเร็ว อดีตต้นห้องขยับตาเร็วๆเห็นเงาร่างบางในม่านยังนั่งอยู่ดีก็สบายใจก้มลงเก็บผ้าขาวผืนน้อยที่ใช้ปกปิดสิ่งสำคัญยิ่งของสตรีแล้วถอยร่นออกห่างไปยืนที่มุมห้องช่วยสวีเหม่ยพับเสื้อผ้าเหล่านั้น ในใจอดคิดไม่ได้ว่าคนที่จวนแม่ทัพจะรู้หรือไม่ว่าคุณหนูของนางจะได้เป็นสตรีเต็มตัวเร็วเช่นนี้ จำได้ว่าวันนั้นข้ามชายแดนมานางยังร้องไห้เป็นเด็กๆ ครั้นกราบไหว้ฟ้าดินแล้วเข้าห้องหอ เช้าวันต่อมาเสี่ยวอี้ยังตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพคุณหนูตัวน้อยๆของนางที่ได้รับความโปรดปรานจากพระสวามีจนช้ำไปทั้งตัว นางนึกว่าคนผู้นั้นจะไม่ใส่ใจคุณหนูตัวน้อยๆของนาง ใครจะคาด อะไรก็ผิดคาดไปหมด แม้กระทั่งตอนนี้ แผนก็อะไรก็รวนไปสิ้น

หลี่เปี้ยนลงไปตามคนให้ขนน้ำขึ้นมา เป็นน้ำเย็นอาบในหน้าร้อนทำให้สดชื่นสบายเนื้อสบายตัว เมื่อสั่งความกับเสี่ยวเอ้อร์เสร็จนางก็เดินกลับไปที่รถม้าขนสัมภาระค้นเอาเสื้อผ้าของเจ้านายทั้งสองคนออกมาแล้วถือกลับเข้าโรงเตี้ยม เมื่อไปถึงก็พบว่าน้ำได้ถูกส่งขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว จื่อเฟยน้อยน่ารักกำลังยืนหน้าแดงใช้ผ้าหมาดๆเช็ดตามบ่าไหล่ให้พระสวามีที่โอบแขนอยู่รอบเอวเล็ก นางกำนัลผู้ชำนาญลอบยิ้มในอก ไท่จื่อเอาอีกแล้วอ้อนจื่อเฟยเช็ดตัวให้อีกแล้ว คนหนึ่งเช็ดอีกคนหนึ่งคอยประทับจิตพิตไปตามบ่าไหล่เปลือย กระซิบฝากรักไม่อายบ่าวไพร่ อยู่วังตะวันออกมานานไม่คาดว่าจะได้เห็นไท่จื่อในมุมนี้ที่มีให้แต่จื่อเฟยคนเดียว ลอบคิดพลางเดินไปสมทบกับสองสาวที่กำลังเตรียมเครื่องอาบน้ำให้จื่อเฟยอยู่หลังม่านบังตา ต่างคนต่างเงยหน้ายิ้มสบตากันอย่างรู้กันดี เด็ดกลีบดอกไม้ลงไปในอ่าง เหยาะน้ำมันหอมลงไปเล็กน้อย ก็แว่วได้ยินเสียงไท่จื่อพึมพำเรียกน้องหญิงๆ สามสาวใช้นึกยินดีที่วันนี้เป็นน้ำเย็นมิใช่น้ำร้อนเพราะรู้ดีว่ากว่าไท่จื่อจะอ้อนจื่อเฟยเสร็จโดยมากน้ำร้อนก็เย็นไปหมดต้องเปลี่ยนใหม่ นี่เป็นน้ำเย็นแต่ต้นพวกนางจึงพากันยืนทื่อราวกับสิ่งไร้ชีวิตรอคอยอย่างเงียบๆ ได้ยินเสียงริมฝีปากสองคู่ขยับเข้าหากันแล้วตามมาด้วยเสียงครางแผ่วๆของพระชายาเอก...นางกำนัลทั้งสามหน้าขึ้นสีรีบย่องเท้าอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปแอบชิดที่ซอกมุมอาบน้ำ พยายามยืนห่างที่สุดยามได้ยินเสียงขาโต๊ะกลางห้องที่เมื่อครู่ไท่จื่อนั่งอยู่ส่งเสียงแปลกๆราวกับว่ากำลังรับน้ำหนักอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังถูกผลักไม่หยุด นางกำนัลที่แทบจะรวมสามเป็นหนึ่งก่อนจะผนึกเข้ากับเสาห้องพากันหน้าแดงจัดเบียดเข้าหากันแน่นเมื่อคราวนี้เสียงไม่แน่ชัดของจื่อเฟยเผยออกมาชัดแล้วว่าไท่จื่อของทุกคนคงกำลังช่วยจื่อเฟยเช็ดตัวกลับอยู่เป็นแน่ แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกนางมาติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ของเจ้านายทั้งสอง แต่บรรยากาศเร่าร้อนเช่นนี้ก็ทำให้พวกนางอดไม่ได้ที่จะเขินอาย

                ยืนฟังเสียงจื่อเฟยจนเหงื่อแตกซิกกันทั้งสามคนอยู่เป็นนานที่สุดเจ้าโต๊ะตัวนั้นก็หยุดส่งเสียงเสียที เงียบไปครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงจื่อเฟยต่อว่าต่อขานพระสวามีไม่หยุด เจ้านายของพวกนางโดนด่าทอไม่ให้เกียรติถึงเพียงนั้นกลับหัวเราะหึๆอุ้มเอาภรรยาตัวน้อยมาส่งให้พวกนางถึงในอ่างน้ำ

หย่อนหงโต้วลงอ่างน้ำเสร็จตี้ฟั่นเทียนก็ก้มลงหอมแก้มนิ่มๆนั้นแรงๆสองทีก่อนจะผละออกไปแต่งตัว คนตัวเล็กอายจนหน้าแดงเถือกทรุดตัวลงน้ำจนเหลือแต่ลูกตากลมๆทั้งสองข้างนั่งนิ่งๆอยู่เช่นนั้นพยายามจะให้น้ำเย็นช่วยดับไอร้อนในผิวกาย ครู่ต่อมามือคู่หนึ่งก็วางบนไหล่เล็กแล้วเริ่มการขยับบีบนวดคลายกล้ามเนื้อให้ หงโต้วหลับตาลงรับการปรนนิบัติ ครู่ต่อมาไม้กระดานเอนก็ถูกสอดมาข้างหลัง นางเอนตัวลงไปทอดศีรษะไปเบื้องหลัง การสระผมที่ชื้นเหงื่อผิดปกติเริ่มต้นขึ้น ร่างกายช่วงตัวมีมืออีกคู่มาช่วยดูแล เปิดเปลือกตาขึ้นดูเห็นเสี่ยวอี้ประคองน้ำชามาให้นางจิบแก้คอแห้ง หงโต้วเคอะเขินเมื่ออ้าปากรับน้ำเข้ามาในปาก อือ...นางคอแห้งจริงๆนั่นแหละ

                เสี่ยวเอ้อร์ก้มหน้าลงต่ำเมื่อนายท่านหน้าเหี้ยมผู้นั้นเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นสีน้ำเงินเข้มประคองฮูหยินผู้งดงามในชุดสีเหลืองสดใสราวกับลูกไก่น่าเอ็นดูเดินลงมาหลังจากดึงฮูหยินหายเข้าไปในห้องกว่าหนึ่งชั่วยาม เห็นสาวใช้ของพวกเขาวิ่งกันวุ่นชุดของฮูหยินก็ถูกเปลี่ยนผู้ที่เห็นผู้คนมามากย่อมเดาไม่ยากว่าบุรุษผู้นี้เพิ่งจะพาภรรยาผู้เยาว์วัยแต่งามเป็นหนึ่งขึ้นไปหาความสุข

ยามบ่ายแดดแรงขึ้นอีก เสี่ยวอี้เดินข้างๆนายสาวคอยกางร่มให้ในขณะที่ตี้ฟั่นเทียนคอยโบกพัดโอบร่างเล็กที่หวานฉ่ำไปทั้งเนื้อทั้งตัวเดินเล่นอย่างสบายอกสบายใจ แม้ยามเดินออกจากห้องจะโดนภรรยาตัวน้อยหยิกบ้างแต่ก็สุขใจยิ่ง ผู้หนังหนาเอาแต่อมยิ้มโอบกอดนางไม่วางมือ นางชอบอะไรเขาก็ซื้อ นางมองอะไรเขาก็จ่ายสิ้นไม่เกี่ยงงอนแม้แต่น้อย

"เจ้าเบื่อแล้วหรือไม่"เดินมาได้สักพักใหญ่ก็ยังเหลือถนนอีกครึ่งให้เดินต่อตี้ฟั่นเทียนจึงก้มลงถามภรรยา เห็นอยู่ว่าข้าวของนั้นเริ่มวางขายกันอย่างซ้ำๆซากๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว

หงโต้วเริ่มเหนื่อยจึงไม่มีแก่ใจจะดูสิ่งของ หลังจากโดนคนข้างตัวเล่นตลกจนไร้เรี่ยวแรงตอนนี้ยังมาเดินย่ำอยู่บนทางที่อบอ้าว หากนางยังมีแก่ใจดูเกรงว่านางจะมิใช่มนุษย์ธรรมดาแล้ว "เบื่อแล้วเจ้าค่ะ"ภรรยาตัวน้อยพยักหน้ายอมแพ้สองมือเริ่มเกาะแกะอกเสื้อสามีอยากให้เขาอุ้มนางกลับ ไม่อยากก้าวขาเดินอีกแล้ว

ตี้ฟั่นเทียนเห็นอาการของนางก็รู้ แม้จะไม่มีคำพูดแต่สีหน้าและท่าทางของนางก็บอกเขาสิ้น กำลังจะก้มตัวลงโอบนางขึ้นอุ้มเจ้าถั่วเม็ดน้อยก็ส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น

"นั่นอะไรน่ะ หออัญมณีหรือ"ร้านเล็กในถนนสายใหญ่กลับติดป้ายยิ่งใหญ่กว่าตัวร้านดึงดูดความสนใจของหญิงผู้หนึ่งได้ทันที

"ไปดูกันเถอะ อาจจะมีอะไรที่เจ้าพอใจก็เป็นได้"เห็นนางสนใจไท่จื่อก็พาจื่อเฟยของพระองค์เสด็จเข้าสู่ตัวร้านที่เรียบง่ายต่างจากป้ายที่ดูโอ้อวดเกินตนทันที

หงโต้วคลี่ยิ้มพอใจยามมองเครื่องประดับที่วางเรียงอยู่บนถาดหลากหลายขนาด ชายแก่ผู้หนึ่งลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วก้มตัวลงนิดทักทาย สายตาผ่านโลกเปล่งประกายประหลาดยามเอ่ยปากว่า "หออัญมณีอันต่ำต้อยวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้มีบุญสูงวาสนาทั้งสอง นับเป็นเกียรติยิ่งแล้ว ผู้น้อยจางหัวจื่อขอคำนับพวกท่าน"กล่าวพลางก้มศีรษะลงต่ำกว่าที่คนปกติทำ

องค์หญิงผิงอันเลิกคิ้วแสดงความประหลาดใจในขณะที่พระสวามีของนางรั้งนางแน่นขึ้นเกร็งตัวระวังขึ้นมาทันที สายตามองออกไปข้างนอกเห็นผู้ที่ตามยืนอยู่ กวาดตามองในร้านไม่พบความผิดปกติ

"เอ๋...ท่านผู้เฒ่ากล่าวหนักไปแล้วกระมัง"หงโต้วแสร้งกลบเกลื่อนแล้วก้มลงใช้นิ้วพลิกดูเครื่องประดับต่อไป "สามีของข้าเป็นเพียงพ่อค้าข้าวสารเท่านั้น จะเป็นผู้มีบุญสูงวาสนาได้อย่างไร"

จางหัวจื่อลูบเคราขาวหัวเราะเบาๆ มองหน้าดุดันของบุรุษที่เดินประกบร่างน้อยๆอย่างหวงแหนทีหนึ่ง แล้วมองใบหน้าน้อยๆงดงามที่ให้ความสนใจกับเครื่องประดับมากกว่าตนก่อนจะหัวเราะดังขึ้นอีกนิด สองมือเหี่ยวย่นประคองกันขออภัย "ขออภัยเถิด หัวจื่อผู้นี้แม้จะค้าอัญมณีแต่ก็ดูราศีคนออก นายท่านผู้นี้มีลักษณะผู้นำที่ยิ่งใหญ่หากเป็นพ่อค้าขายข้าวจริงต่อไปวันหน้าย่อมยิ่งใหญ่เป็นถึงจอมทัพของแคว้น แต่ดูจากราศีแล้วท่านผู้นี้คงจะยิ่งใหญ่เกินกว่าจอมทัพ"ยิ่งใหญ่กว่าจอมทัพในแผ่นดิน...จะเป็นผู้ใดไปได้หากมิใช่...เต่าฉิน! "ส่วนฮูหยิน แม้จะอายุยังน้อยแต่ราศีของท่านกลับชัดเจนยิ่ง สูงส่งเหนือหญิงใดในแผ่นดิน เป็นที่รักยิ่งของสามี และเป็นมารดาของอภิชาตบุตรถึงสามคน..."หัวจื่อพูดพล่ามไปตามที่เห็นไม่หยุดก่อนจะชะงักคุกเข่าตึง! ไม่จริง! บุรุษราศีเช่นนี้ กับสตรีน้อยที่มีราศีเช่นนี้ คนหนึ่งยิ่งใหญ่กว่าจอมทัพ อีกคนสูงส่งกว่าหญิงใดในแผ่นดิน มิหนำทั้งคู่ยังมาด้วยกันอีกต่างหาก บังเอิญเกินไปเช่นนี้...หัวจื่อชราหนาวเยือก "หมะ...หม่อมฉันต่ำต้อยพูดจาไม่ระวังปากขอฮ่องเต้และฮองเฮาโปรดละเว้นโทษด้วยเถิด..."พูดเสียงสั่นครบประโยคก็หมอบลงไปกับพื้น

ตี้ฟั่นเทียนมองชายชราที่หัวเราะร่าอยู่เมื่อครู่ลงไปหมอบอยู่กับพื้นก็มองดูด้วยสายตานิ่งเฉย ในใจเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาหลายส่วน แล้วเหลือบมอง ฮองเฮาข้างตัวที่หันมาให้ความสนใจชายผู้นั้นแล้วเช่นกัน

"ท่านลุงลุกขึ้นเถิด ข้าให้ความสัตย์ สามีข้ามิใช่ฮ่องเต้ ข้าก็ไม่มิใช่ฮองเฮา ลุกขึ้นเถิด"เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่นางจะเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายตามจริง

"หัวจื่อเชื่อตาตนเอง และเชื่อว่าฮูหยินมิได้โกหก"จางหัวจื่อประติดประต่อเรื่องอยู่ครู่เดียวก็รู้ทันทีว่า "...เช่นนั้นย่อมต้องเป็นองค์ไท่จื่อและจื่อเฟยเป็นแน่ หม่อมฉันล่วงเกินขอทรงโปรดลงโทษ"

"โทษของเจ้าคือลุกขึ้น เดี๋ยวนี้"เด็กสาวสั่งเสียงแหลมขึ้นมานิดหนึ่ง ตาแก่นี่เมื่อครู่ยังหัวเราะอยู่เลย "เป็นไท่จื่อแล้วมันน่ากลัวนักหรือจึงต้องไปหมอบอยู่กับพื้นเช่นนั้น"เห็นว่าปิดตาชราไม่ได้หงโต้วจึงยอมรับเสียอย่างง่ายดาย

ห๋า พูดเช่นนั้นก็เท่ากับว่าหากยังหมอบอยู่ไท่จื่อก็น่ากลัวน่ะสิ "มิใช่ๆ"จางหัวจื่อรีบลุกขึ้นมาทันทีแต่คราวนี้ยืนด้วยความนอบน้อมขึ้นเป็นเท่าตัว

"เจ้าตาดีเช่นนี้หากมองราศีออกจริงจงบอกมา เราจะพาจื่อเฟยไปแดนใต้คาราวะเจ้าแม่หนี่วาขอประทานโอรส จะได้หรือไม่"ตี้ฟั่นเทียนที่นิ่งเงียบมานานเริ่มตั้งคำถาม

จางหัวจื่อมองไท่จื่อแล้วมองจื่อเฟย กลืนน้ำลายหนักแล้วพูดเสียงเบาว่า "จะได้พระโอรสหลังจากนั้น...แต่จะพลัดพราก ไท่จื่อเป็นผู้มีบุญแต่ในระยะปีจากนี้มีเงาดำปรากฏที่หน้าผาก จะเกิดความสูญเสีย ที่ใต้ตาของพระองค์มีรอยคล้ำจางๆเกิดขึ้นจะเกิดความทุกข์อย่างที่สุดจากสตรีที่พึงใจ..."เมื่อทำใจแข็งเพ่งตาดูจางหัวจื่อก็เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย เบนสายตาไปตาสตรีตัวน้อยที่จ้องเขาตาเป็นประกายก็ขอเสียมารยาท "ขออภัยจื่อเฟยแล้ว ผู้ชราขอโอกาสพูด จื่อเฟยเป็นสตรีมีบุญเกิดมาสุขกายสบายใจ แต่ทุกข์ใจเรื่องคู่ครอง เป็นท่านไม่ปล่อยวางจึงทุกข์ใจยิ่ง ราศีอันสูงส่งของท่านชาตินี้เกรงว่าจะมิมีผู้ใดทำอันตรายชีวิตท่านได้ ตามลักษณะท่านจะเป็นมารดาของพระโอรสถึงสามองค์ แต่ผู้ชราเห็นที่ชัดเจนเพียงหนึ่ง...อีกสองนั้นเลือนลางยิ่ง ผู้น้อยจะตายวันไหนมิอาจทราบได้ แต่โอรสอีกสององค์นั้นขึ้นอยู่กับจื่อเฟยแล้วว่าจะให้มีหรือไม่มี หากมีได้ก็นับเป็นวาสนาของแคว้น หากไม่มี...หายนะจะเกิดขึ้นทันที"ที่จริงแล้วจางหัวจื่อเห็นเงามรณะบนใบหน้างามนี้แต่ไม่อยากจะพูดให้บุรุษที่อยู่เคียงข้างตกใจไปเกิดเหตุ "ขอไท่จื่อถนอมจื่อเฟยให้ดี ผู้ชราเอ่ยปากพูดเรื่อยเปื่อยบอกได้เพียงเท่านี้"

ราวกับได้รับคำทำนายที่น่าสะพรึงกลัว ตี้ฟั่นเทียนมองชายชราตาแข็งเอ่ยปากถามในสิ่งที่ตนรู้คำตอบดีว่า "เช่นนั้นหากข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้จริง เจ้ามองราศีที่ว่าออกหรือไม่ว่าข้าจะให้องค์ชายองค์ใดขึ้นเป็นไท่จื่อ"

ผู้ชราย่อมรู้ว่าโดนลองวิชาแต่ไม่ถือโทษ "เดิมก่อนด้ายแดงจะดึงมาพบจื่อเฟย...พระองค์เลือกองค์ชายใหญ่ หลังจากพบจื่อเฟย...พระองค์ตั้งใจจะเลือกบุตรที่เกิดจากนาง ไม่ว่าพระโอรสองค์นั้นจะอ่อนเยาว์เพียงไร ขอเพียงเป็นจื่อเฟยให้กำเนิด พระองค์จะให้เขาเป็นไท่จื่อ"

สิ้นคำตอบก็บังเกิดความเงียบไปทั่วทั้งห้อง หงโต้วอ้าปากค้างมองสามีของนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ส่วนตี้ฟั่นเทียนนั้นมีสายตาที่กร้าวขึ้นชัดเจนยิ่ง "จางหัวจื่อ เราต้องการคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวเดี๋ยวนี้ น้องหญิงเจ้าจงอยู่นี่เลือกเครื่องประดับไป..."

"แต่ข้าก็อยากรู้!..."หงโต้วโวยวาย มีด้วยหรือจะไปคุยกันลับๆไม่ให้นางรู้

ตี้ฟั่นเทียนกำลังจะอนุญาตให้นางไปด้วย ผู้เฒ่ากลับเป็นฝ่ายบอกปฏิเสธ "จื่อเฟย ทุกข์ที่สุดในชีวิตของท่านคือการสมรส ทุกข์ที่สุดของไท่จื่อก็คือจื่อเฟย ทั้งใบหน้าเปี่ยมราศีนี้มีเพียงเงาใต้ตาเท่านั้น บอกได้ชัดว่าที่ทุกข์ที่กังวลที่สุดของไท่จื่อก็คือจื่อเฟย วันนี้ข้าเปิดทางให้ไท่จื่อถามก็เพื่อแคว้นฉิน มิใช่เพื่อผู้ใด จื่อเฟยไปนั่งฟังด้วยก็มิช่วยอะไรได้กลับกลายเป็นว่าข้าเสี่ยงทัณฑ์สวรรค์สูญเปล่า ที่ไท่จื่อจะถาม...คือเรื่องจื่อเฟยใช่หรือไม่"

ไท่จื่อพยักหน้าเครียดมองภรรยาตัวน้อยแล้วออกปากปลอบใจ "เจ้าอยู่นี่เถิด เรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่จริงข้าย่อมอยากรู้"

"ก็ได้ ในเมื่อรู้ไปไม่มีประโยชน์จะรู้ไปทำไม กลับมาท่านต้องจ่ายเงินจนหมดตัวแน่ กล้าทิ้งข้าไว้กับของพวกนี้"หงโต้วข่มขู่ด้วยท่าทางที่สามีนึกอยากจะดึงนางมาหอมแก้มซ้ำๆให้ช้ำไปซะหลายๆรอบ

"เช่นนั้นเชิญทางนี้ไท่จื่อ"จางหัวจื่อพอเริ่มตั้งหลักได้ก็ทำใจได้สงบขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่าไท่จื่อเป็นผู้มีเหตุผล

แล้วตี้ฟั่นเทียนก็หายลับไปในห้องหนึ่งกับจางหัวจื่อผู้นั้น หงโต้วใช้เวลาที่เหลือเลือกเครื่องประดับที่นางชอบใจมาสุมกองไว้บนโต๊ะอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เปิดนั่นหยิบนี่ชอบชิ้นใดก็ดึงแยกออกมา จนมาเปิดกล่องใบเล็กใบหนึ่งสะดุดกับวัตถุสีขาวที่มีเส้นสายสีแดงและสีเขียวลากผ่านกันราวกับมังกรและหงส์ที่เคียงคู่ มันเป็นแหวนหยกขาวสำหรับผู้ชาย มีสายหยกแดงและเขียวสองสายเกี่ยวกันทำให้แหวนวงนี้งามน่ามองยิ่ง พอนางรู้ว่าเป็นอะไรรอยยิ้มน้อยๆก็คลี่ออกมา สิ่งอื่นจะให้สามีจ่าย แต่สิ่งนี้นางจะซื้อให้เขา

                นั่งรออยู่นานในที่สุดพวกเขาก็ออกมา จางหัวจื่อสีหน้านิ่งแต่ตี้ฟั่นเทียนเดินออกมาก็พุ่งเข้ามากอดรัดนางแน่นจนนางเจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว "อะไรกันท่านพี่ เป็นอะไรหรือ"ลำแขนเล็กพาดไหล่หนาใช้มือตบหลังใหญ่พยายามปลอบใจเขา

"น้องหญิง..."ในน้ำเสียงของตี้ฟั่นเทียนมีแววตระหนกอย่างที่ไม่อาจนึกฝันว่าเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ได้

"อะไรกันท่านพี่ บอกข้าสิ"

ตี้ฟั่นเทียนส่ายหน้าพลางวางนางลง "ไม่มีอะไร ไหนเจ้าชอบอะไรบ้าง"กวาดตาไปก็เห็นกองเครื่องประดับสุมอยู่บนถาดใหญ่ "ทั้งหมดนั่นเลยหรือน้องหญิง ข้าค้าข้าวไม่รู้อีกกี่ปีจึงจะมีเงินซื้อให้เจ้า"กลืนความกลัวลงท้องแล้วตี้ฟั่นเทียนก็หันมาหยอกเย้าภรรยา ในใจบอกตนเองว่าคำทำนายคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และจะไม่เกิดหากเขาไม่ยอมให้มันเกิด

"ท่านจะไม่ซื้อให้ข้าหรือ"หงโต้วแสร้งทำเป็นแง่งอน ในใจรู้ดีทีเดียวว่าสามียังกังวลใจกับเรื่องบางอย่างอยู่

"ซื้อจ้ะ น้องหญิงชอบข้าจะไม่ซื้อได้อย่างไร ผู้เฒ่าจางเอาทั้งหมดนั่น"จากที่ไม่ไยดี บัดนี้คนอย่างไท่จื่อก็ให้เกียรติเรียกอีกคนผู้หนึ่งว่าผู้เฒ่า

"กล่องนี้ข้าจะจ่ายเอง"คนตัวเล็กส่งกล่องสีดำให้จางหัวจื่อ ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะหึๆชอบใจ

"กล่องนั่นซุกอยู่ในร้านมาตั้งแต่ข้าเป็นหนุ่ม รอมาจนป่านนี้เพื่อไต่ขึ้นไปเกาะนิ้วมังกรหรอกหรือนี่ ฮ่าๆ ช่างเป็นแหวนที่ใฝ่สูงยิ่ง จื่อเฟยสิ่งนั้นคือแหวนหงส์มังกร"จางหัวจื่อขำจริงๆ เจ้าแหวนขาวนั่นมีหัวหน้าเผ่าเร่ร่อนนำมาขายให้เขา เขาเห็นว่างามดีจึงซื้อไว้ ครั้นจะเอามาขายให้ผู้เหมาะสมก็หาไม่เจอ ครั้นเจอก็หาคนซื้อไม่ได้ พอหาคนสนใจได้มันก็หายไปอีก ทั้งๆที่ทั้งร้านก็มีเพียงเขา หลายสิบปีมานี้มันกับเขาเล่นซ่อนแอบกันมาครั้งแล้วครั้งเล่า "จื่อเฟยพบมันที่ไหนพะย่ะค่ะ"

"ก็บนโต๊ะนี่แหละ จะที่ไหนได้"สาวน้อยก็ตอบตามความจริง ชี้จุดให้ดูด้วยว่าพบมันวางอยู่ที่ใด คนอย่างนางไม่มีทางไปรื้อคนของที่คนไม่อยากขายหรอก

"ฮ่าๆ ขึ้นมาเสนอหน้าถึงบนโต๊ะ ขาย! เช่นนั้นข้าขายให้จื่อเฟย"คิดเงินไปพลางห่อของไปก็ประกาศขายออกไป

"ย่อมต้องขายอยู่แล้วก็ข้าจะเอา"หงโต้วมองตาแก่พิลึกที่พูดเหมือนการขายแหวนวงหนึ่งต้องตัดสินใจด้วยว่าควรไม่ควร

ตี้ฟั่นเทียนโอบแขนรอบเอวบางก้มลงชะโงกมองผ่านศีรษะนางมองกล่องน้อยสีดำตุ่นๆด้วยความสนใจ "งามนักหรือ"เห็นสภาพกล่องใส่ก็ไม่อาจคาดหวังกับตัวแหวน

นางเปิดฝากล่องออกให้เขาดู ไม่เล่นกระบวนความให้ยุ่งยาก เหลือบมองไปเห็นตาเฒ่ากำลังง่วนกับการจัดเก็บเครื่องประดับใส่กล่องอยู่ห่างออกไป นางกำนัลสามคนเดินไปตรวจข้าวของที่กำลังถูกห่อบรรจุลงกล่องโดยละเอียด   

"มอบให้ท่าน"วินาทีที่สายตาปะทะกับแหวนหยกสีขาวสะอาดที่มีสายหยกเขียวและแดงสองสายไหลกระหวัดเข้าหากันนั้น จู่ๆตี้ฟั่นเทียนก็รู้สึกขนลุกเนื้อเต้นไปทั้งตัว ยิ่งได้ยินนางพูดว่ามอบให้เขา หัวใจก็เต้นโครมครามราวกับคนเมาที่เดินสะดุดแล้วสะดุดอีก "ตอบแทนที่ท่านดูแลข้าเป็นอย่างดี เป็นสามีที่ดี"

เยินยอสามีเกินจริงไปมาก เพราะจริงๆนางเพียงเห็นว่าเหมาะกับเขา หงโต้วหยิบแหวนขึ้นมาแล้วสวมลงบนนิ้วหัวแม่มือซ้ายของสามี ช่างบังเอิญเหลือเกินที่แหวนวงนี้พอดีกับเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์

สัมผัสเล็กๆที่เย็บวาบเข้ามาให้ความรู้สึกประหลาด รู้สึกถึงใจที่เคยรุ่มร้อนเป็นไฟเย็นตัวลงมาก แหวนหยกขาววงนี้งดงามและหาได้ยากเหมือนเช่นผู้ที่มอบมันให้เขา ถั่วน้อยๆที่มีเพียงเม็ดเดียวบนโลกใบนี้

"ขอบใจเจ้า"จูบรุมร้อนประทับลงบนกระหม่อมบาง ตี้ฟั่นเทียนหาเก้าอี้นั่งแล้วลากภรรยาลงมานั่งตัก ทั้งสองอิงแอบแนบชิดโอบกอดกันอย่างรักใคร่

ผู้เฒ่าจางหัวจื่อมองภาพคนทั้งสองแล้วอมยิ้มจางๆที่มุมปาก

บนแผ่นดินมีหงส์มังกรเคียงคู่ อยู่เคียงกันผลิรักบานอุ้มสม

อนิจจาชะตากรรมดุจสายลม ต้องฝ่าฝนจึงจะเห็น...ซึ่งวันใหม่

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 32 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 11 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 10 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 13 ) Vote
ลุ้นๆ
( 16 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 9 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 8 ) Vote
COMMENTS
ทิวไม้
14 ก.ย. 2559 / 19:58
น้องถั่วววววววว
kwanrak
06 มี.ค. 2559 / 16:50
ความรักย่อมมีอุปสรรคภายหน้าจะเป็นเช่นไร
ล่าฝัน
20 ต.ค. 2558 / 11:04
วันนี้จะมามั้ยน่ะ รอๆๆๆ
TanYa
20 ต.ค. 2558 / 07:41
ถั่วจ๋ารออยู่น่ะ อยากได้ถั่วมาไว้ที่บัานบ้างจัง
ssa
19 ต.ค. 2558 / 21:45
ถั่วกะเต่าสู้ต่อไป
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 31 ตอน
โดย : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนคนชม : 408,814 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. บทนำ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ว่านหงโต้ว

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ถั่วฮองเฮา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ถั่ววางแผน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ถั่วหาเรื่อง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ถั่วสำนึก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ถั่วยั่วยวน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ถั่วภรรยา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ถั่วเมียเอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ถั่วแม่เลี้ยง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ถั่วระเบิด

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ถั่วที่รัก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 13. ถั่วหางแหลม

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 14. ถั่วเจริญ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 15. ถั่วลวง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 16. ถั่วน้องหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 17. ถั่วสมหวัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 18. ถั่ววังตะวันออก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 19. ถั่วแตก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 20. ถั่วร้องไห้

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 21. ถั่วอารมณ์

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 22. ถั่วผีเสื้อ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 23. ถั่วแล้งใจ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 24. ถั่วข่าวร้าย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 25. ถั่วอำลา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 26. ถั่วงอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 27. ถั่วลูกหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 28. ถั่วองค์ชาย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 29. ถั่วนกฉิน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 30. ถั่วชัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 31. ถั่วคะนึง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required