HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
ว่านฮองเฮา
นักเขียน : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนผู้เข้าชม : 409,021 ครั้ง
ถั่วฮองเฮา

                เมื่อสามปีก่อนนับว่าเป็นปีทองของตระกูลว่านโดยแท้ เพราะไม่เพียงแต่จวนแม่ทัพใหญ่จะได้บุตรีที่เฝ้ารอมานานแสนนานมาครอบครองมิหนำซ้ำบุตรีคนนี้ยังได้รับพระราชทานกระพรวนทองคำจากฮองเฮาอีกต่างหาก มีการลืออย่างลับๆว่าการให้ของสูงเช่นนี้กับตระกูลว่านก็เหมือนกับการหมั้นหมายกลายๆนั่นเอง เพียงชั่ววันหลังจากที่ว่านหงโต้วถือกำเนิดคนทั้งแคว้นก็แทบจะรู้จักนางกันทุกคนแล้ว ปีนั้นเป็นปีที่ดีเยี่ยมของตระกูลว่านแต่กลับเป็นปีที่แสนจะโชคร้ายของตระกูลเล่ย ฮองเฮาจัดให้เล่ยซูจิ้งเข้าวังตะวันออกเป็น...ชายารองในองค์รัชทายาท!!! พร้อมกันนั้นก็มีชายารองถวายตัวในปีในอีก5คนเป็นเวลาไล่เลี่ยกัน เว้นตำแหน่งชายาเอกให้ว่างเอาไว้เฉยๆให้เล่ยซือเค่อคลั่งเมื่อนึกเด็กหญิงเจ้าของกระพรวนทองคำนั่น นี่ถ้าไม่ใช่เพราะนาง...บุตรสาวของเขาย่อมต้องเป็นชายาเอกอย่างไม่ต้องสงสัย

                แม้จะแค้นแสนแค้นแต่ท่านเสนาบดีเล่ยซูจิ้งก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อฮ่องเต้ไม่คัดค้านแล้วใครเล่าจะกล้าขัดฮองเฮา เคราะห์ดีที่หลายปีมานี้ตำแหน่งชายาเอกยังคงว่างอยู่เช่นนั้น ฐานะชายารองในวังตะวันออกของเล่ยซูจิ้งจึงเป็นเหมือนดั่งชายาเอก เขาก็ได้แต่หวังว่าบุตรสาวคนดีจะให้กำเนิดพระโอรสน้อยๆได้สักองค์จะได้อาศัยองค์ชายปีนขึ้นบัลลังก์หงส์

 

                ฝ่ายโชคร้ายเหมือนจะกึ่งๆปลงตก แต่ฝ่ายโชคดีอย่างตระกูลว่านกลับต้องกุมขมับนับตั้งแต่นั้นเช่นกัน เรื่องกระพรวนทองคำที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่กลับกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กๆเหมือนเม็ดฝุ่นนับตั้งแต่หงโต้วเริ่มฉายแววประหลาด ลูกหญิงแสนรักเป็นเด็กสุขุมตั้งแต่ยังเป็นทารก นางแทบไม่ร้องไห้เลยถ้าไม่มีเรื่องขัดใจ คอเล็กๆนั่นชอบบิดไปมา ตากลมๆชอบมองดูสิ่งต่างๆ ครั้นพอคลานได้หากไม่เฝ้าดีๆถั่วน้อยๆเม็ดนี้ก็สามารถหนีหายไปเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงว่าทันทีที่นางเดินได้จวนทั้งจวนก็แทบจะแตกวันเว้นวันเพราะนางเริ่มเดินออกจากจวนแล้วหายไปเลย ใคร! ใครมันจะคิดกันเล่าว่าเด็กอายุน้อยถึงเพียงนั้นจะกล้าออกนอกจวนไปคนเดียว มิหนำซ้ำยังฉลาดเฉลียวรู้จักใช้ประตูหลังที่บ่าวไพร่มักใช้กันอีกต่างหาก กว่าจะหาถั่วน้อยๆเจอบ่าวทั้งบ้านก็หลังลายกันเป็นทิวแถว นั่น...ก็ทำให้แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นบิดาเครียดหนักอยู่แล้ว ครั้นพอนางพูดได้ว่านอวิ้นหยางก็แทบร้องไห้ไม่ได้ออกหัวเราะไม่ออก เขาบอกได้คำเดียวว่าบุตรสาวของเขาเป็นเด็กฉลาดมาก ทุกคำที่นางพูดฉะฉานเป็นเหตุเป็นผลจนยากนักที่ใครจะโต้แย้ง ตั้งแต่หงโต้วลืมตาขึ้นมาไม่มีวันใดที่ไม่วุ่นวาย ไม่มีวันใดที่ไม่ปวดหัว แม้แต่ยามรบพวกเขาแปดพ่อลูกก็ยังกังวลว่าเจ้าถั่วน้อยจะก่อเรื่องอันใดที่จวนอีก นี่เขาก็เพิ่งก้าวเข้าจวนหลังออกไปรบที่ชายแดนกว่าหกเดือน ยังไม่ทันได้จิบน้ำชาภรรยาก็เดินยิ้มเจื่อนๆมาบอกเขาว่าบุตรสาวหายไปอีกแล้ว และอาจารย์คนใหม่ของนางก็จากไปแล้วเช่นกัน

“หาให้เจอ!”ท่านแม่ทัพเดือดจัด “บ่าวไพร่เต็มเรือนหากไม่มีปัญญาดูแลเด็กเล็กๆเพียงคนเดียวก็เลี้ยงเสียข้าวสุกแล้ว!!

ได้ยินเสียงตวาดกราดเกรี้ยวขนาดนั้นสาวใช้ตลอดจนบ่าวไพร่ทั้งหลายก็ยิ่งวิ่งพล่านร้อนรนยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าทวี นายท่านโกรธแล้ว! นายท่านโกรธแล้ว!!

“ท่านพี่ ข้าเองก็อยากโทษบ่าวไพร่...”เฟยหานมี่ส่งถ้วยน้ำชาให้สามี “แต่ลูกหญิงของเราก็ไม่ธรรมดา...”

“แต่นางก็เป็นแค่เด็ก...”มีลูกสาวอยู่เพียงคนเดียวเตียอย่างเขาทั้งรักทั้งห่วงนางยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

“นางเด็ก...แต่ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก”ผู้เป็นมารดายิ้มเอ็นดูยามเอ่ยถึงลูกสาว ทั้งชื่นชมและอ่อนใจกับพฤติกรรมของนาง

“อาจารย์ของนางจากไปเพราะอะไร”ว่านอวิ้นหยางถอนหายใจเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าหงโต้วเป็นเช่นที่ภรรยากล่าวจริงๆ ครั้นพอวางเรื่องหนึ่งลงได้ ก็คิดได้อีกเรื่องหนึ่ง...อาจารย์ที่หนีไปคนแล้วคนเล่าของหงโต้ว

“ลูกหญิงเถียงกับอาจารย์เฉินเรื่องสี่คุณธรรมสามเชื่อฟัง...”

“อะไรนะ!...”ขมับของเตียเต้นตุบๆ สตรีทุกคนเกิดมาต้องยึดหลักสี่คุณธรรมสามเชื่อฟัง ถ้าหงโต้วเถียง...คงไม่ใช่ว่า...

“นางไม่ยอมรับ แล้วย้อนถามอาจารย์เฉิน พออาจารย์เฉินได้ยินคำถามของนางก็โกรธจัดแล้วจากไปเลย...”

ฮูหยินกำลังจะเล่าต่อเสียงฝีเท้าวิ่งตึงๆก็ดังเข้ามาพร้อมๆกับเสียงบ่าวรับใช้ที่พากันร้องว่าคุณหนูๆ

“อาเตีย! ท่านกลับมาแล้ว!!”เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งตัวปลิวเข้ามาในโถงห้องเข้าไปหาบิดาที่ยังคงสวมเสื้อเกราะ รอยยิ้มหวานๆกางกว้างกระโดดฉับเดียวก็ขึ้นไปนั่งตักของเตียได้ ดวงตาคู่โตหยียิ้มดีใจจนตาโค้ง “เตีย! เหนื่อยหรือไม่?

“...”ว่านอวิ้นหยางมองเจ้าตัวเล็กบนตักนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็โอบอุ้มหงโต้วไว้แนบอก อารมณ์โกรธอารมณ์โมโหเมื่อครู่ปลิวหายไปสิ้นทันทีที่ลูกสาวปรากฏตัว

ลั่วผิงอันนั้นหลังจากที่อาละวาดไปยกใหญ่ในคราวนั้นค่อยๆทำใจได้ทีละเล็กทีละน้อยว่าตนได้มาเกิดใหม่แล้วอีกทั้งยังมาเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนที่เคยฝันไว้ในชาติก่อน เตียกับเหนียงคู่นี้รักเธอยิ่งกว่าสิ่งใด พี่ชายทั้งเจ็ดคนก็เอ็นดูเธอ ดังนั้นลั่วผิงอันจึงค่อยๆเรียนรู้ที่จะเป็นว่านหงโต้วทีละน้อย เปิดใจยอมรับครอบครัวใหม่ได้ในท้ายที่สุด ตั้งใจแล้วว่าชาตินี้จะเสพสุขกับชีวิตให้เต็มที่

“โต้วเอ๋อร์ เตียได้ยินว่าเจ้าทำให้อาจารย์หนีไปอีกแล้ว...จริงหรือ”ตลอดความทรงจำของว่านอวิ้นหยาง บุตรชายของเขาทั้งเจ็ดคนตอนอายุได้สามขวบไม่เคยมีคนใดพูดจาคล่องแคล่วและรู้ความเหมือนเช่นหงโต้วเลยสักคน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องเชิญอาจารย์มาสั่งสอนนางตั้งแต่อายุยังน้อย

“อาจารย์เฉินสอนแต่เรื่องน่าเบื่อเจ้าค่ะเตีย พอข้าถามเขาก็โกรธ...”เด็กน้อยส่ายศีรษะอธิบาย ปากน้อยๆยื่นออกมาเล็กน้อยแสดงความไม่ชอบใจ

“เจ้าไม่พอใจหลักสี่คุณธรรมสามหลักเชื่อฟังเช่นนั้นหรือ”อาเตียวางเด็กหญิงลงพลางเสไปด้านข้างเปิดถ้วยชาแล้วจิบเบาๆระหว่างรอฟังคำอธิบายจากถั่วเจ้าปัญหา

ว่านหงโต้วยืนสองมือกอดอก “ก็ไม่เชิงเจ้าค่ะเตีย ข้าเห็นว่าสี่คุณธรรมนั้นก็ดี คนเราต้องงามหน้าตา งามวาจา งามมารยาท และงามเรือน แต่สามเชื่อฟังนี่สิ ตอนเล็กเชื่อฟังบิดา โตขึ้นมาเชื่อฟังสามี สิ้นสามีเชื่อฟังบุตรชาย...”

“แล้วไม่ดีอย่างไร...”กับลูกหญิงคนที่ใจร้อนที่สุดกลับใจเย็นเหมือนดั่งสายน้ำ ค่อยๆถามและรอฟังอย่างใจเย็น ตั้งแต่มีลูกคนนี้ว่านอวิ้นหยางถึงได้รู้จักการควบคุมอารมณ์

“ตอนเล็กๆสมควรเชื่อฟังพ่อแม่อันนี้ข้าเห็นควร แต่เหตุใดโตขึ้นออกเรือนจึงต้องเชื่อฟังสามี หากเขาโง่เขลากว่าข้ามิพาข้าลำบากไปด้วยหรือ สิ้นสามียังต้องเชื่อฟังบุตรชาย ก็บุตรชายเราเป็นผู้สั่งสอนมา...มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่อาจารย์ต้องเชื่อฟังศิษย์...”

“เจ้า!...”ว่านอวิ้นหยางปวดหัวขึ้นมาทันที ไม่นึกเลยว่าบุตรสาวอายุน้อยเพียงนี้จะมีความคิดพิสดารขนาดหนัก จะไม่เชื่อฟังสามี จะไม่เชื่อฟังบุตร ช่างเปรียบเทียบนัก อาจารย์ต้องเชื่อฟังศิษย์ด้วยหรือ

“อาเตีย ให้ข้าท่องน่ะข้าท่องได้พูดได้ แต่ถ้าจะให้ข้าปฏิบัติตาม...จะต้องมีเหตุผลด้วยนะเจ้าคะ ข้าก็พูดเช่นนี้กับอาจารย์เฉิน อาจารย์ก็ได้แต่ชี้หน้าพูดว่าเจ้าๆๆ แต่ไม่อธิบายอะไรเลย”ว่านหงโต้วลอบยิ้มในอก นางไม่ได้คิดจะต่อต้าน เพียงแต่อยากจะรู้เหมือนกันว่าอาจารย์ยุคโบราณจะให้คำอธิบายกับเธออย่างไร อ่า...ดูท่า แม้แต่อาเตียเองก็คงจะจนปัญญา

“เจ้า!...”ท่านแม่ทัพลมปราณแทบจะตีกันยุ่ง มีด้วยหรือจะท่องแต่จะไม่ปฏิบัติ ที่ให้ร่ำเรียนท่องจำก็เพื่อให้ทำตาม...แต่นางกลับมาตั้งคำถามจนอาจารย์คนแล้วคนเล่าหนีไป

“วันหน้าถ้าแต่งกับคนไม่ดี อาเตียก็จะให้ข้าเชื่อฟังเขาหรือ”ว่านหงโต้วเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

“...”อาเตียยกมือขึ้นทุบอกตุบๆ “ใครจะให้เจ้าแต่งกับคนไม่ดี อาเตียรับรองจะหาสามีที่ดีที่สุดให้เจ้าแน่นอน ดังนั้นเจ้าย่อมต้องเชื่อฟังสามี”

“แล้วถ้าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นคนไม่ดีเล่า?

โดนย้อนถามแบบนั้นว่านอวิ้นหยางก็หน้าดำคล้ำเครียดไปอีกหลายส่วน มันเป็นความจริงว่าในหมู่ผู้คนนั้น  ในเปลือกที่ดีอาจจะไม่ดี และในเปลือกที่ไม่ดีอาจจะมีดีก็เป็นได้ ฉับพลันนั้นเองอารมณ์ที่ร้อนๆก็จางลงเมื่อตระหนักในความเป็นจริง ดวงตาของท่านแม่ทัพหรี่ลงมองลูกสาวอย่างประเมิน บุตรสาวของเขาไม่ใช่เด็กธรรมดา

“เช่นนั้นต่อจากนี้เจ้าคงจะบอกว่า ไม่อยากปักผ้า ไม่อยากเรียนวาดภาพ และไม่อยากเรียนดนตรี ใช่หรือไม่”คนชำนาญการรบ รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คาดเดาจิตใจที่แท้จริงของบุตรสาวได้แทบจะทันทีที่ได้ฟังความคิดอ่านของนาง

ว่านหงโต้วคลี่ยิ้มกว้างขวางกระโดดเข้ามากอดขาอาเตียเป็นประจบ “ใช่แล้วอาเตีย ท่านเฉียบแหลมยิ่งนัก”

“ลูกหญิง...”คราวนี้ฮูหยินที่เป็นฝ่ายนั่งฟังเงียบๆอยู่นานก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

อาเตียคว้ามือภรรยามาตบเบาๆอย่างให้กำลังใจก่อนจะก้มลงพูดกับคนที่นั่งเกยคางกับตักของเขาด้วยท่าทางน่าเอ็นดู “หงโต้ว ปักผ้า วาดภาพ เรียนดนตรีล้วนแต่เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของเหล่าลูกผู้ดีมีชาติตระกูล สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องวัดความต่างว่าคุณหนูกับสาวใช้ต่างกันอย่างไร...”ฝ่ามือหยาบใหญ่ลูบมวยผมกลมๆของลูกสาวด้วยความรักเป็นอย่างยิ่ง “เตียรู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาดช่างคิดช่างพูด ถ้าเตียบังคับให้เจ้าทำ เจ้าก็คงหาวิธีต่อต้าน...จริงหรือไม่”

“...”ลูกสาวไม่ตอบแต่พยักหน้าหงึกทันทีอย่างไม่ต้องคิดมาก ดวงหน้าน้อยๆอมยิ้มนิดๆพออกพอใจที่บิดาในชาตินี้ของเธอช่างมีเหตุผล ใจดีและใจเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ

“หากเจ้าไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็ต้องเห็นแก่หน้าตระกูลว่านด้วย จะให้ใครว่าไม่ได้ว่าบุตรสาวตระกูลว่านไร้คุณสมบัติหญิงที่ดีเหมือนสาวชาวป่าไร้สกุล...”คนเป็นพ่อค่อยๆโน้มน้าวเมื่อเห็นลูกสาวรับฟังด้วยดีก็พอหายใจคล่องขึ้นเล็กน้อย เกิดมาเคยแต่ลุยไปข้างหน้าคิดอะไรพูดออกมาตรงๆ วันนี้มาเป็นทูตเจรจาพูดจาโยกโย้น่ารำคาญเช่นนี้ได้นับว่าการมีบุตรสาวก็เป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง

“...”ว่านหงโต้วฟังดูก็รู้ว่าตระกูลว่านจะขายหน้าจริงๆไม่ผิดจากที่เตียพูดเลย...หากเธอดื้อด้าน “เช่นนั้นเรามาทำการแลกเปลี่ยนกันดีหรือไม่เตีย”ดึงดันไปไร้ประโยชน์หงโต้วจึงฉวยโอกาสนี้หาประโยชน์ให้ตัวเอง

คนเป็นพ่อแปลกใจแต่ก็กระตุกยิ้มในท้ายที่สุด “เจ้าจะเอาอย่างไร ถั่วน้อย” ลูกคนนี้อายุเท่านี้ก็รู้จักต่อรอง ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะโตมาเป็นหญิงสาวประเภทไหน ช่างน่าหนักใจแทนลูกเขยในอนาคตยิ่งนัก

“ตอนเช้าข้าจะเรียนทุกอย่างที่ต้องเรียน ตอนบ่ายให้ข้าไปเที่ยวข้างนอก ดีหรือไม่เจ้าคะเตีย”หงโต้วกระตือรือร้น อยากจะเห็นบ้านเมืองนี้ใจจะขาด เธอจะไม่ยอมเป็นคุณหนูในห้องหออย่างแน่นอน

“ทุกวันเลยหรือ...”

“เจ้าค่ะ เรียนทุกวัน เที่ยวทุกวัน ลูกจะตั้งใจเรียนเจ้าค่ะ”หงโต้วสัญญาตบท้ายให้อีก

“มีอะไรอีกหรือไม่...”ท่านแม่ทัพดึงลูกสาวตัวน้อยขึ้นมานั่งตักพลางถามให้ถี่ถ้วน

“อาเตียต้องให้เบี้ยเลี้ยงลูกด้วยนะเจ้าคะ”เด็กหญิงเขย่ามือคนเป็นพ่อด้วยความตื่นเต้น จะเที่ยวก็ต้องมีเงิน

คนฟังได้ยินดังนั้นก็หัวเราะฮ่าๆเสียงดังชอบอกชอบใจ “ตัวแค่นี้รู้จักเบี้ยเลี้ยงแล้ว ประเสริฐยิ่งแล้วลูกหญิงของข้า ฮ่าๆ ตกลงตามนี้ก็ได้ เตียจะให้เงินเจ้าไปเที่ยว ถ้าอาจารย์ของเจ้าชมว่าเจ้าขยัน ทำได้ดี เตียจะเพิ่มเงินให้อีก เช่นนี้ดีหรือไม่ ลูกหญิง”

“ดีเจ้าค่ะ ดีที่สุดเลย”หงโต้วสดชื่นขึ้นทันที นางตอบรับคำของบิดาด้วยเสียงใสเปี่ยมไปด้วยความสุข อยากออกไปเที่ยวนานแล้วในที่สุดก็สมหวังเสียที อาเตียคนนี้ใจกว้างมากจริงๆ

“จะดีหรือเจ้าค่ะท่านพี่...”เฟยหานมี่กังวล บุตรสาวผู้ดีไม่มีใครเขาปล่อยให้ออกไปเที่ยวเล่นตะลอนๆกันหรอก

“ช่างเถอะน่าน้องหญิง ลูกถั่วของเราก็ไม่เหมือนเด็กทั่วไปอยู่แล้ว ถ้านางมีความสุข แล้วเราก็พอใจ จะไปสนผู้อื่นทำไมกัน”คนเป็นทหารไม่สนใจเรื่องจุกจิก ถ้าบรรลุเป้าหมายได้จะด้วยวิธีการใดก็ช่างหัวมันเถอะ

“เหนียงเอาตามนี้เถอะนะเจ้าคะ”เห็นมารดายังทำท่ากังวลหงโต้วจึงลุกจากตักบิดาปีนไปกอดรัดออดอ้อนเหนียงคนสวย “นะเจ้าคะ ให้ลูกไปเที่ยวเถอะนะเจ้าคะ”

คนเป็นแม่โดนลูกสาวอ้อนขนาดนี้มีหรือจะไม่ใจอ่อน ที่สุดก็ยอมตกลงให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่สามีตกลงกับบุตรสาวคนดี

“เอ แปลกจริง ทำไมวันนี้เตียถึงไม่ได้ยินเสียงกระพรวนของเจ้าเลยล่ะ เจ้าถั่วน้อย”เมื่อคลี่คลายปัญหาลงได้คนช่างสังเกตก็เอ่ยปากถามบุตรสาวทันทีพลางส่งสายตาไปมองที่ชายกระโปรงของเด็กหญิง “ไม่ใช่ว่ามันส่งเสียงขัดขวางการซุกซนของเจ้าจนถูกทุบแบนไปแล้วหรอกนะ...”ต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้าสิ่งนั้นเป็นแน่

“โต้วเอ๋อร์!...”คนเป็นแม่อุทานเสียงหลง เพิ่งรู้สึกตัวว่าพักหลังๆมานี้นางไม่ได้ยินเสียงกระพรวนเลยสักนิด หากลูกสาวตัวน้อยทำลายของพระราชทานไปแล้วจริงๆทีนี้พวกเราทั้งตระกูลต้องเดือดร้อนเป็นแน่แท้

หงโต้วยิ้มกว้างใช้สองมือเล็กๆดึงชายกระโปรงและกางเกงเนื้อบางที่อยู่ข้างใต้ขึ้นอวดให้เตียและเหนียงชื่นชมผลงาน “มันส่งเสียงดังเกินไป ข้าก็เลยเอาดินเหนียวไปอุดกระพรวนเอาไว้”

“ฮ่าๆๆๆ”เห็นแล้วสีหน้าเครียดๆของเตียก็คลายลงก่อนจะแหงนหน้าหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ “ฉลาดยิ่งแล้วลูกข้า”หงโต้วโตเกินกว่าจะสวมกระพรวนแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นของพระราชทานป่านนี้คงไม่ต้องทนผูกสิ่งที่ส่งเสียงน่ารำคาญเอาไว้จนถึงป่านนี้ นับว่าลูกหญิงของเขาช่างคิดยิ่งนัก

หานมี่กำลังอมยิ้มให้กับสามีก็พลันเห็นพ่อบ้านเดินเร็วๆเข้ามาในโถงห้อง ธรรมดาเมื่อเป็นเวลาครอบครัวหากไม่มีเรื่องด่วนจริงๆบ่าวไพร่จะไม่เข้ามารบกวนโดยเด็ดขาด ทั้งสามชีวิตหันไปให้ความสนใจกับพ่อบ้านโดยไม่ได้นัดหมาย ดูซิว่าเขาจะบอกเรื่องอะไร

“นายท่าน พระสนมส่งคนมารับตัวคุณหนูหงโต้วเข้าวังขอรับ”พ่อบ้านจางเดินเร็วรี่เข้ามาแจ้ง

“เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนั้น ปกติพระสนมจะต้องแจ้งมาก่อนมิใช่หรือ”ว่านซูจิน พระสนมเอกในองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นมีศักดิ์เป็นอาแท้ๆของว่านหงโต้ว เมื่อหลานสาวคนเดียวของตระกูลว่าถือกำเนิด ว่านซูจินก็มักจะเรียกให้นำตัวเด็กหญิงเข้าไปหานางในวังอยู่เสมอๆ ทุกๆครั้งจะมีการแจ้งให้ทราบก่อนเพื่อจะได้มีการเตรียมตัว ทว่าครั้งนี้...

“ด่วนหรือไม่”เฟยหานมี่ถามทันทีอย่างเป็นกังวล ครั้งนี้แปลกเหลือเกินที่พระสนมเอกไม่ได้แจ้งนัดหมายล่วงหน้าแต่กลับส่งคนมารับตัว

“ด่วนขอรับ ไป๋กงกงนำเกี้ยวมารออยู่ที่หน้าจวนแล้วขอรับ”

“เช่นนั้นทำอย่างไรดี ข้าจะแต่งตัวทันหรือไม่ ลูกหญิงก็ยังไม่พร้อม...”คนเป็นมารดาที่มักจะเดินทางไปพร้อมกับบุตรสาวเวลาเข้าวังร้อนรนราวกับโดนไฟสุม ธรรมเนียมหญิงเข้าวังจะต้องแต่งกายอย่างเหมาะสม ซึ่งไอ้ความเหมาะสมนี้ก็กินเวลาไปมากกว่าสองชั่วโมงเสียด้วย

“...”ท่านแม่ทัพนิ่งไปอึดใจก็เอ่ยขึ้นแทรกฮูหยินที่ทำท่าว่าจะวิ่งไปแต่งตัวเดี๋ยวนั้นว่า “คงไม่เป็นไรหรอก เจ้าอย่าได้รีบร้อนไปแต่งตัวเลย เวลามีไม่พอ แต่งผิดระเบียบเกรงจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย เช่นนั้นแล้ว...”คราวนี้คนเป็นพ่อหันมาสบตากับลูกสาวตัวน้อย “ครั้งนี้คงต้องให้เจ้าเข้าวังไปคนเดียวแล้ว ลูกหญิงเจ้ากลัวหรือไม่”

หงโต้วส่ายหน้าทันที “ไม่เลยเจ้าค่ะเตีย เหนียงไม่ต้องกังวลไป เราไปหาท่านอาบ่อยๆ ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง”

“เจ้าจะต้องไม่ดื้อไม่ซน ไม่ออกนอกเส้นทาง เข้าวังแล้วตรงไปหาท่านอา เสร็จแล้วจงกลับออกมาทันที เข้าใจหรือไม่”บิดาสั่งความ ทั้งๆที่ไม่แน่ใจแม้แต่น้อยว่าเด็กสามขวบที่หัวไวกว่าเด็กปกติเล็กน้อยคนนี้จะทำตามคำสั่งหรือไม่

“เตีย ท่านวางใจได้ ข้าจะไม่ดื้อไม่ซน”หงโต้วให้การรับรองหนักแน่น ในวังอะไรนั่นจะเข้าไปทีต้องสวมเสื้อผ้าชั้นแล้วชั้นเล่า ต้องแต่งการถูกระเบียบทุกอย่าง ผิดแม้แต่น้อยก็ไม่ได้ ครั้งนี้ในเมื่อเหนียงเตรียมตัวไม่ทันก็ช่างมันเถิด นางเป็นเด็กผิดบ้างถูกบ้างคงไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง อย่างไรเสียท่านอาสาวผู้นั้นก็ให้ความเอ็นดูนางอยู่ไม่น้อย

ท่านแม่ทัพและฮูหยินได้ฟังคำลูกสาวก็ยังคงกังวลและลังเลใจอยู่มาก มีใครกันปล่อยให้ลูกตัวเล็กเข้าวังแต่เพียงลำพังโดยไม่ไปทำหัวหล่นหาย กำลังจะคิดหาวิธีไป๋กงกงก็เร่งฝีเท้าเข้ามาเร่ง ที่สุดหงโต้วก็ถูกพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและพาขึ้นเกี้ยวไปแทบจะทันทีเมื่อไป๋กงกงรับรองหนักแน่นว่าจะดูแลบุตรสาวของพวกเขาเป็นอย่างดีที่สุด

 

                เอาจริงๆแล้วว่านหงโต้วหรือลั่วผิงอันนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวกฎระเบียบในวังหลวงอะไรนี่แม้แต่น้อย ขอเพียงเอาตาดูดีๆไม่ไปเหยียบเท้าใครเข้าก็คงไม่มีปัญหาแล้วจริงไหม อีกอย่างนางเองก็ชอบเปิดหูเปิดตา ได้เห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆที่คนในอนาคตไม่มีทางได้เห็นนางก็ยิ่งชอบ วังหลวงนั้นส่วนหน้าเป็นเหมือนสำนักงานที่แข็งทื่อ สถาปัตยกรรมต่างๆเน้นรูปทรงที่แข็งแรงแฝงความเย็นชา ทุกสิ่งล้วนแต่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างใหญ่โต...เพื่อข่มผู้มาเยือน ช่างเป็นกุศโลบายที่แยบยลยิ่งนัก ส่วนหน้าแข็งทื่อ ใหญ่โต ไร้ชีวิต แต่ส่วนหลังกลับเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน ตึกงาม สวนสวย และสนมรัก ดูๆไปแล้วก็ฮาเร็มๆดีๆนี่เอง แม้จะอยู่ในร่างเด็กน้อยแต่หากนับเวลานับจากที่ตายในภพก่อนนางก็จวนจะ30แล้ว สายตาของผู้ที่ผ่านโลกมานานเห็นชีวิตที่งดงามในวัยสาวของหญิงงามมากมายเช่นนี้ถูกขังรวมๆกันไว้ที่นี่แล้วอดไม่ได้ที่จะสงสาร

“คุณหนูว่านมาถึงแล้วพะยะค่ะ”เดินเหม่อลอยโดยมีไป๋กงกงจูงเอาไว้มัวแต่คิดโน่นคิดนี่เจ้าถั่วฝักแก่ก็พลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงประกาศ กระพริบตาปริบๆก็พบว่านางได้มาถึงตำหนักของพระสนมเอกแล้ว

นางกำนันหน้าประตูเปิดประตูออกรับ หงโต้วรู้งานปล่อยมือจากไป๋กงกงเดินเข้าไปข้างในตำหนักทันทีหากแต่ก็ระมัดระวัง แม้ท่านอาสนมผู้นี้จะใจดีกับเธอ แต่วังหลังก็มีกฎระเบียบ

“...”ก้าวขาเหยียบลงบนโถงกว้างที่ปูพรมหนังสัตว์เอาไว้หงโต้วก็พลันเห็นสตรีสองนางนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตากลมเล็กฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะสงบลงในชั่วพริบตา เข่าน้อยๆทรุดตัวลงหมอบกับพื้นเล่นประเพณีวังหลวง “หม่อมฉันว่านหงโต้ว ถวายบังคมฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันๆปี พันๆปี ถวายบังคมพระสนมของพระองค์ทรงพระเจริญ”กล่าวจบก็ก้มศีรษะลงนิ่งรอคำสั่งให้ลุกขึ้นตามแบบแผน เกิดเป็นลั่วผิงอันชาตินั้นทั้งชาติไม่เคยคุกเข่าให้ใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว เกิดมาชาตินี้ถ้าไม่ติดว่าจะทำให้ครอบครัวใหม่เดือดร้อนเอาเหล็กมาถ่วงเกรงว่าเข่าจะไม่ทรุดลงไปง่ายดายเช่นนี้

“...”เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นจากผู้ที่อยู่สูงกว่าเด็กหญิงก็นิ่งเฉยเสียไม่ตื่นกลัว “ลุกขึ้นแล้วจงเงยหน้า”

หงโต้วลุกขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นตามคำสั่ง ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นนิดๆดูใสซื่อแต่แท้ที่จริงกลับกำลังพิจารณาหญิงผู้อยู่เหนือนสนมทั้งหลายที่นางเพิ่งเคยจะเห็นเป็นครั้งแรก งามก็งามอยู่...แต่ไม่สู้ท่านอา ทว่า...ฮองเฮาดูไม่ธรรมดา ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาสมเป็นมารดาของแผ่นดิน แต่คนอายุสามสิบเช่นนางกลับรู้ได้เองว่านี่มัน...ตัวร้ายชัดๆ

“บุตรีท่านแม่ทัพช่างมีรูปลักษณ์ที่ฉายแววงดงามตั้งแต่อายุน้อยเพียงเท่านี้ โตขึ้นคงจะต้องงามกว่าเม่ยเหม่ยเป็นแน่”ฮองเฮาหันไปกล่าวกับว่านซูจินที่นั่งอยู่ข้างซ้าย

“เจี่ยเจียกล่าวชมเกินไปแล้วเพคะ หลานสาวหม่อมฉันคนนี้แม้จะมีใบหน้าที่น่ารัก แต่พี่ชายก็บ่นอยู่เสมอว่านางนั้นขาดวิสัยสตรี”พระสนมเอกคลี่ยิ้มหวานตอบผู้เป็นใหญ่กว่าด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพลางหันมาส่งสายตาปลอบใจให้หลานสาว

“ขยับมาใกล้ๆข้าซิ”ฮองเฮายกปลอกนิ้วก้อยทองคำยาวๆกระดิกเรียกเด็กหญิง ว่านหงโต้วก็ขยับไปตามคำสั่งอย่างว่าง่าย อยากรู้เหมือนกันว่าฮองเฮาคิดจะเล่นตลกอะไร “อืม...ดวงตา...งาม”

ชมว่างามแต่กลับเลิกพระขนงเนี่ยนะ? นับกันตามอายุจริงฮองเฮาเป็นพี่นางไปเกินหกปี บอกฉันมาสิว่าเธอสงสัยอะไร ลั่วผิงอันถามอีกฝ่ายในใจ เผลอเลิกคิ้วตอบกลับไปโดยไม่รู้ตัว

มารดาของแผ่นดินมองปฏิกิริยาตอบกลับของเด็กหญิงแล้วนิ่งไปชั่วระยะหายใจก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาเหมือนชอบอกชอบใจ ฝ่ามือเรียวขาวลูบเรือนผมของเด็กหญิงตรงหน้าเบาๆก่อนจะตบลงสองสามครั้งอย่างเอ็นดู “น่ารักยิ่งนักเด็กคนนี้ ไหนเจ้าจงบอกมาซิ ว่าเหตุใดเจ้าจึงรู้ว่าข้าคือฮองเฮา เราคงไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่หรือไม่”

หงโต้วคลี่ยิ้มไร้เดียงสา “เปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่เคยพบฮองเฮามาก่อน แต่...ที่ทราบว่าเป็นฮองเฮา เป็นเพราะเสด็จอาของหม่อมฉันเป็นพระสนมเอก ในวังหลังเป็นรองเพียงหนึ่ง วันนี้มีผู้นั่งในตำแหน่งสูงกว่าหม่อมฉันจึงรู้ทันทีว่าจะต้องเป็นมารดาของแผ่นดินเจ้าค่ะ”โชคดีที่ชาติก่อนเกิดเป็นคุณหนูลั่วที่ต้องมานั่งฟังคำยกยอปอปั้นมาตั้งแต่เล็ก ชาตินี้จึงสามารถนำถ้อยคำเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างลื่นไหล ยอฮองเฮาได้โดยที่ไม่ทำให้ท่านอาเสียความรู้สึกมากนัก

ฮองเฮาได้ฟังก็คลี่ยิ้มหวานเบิกบาน เด็กย่อมโกหกไม่เป็น “สามขวบจริงๆหรือนี่”สองพระหัตยกประคองใบหน้าเล็กๆของคนช่างพูด

“อันที่จริงยังไม่เต็มสามขวบดีด้วยซ้ำเพคะเจี่ยเจีย”ว่านซูจินช่วยเสริม รู้เจตนาของฮองเฮาดีว่าที่วันนี้นึกอยากจะเห็นหน้าหลานสาวของนางนั้นเป็นเพราะอะไร

“เฉลียวฉลาดผิดวัยยิ่ง”ฮองเฮารำพึงแต่กลับมองเด็กหญิงด้วยแววตาถูกใจ

“ท่านพี่กล่าวว่าในลูกชายเจ็ดคน หงโต้วเลี้ยงยากที่สุดแต่ก็เป็นเด็กที่รู้ความจนน่าปวดหัว ท่านพี่ยังบ่นว่าบ้านอื่นได้ลูกสาวต้องรีบหาสาวใช้มาเพิ่ม แต่นี่เขากลับต้องไปเชิญอาจารย์มาสอนนางตั้งแต่นางพูดได้...”

“อย่างนั้นรึ”คนถามที่ทราบเรื่องดีอยู่ก่อนแล้วหันกลับมาพิศมองร่างน้อยๆตรงหน้าอีกครั้ง ตอนแรกพอเด็กคนนี้ลืมตาพระองค์ก็ดีใจเป็นหนักหนา ต่อมาก็ได้ข่าวว่าเด็กหญิงไม่ยอมกินนมจนล้มป่วยกระเสาะกระแสะทำท่าจะกลับสวรรค์ทุกเมื่อ หมอหลวงต้องวิ่งเข้าออกจวนแม่ทัพอยู่ครึ่งปีจึงดีขึ้น ครั้นแล้วหนึ่งในผู้รักษาก็มากระซิบบอกพระองค์ว่าบุตรีท่านแม่ทัพแทบไม่ส่งเสียงร้องไห้เลย นิ่งเฉยยิ่ง หากไม่บ้าใบ้ก็เป็นได้ว่าอาจจะไม่สมประกอบ ได้ยินดังนั้นพระองค์ก็ตกพระทัยแทบจะวางมือจากหงโต้วมานับตั้งแต่นั้น ตราบจนข่าวมาถึงหูว่าเด็กหญิงผู้นี้เฉลียวฉลาดยิ่งจนบิดาถึงกับต้องเชิญอาจารย์มาสั่งสอนตั้งแต่อายุได้เพียงสองขวบ วันนี้พระองค์ได้ประจักษ์แล้วว่าข่าวที่ได้ยินมานั้นไม่ผิดเลย มณีเม็ดนี้ล้ำค่ายิ่งแล้ว

“เชิญท่านนักพรตเข้ามาได้”สิ้นเสียงคำสั่งฮองเฮา ชายชราในชุดนักพรตก็เดินเข้ามาถวายความเคารพก่อนจะลุกขึ้นเมื่อได้รับอนุญาต “เจ้าจงช่วยข้ามองเด็กผู้นี้ทีว่าเป็นเช่นไร”คนพูดหมุนเด็กหญิงให้หันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่

หงโต้วยืนอยู่บนพื้นที่ยกขึ้นสูงสองระดับของห้องโถงข้างกายองค์ฮองเฮา เมื่อนางหันกลับไปเผชิญหน้ากับนักพรตเฒ่าจึงสูงเกือบจะเท่าเขาที่ยืนอยู่ต่ำกว่า ดวงตาทั้งสองคู่สบกันนิ่ง คู่หนึ่งใคร่รู้ อีกครู่พิจารณา

ลั่วผิงอันอยากจะหัวเราะ ที่แท้เร่งร้อนให้เข้าวังนี่คืออยากจะให้คนมาดูชะตาอย่างนั้นหรือ นี่ถ้าตาเฒ่านี่มั่วว่าเธอเป็นกาลกิณีบ้านเมือง หัวมิต้องหล่นหรอกหรือ

“เป็นเช่นไร...”เป็นพระสนมเอกที่ร้อนรนอยากจะรู้ นักพรตคนนี้พวกนางทั้งคู่ต่างเคยได้พบเมื่อยังเป็นเด็ก ในงานชุมนุมพระจันทร์หนุ่มสาวต่างเกี้ยวพาราสี หาได้มีใครสนใจคุณหนูสองคนที่แอบแต่งตัวปอนๆออกมาเที่ยวเล่นไม่ คงมีแต่นักพรตผู้นี้ที่เอ่ยทักว่า พระสนมเอกกับฮองเฮาแอบมาเดินเล่นเช่นนี้หากพลาดพลั้งไปใครจะรับผิดชอบได้ เด็กอายุสิบขวบไม่ประสาอย่างพวกนางมีหรือจะสนใจคนบ้าถ้าภายหลังไม่ถูกถวายตัวเข้าวังกลายเป็นดังคำกล่าวอ้างนั้นจริงๆ ใช้กำลังคนไปก็มาก ใช้กำลังเงินก็ไม่น้อย ที่สุดกว่าจะเชิญนักพรตท่านนี้กลับมาได้...เหนื่อยยิ่ง

“เกิดฤดูผลิ ข้างขึ้น จันทร์เต็ม ใช่หรือไม่”นักพรตคิ้วขาวยาวบังตาพูดยิ้มๆเหมือนจะถามหงโต้ว

“ถูกต้องแล้วท่านนักพรต”ว่านซูจินกระตือรือร้นช่วยตอบ

“ชะตาของนางเป็นเช่นไร...”หนึ่งคนมีโอกาสได้คำทำนายเพียงหนึ่งครั้ง ตี้เฟิ่งเทียน...สมัยยังเป็นองค์ชายก็เคยได้รับคำทำนายว่าจะได้เป็นไท่จื่อ

“หลานรัก...เจ้าออกไปก่อนดีหรือไม่”เห็นสายตานักพรตเอาแต่จับจ้องที่เด็กน้อยเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูดสักทีพระสนมเอกจึงออกปากให้นางกำนัลนำตัวหลานสาวออกไปก่อน หงโต้วยังเล็กแต่ช่างจดจำ...หากไม่เข้าใจคำทำนายรู้ไปก็ไร้ประโยชน์

“เจ้าค่ะ”หงโต้วไม่สนใจตาเฒ่าตรงหน้าตั้งแต่ต้นแล้ว อุตส่าห์ยืนดูว่าหมอดูสมัยโบราณจะมีวิธีการตุ๋นคนพิสดารอย่างไรก็ไม่เห็นนักพรตตรงหน้าจะงัดวิชาออกมาโชว์เสียที นี่คงรู้สินะว่านางจะจับผิดได้เผยกลโกงเขา แหม...ลูกท่านแม่ทัพใครจะไม่รู้บ้างว่านางเกิดเมื่อไหร่เวลาใด เชอะ! คนเราลิขิตชะตาด้วยตัวเอง ขืนเอาแต่เชื่อตามคำทำนายก็ตายกันพอดี

 

                “ขอข้าเดินเล่นคนเดียวเถอะ อุทยานนี่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก”หงโต้วเอ่ยปากกับนางกำนัลสองคนที่พาเธอออกมาจากตำหนักแล้วเนรเทศเข้าสวนหลวง ขืนยังเดินตามติดอยู่แบบนี้ใครมันจะมีแก่ใจชมนกชมไม้

“เจ้าค่ะ”เห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยขี้รำคาญอีกทั้งอุทยานดอกไม้นี้ก็ไม่ได้มีอันตรายใดๆ ทั่วบริเวณมีเหล่าขันทีนางกำนัลเดินอยู่ให้เห็นประปราย คุณหนูตระกูลว่านเฉลียวฉลาดคงไม่เกิดปัญหาอะไร เพราะไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งออกไปนอกวังพวกนางจึงพาคุณหนูมาเดินเล่น ว่านหงโต้วผู้นี้อายุยังน้อยก็เป็นที่เอ็นดูของฝ่ายในแล้วหากขัดใจนางไปวันหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นหากคุณหนูต้องการสิ่งใดหากไม่ยากเกินสามารถพวกนางย่อมไม่ขัดอยู่แล้ว

เมื่อสลัดนางกำนัลหลุดไปได้เด็กหญิงก็เดินดูความเป็นอยู่ของคนในวังเงียบๆ ในสวนกว้างใหญ่นี้หงโต้วสามารถเห็นสนมหลายคนกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานชั้นใน พวกนางดูงดงามและเยาว์วัย แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่บางเบาเข้ากับฤดูร้อน กริยาการเดินเหินหัวเราะล้วนน่ามอง ลั่วผิงอันเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพรืดส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยที่สวรรค์ไม่ยุติธรรมกับผู้หญิง เหตุใดทุกๆคนจะต้องมารุมทึ้งผู้ชายเพียงคนเดียว ทั้งที่งามก็งาม เรือนร่างหรือก็เย้ายวน ควรแล้วหรือที่จะมาฟาดฟันกันให้ตายเปล่า ก็เห็นๆอยู่ว่าคนที่นั่งเป็นฮองเฮานั้น...ไม่ธรรมดา คนเป็นอาของเธออีก...นั่นก็ใช่ย่อย ไม่รู้ว่าปีๆหนึ่งมีพ่อแม่เสียสติกี่คู่ส่งสนมตัวน้อยๆเหล่านี้มาตายฟรีในวังหลัง

“ทำไม เจ้าไม่อยากเป็นสนมหรือเด็กน้อย”เสียงเฉื่อยๆที่ทักขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาหงโต้วถึงกับสะดุ้งก่อนจะหันไปมองชายที่ยืนกลมกลืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ อดีตไฮโซสาวหรี่ตามองเด็กวัยรุ่นตรงหน้า เอ่อ คนโบราณนี่ก็แปลก นอกจากรูปร่างผู้ชายจะถูกสร้างมาใหญ่โตเกินความจำเป็นแล้ว ยังมีการสร้างใบหน้าให้จำแนกได้ง่ายๆอีกแน่ะ คนที่โตมาในจวนแม่ทัพวิจารณ์คนตรงหน้าอย่างไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ผิวคล้ำแดด...ทหารหรือ คิ้วเข้มหนาชี้สูง...สงสัยจะขี้โมโหเผด็จการชอบสั่งแน่ๆ ตาคมเข้มดุขนาดนี้ประกอบกับคิ้วแล้วเกรงว่าแม้แต่ยามจะเกี้ยวภรรยาเข้านอนนางก็คงจะสะดุ้ง ฮ่าๆๆ จมูก...ก็ดูจะเป็นส่วนที่ละมุนที่สุดบนใบหน้ากระด้างนี้ ปากบาง...โอ คนอมหิต กรามแข็งแรงคางไม่แหลม...มีอำนาจมั่นคง

“...”หงโต้วยกมือกอดอกมาคนตรงหน้าสบายๆ ดูจากการแต่งกายที่เรียบง่ายคงเป็นแม่ทัพนายกองที่ไหนสักที่

“เด็กน้อยเจ้าได้ยินที่ข้าถามหรือไม่”เห็นอีกฝ่ายไม่เกรงกลัวร่างสูงใหญ่โตก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

“ได้ยินเจ้าค่ะ”เสียงเล็กๆให้คำตอบพลางยืดคอไปเห็นว่าข้างหลังต้นไม้นั้นมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่ ดูท่าคนผู้นี้คงนั่งอยู่ในมุมลับตานั้นได้สักระยะแล้วถ้าดูจากความพร่องไปของอาหาร

“อยากกินขนมหรือไม่”คนถามผลุบตัวกลับไปรวดเร็วเหมือนภูตผี พริบตาก็นั่งหลังตรงบนเก้าอี้เหลือบมองหงโต้วในลักษณะเหมือนอยากจะรู้ว่านังเด็กตัวเล็กๆนี่จะกล้าจริงๆหรือไม่

อะไร แกจะเล่นลูกไม้อะไรไอ้เด็กน้อย ลั่วผิงอันเลิกคิ้วสงสัย เห็นอยู่ชัดๆว่ามันต้องการอะไรบางอย่างจากเธอ “...ก็ได้เจ้าค่ะ”เอาสิ เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอนี่คิดจะทำอะไร จะฆ่าคนในอุทยาน...คงไม่มีใครกล้า จะข่มขืน...ขอโทษทีร่างกายนี้ยังเล็กนัก ว่าแล้วบุตรีท่านแม่ทัพในชาตินี้ก็เดินตามชายผู้นั้นเข้าไป แอบเสียท่าเล็กน้อยตอนปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้หินสลัก พอนั่งได้ดีแล้วจึงเห็นว่าฝ่ายนั้นยังมองเธอนิ่งๆเหมือนจะทดสอบจิตซึ่งเด็กหญิงก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่าขนมบนโต๊ะ อ่า ขนมชาววังโบราณน่าตาอร่อยๆทั้งนั้นเลย

“...”ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นเด็กน้อยให้ความสนใจของว่างบนโต๊ะมากกว่าก็หยิบจานเล็กๆข้างตัววางบนข้างหน้าแล้วคีบขนมสีหวานสอดไส้ถั่วกวนให้เด็กหญิงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ขอบใจเจ้า”พูดตามมารยาทแล้วก็จัดการแทะขนมนั้นอย่างไม่มีการเกรงใจอีก อันที่จริงเมื่อเที่ยงนางยังไม่ได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ มัวแต่เที่ยวเล่นหลบซ่อนสาวใช้ สุดท้ายต้องเข้าวัง หิวตามระเบียบ

“...”เห็นใบหน้าเล็กๆนั่นกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อยตะเกียบในมือแข็งแรงก็คีบส่งขนมอีกชิ้นให้ เด็กขวัญกล้าก็รับไปกินอีกท่าทางไม่สนใจอะไรขอเพียงแต่ได้กินก็พอ คิ้วกิ่งหลิวขยับไหวกระดุกกระดิกตามแรงขยับ ดวงตากลมโตดำขลับแยกขาวดำชัดแวววับกระจ่างใสดุจผืนน้ำในป่าลึก จมูกน้อยเรียวงามช่วยประคองแก้มกลมขาวสะอาดทั้งสองข้างเอาไว้ได้อย่างเหมาะเจาะ เรื่อยลงมายังปากเล็กได้รูปที่ขยับรับกับคางเล็ก นี่หรือคือว่านหงโต้ว...หมากเล็กที่ทำให้ม้าสะดุด

พอท้องเริ่มสบายขึ้นหงโต้วก็เกิดคอแห้งจึงแบมือไปข้างหน้าแล้วสั่งแบบคุณลั่วผิงอัน “ขอน้ำชา”

คนโดนสั่งตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะออกปากติเตียนเสียงเย็นเยียบ “เจ้าไร้มารยาทถึงเพียงนี้ ไม่เคารพผู้อาวุโสกว่า”

ทว่าแทนที่เด็กน้อยจะกลัวน้ำเสียงเช่นนั้นนางกลับยื่นมือไปตักเอาน้ำแกงในถ้วยมาดื่มแก้ปัญหาเสียง่ายๆโดยคนที่ร่างใหญ่กว่าก็ไม่ได้ห้ามปรามการกระทำอันไร้มารยาทนั้นแต่อย่างใด

“ท่านรู้ว่าตัวเองอาวุโสแต่กลับไม่รู้จักเอ็นดู รู้จักเชื้อเชิญข้าแต่กลับไม่ดูแล เช่นนี้เรียกว่าอาวุโสได้หรือ”หายคอแห้งหงโต้วก็เอ่ยปากเทศน์ไอ้เด็กหนุ่มตรงหน้าไปทีหนึ่ง คุณลั่วอุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อนยังไม่รู้จักเจียมตัวอีก

“ปีนี้จะครบสามขวบ...ใช่หรือไม่”ดวงตาทั้งคู่ทอดสายตามองปากเล็กๆที่เพิ่งตำหนิเขาไปค่อยๆซีดลงทีละน้อย เดิมทีกินเป็นชิ้นจะยังช้า นี่เล่นซดเป็นน้ำเข้าไป...

“ใช่แล้ว”เห็นแมวตัวเล็กวิ่งเข้ามาคลอเคลียอยู่ใต้ขาหงโต้วก็หยิบขนมบนโต๊ะโยนลงไปให้มันลองชิมสองสามลูก เห็นมันไล่ตะครุบกินเด็กหญิงก็อมยิ้ม นางว่าอร่อย แมวก็คงอร่อยเช่นกัน

“นักพรตนั่นบอกอะไรบ้าง”

เจ้าของริมฝีปากซีดไร้เลือดจนขาวซีดกระตุกยิ้มเยาะทันทีที่ได้ยินคำถาม “ที่แท้ก็เอาขนมมาหลอกถามข้า จ้างก็ไม่บอกหรอก โตแล้วหาวิธีที่ดีกว่านี้มาหลอกเด็กดีหรือไม่ ท่านนายทหาร” หงโต้วหมั่นไส้คนผู้นี้จนขี้เกียจจะแกล้งใสซื่อ เห็นอยู่ชัดๆว่าชายผู้นี้เป็นตัวโกงชัดๆ

“รู้ด้วยหรือว่าข้าเป็นทหาร”คนถามไม่ติดใจที่อีกฝ่ายไม่ให้คำตอบที่ต้องการ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กที่มีอายุไม่ครบพันวันดีคนนี้อาศัยอะไรมารู้ว่าเขาเป็นทหาร

“โธ่ ก็ท่านคล้ำเป็นถ่านขนาดนี้ ถ้าเจอข้างถนนต้องเป็นกุลีท่าเรืออย่างไม่ต้องสงสัย นี่เจอในวัง...คงต้องเป็นทหารแล้วกระมัง อย่างอื่นคงเป็นไม่ได้”คิดๆแล้วหงโต้วก็หัวเราะก๊ากขึ้นมาเมื่อนึกเรื่องหนึ่งออก “ขันที...ก็ยิ่งเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ”

“บังอาจ!!!”เสียงกัมปนาทตวาดกร้าวฝ่ามือแข็งแรงตบลงบนโต๊ะหินอ่อนดังปัง!

“...”แต่หงโต้วกลับไม่สะท้านสะเทือน บังอาจอีกแล้ว บังอาจตลอด ทั้งพ่อทั้งพี่ชายตวาดแต่คำนี้แหละเวลาโมโห พูดคำนี้ขึ้นมาทีไรบ่าวไพร่เป็นต้องหมอบกราบตัวสั่นระริก เด็กหญิงคิดอย่างวิงเวียนสบตาคมดุที่มีความโกรธเจืออยู่เปี่ยมล้นแล้วอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ท่านจะให้ข้าลงไปหมอบกับพื้นหรือไม่”

“...”คนโดนถามถลึงตาใส่เจ้าของปากเขียวหน้าซีดขาว “ถามเช่นนี้! ยังอยากเป็นคนอยู่หรือไม่!!”ที่แท้เด็กคนนี้ขวัญกล้าเพียงใดกันหนอ เขาที่แม้แต่เด็กเห็นเด็กยังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ผู้คนทั่วไปล้วนแต่ตัวสั่นทุกครั้งที่ถูกเขามอง แล้วเด็กนี่เอาความกล้าชนิดไหนกันมาต่อปากต่อคำกับเขาเช่นนี้ สมควรตาย!

“อันที่จริง...ก็ไม่ถึงกับคล้ำเป็นถ่าน”ดูท่าเด็กหนุ่มนี่จะรับไม่ได้กับจุดด้อยของตัวเอง ลั่วผิงอันอาจจะปากร้ายบ้างแต่ก็มีจิตใจที่อ่อนโยน รู้จักให้ทางผู้เยาว์ “อย่าตากแดดมากไป...คงดี...ขึ้น”

“...”คนฟังเห็นเด็กหญิงโงนเงนทำท่าจะล้มลงก็ส่งมือยาวๆไปคว้าคอเสื้อนางเอาไว้พลางรินน้ำชาจากเหยือกข้างๆตัวใส่ถ้วยชาเล็กก่อนจะจรดลงบนริมฝีปากคล้ำเขียว เมื่อป้อนจนหมดสองถ้วยแล้วเขาก็ช่วยเดินลมปราณเร่งตัวยาอีกเพียงครู่ใบหน้าเล็กๆก็กลับมามีสีสันอีกครั้ง สีคล้ำๆบนปากเล็กค่อยๆจางลงจนซีด

“ท่าน...”นางกำนัลลึกลับโผล่ออกมาจากหมู่แมกไม้ก้มลงคว้าซากแมวที่ตายอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมา “เหตุใดจึงไม่ลงมือ...”

ตามจริงแล้วไม่จำเป็นที่คนผู้นี้จะต้องลงมือด้วยตนเองเลยด้วยซ้ำถ้าพระองค์ไม่รู้เรื่องที่ฮองเฮาเชิญนักพรตเซียนมาดูว่านหงโต้ว ยิ่งลงมือแล้วยิ่งไม่ควรเสียเวลาด้วยนาน ยาออกฤทธิ์ช้าหากปล่อยตัวเด็กไปให้เร็วกว่าใครจะรู้เรื่องเด็กก็หมดลมหายใจ ยากจะสืบหาที่มาแล้ว

“ส่งนางออกไป บอกว่านางหลับ”จากวังหลวงไปถึงจวนยาแก้พิษน่าจะสลายพิษในร่างได้จนหมดแล้ว

“เจ้าค่ะ”นางกำนัลหญิงผู้นั้นโยนแมวเคราะห์ร้ายเข้าพุ่มดอกไม้แล้วช้อนเอาเด็กหญิงขึ้นอุ้มแล้วเดินจากไปในขณะที่ชายผู้นั้นยังคงทอดมองปลายรองเท้าเล็กๆที่ไหวไปมาตามจังหวะเดินของนางกำนัลด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย

 

                “ท่านนักพรต”นางกำนัลหญิงที่เดินอุ้มว่านหงโต้วมาพร้อมกับกลุ่มนางกำนัลอีกสี่ห้าคนรีบย่อกายให้นักพรตเฒ่า

“หลับไปหรือ”ผู้บำเพ็ญปรายตามองใบหน้าขาวซีดจนริมฝีปากไร้เลือดถามเบาๆก่อนจะใช้มือเหี่ยวย่นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเนียนให้เด็กน้อย

“เจ้าค่ะ”เมื่อนักพรตยังไม่ละมือจากใบหน้าของบุตรีท่านแม่ทัพ ใครเล่าจะกล้าดึงนางออกมา ก็ได้แต่พากันแข็งค้างให้ท่านผู้เฒ่าที่เหมือนคิดอะไรอยู่รีบๆคิดให้เสร็จสิ้นเสียแล้วปล่อยพวกนางไป

ท่านเซียนนิ่งไปนานแสนนานสำหรับพวกนางที่ยืนขาแข็งบนรองเท้ากระถาง “...ช่างเป็นเด็กที่...ฮึ่ม”ว่าแล้วมือเหี่ยวๆนั้นก็ล้วงเอาตลับไม้สีแดงเข้มเปิดเอาเม็ดยาสีดำนิลที่มีเส้นสายสีทองสีเขียวและสีแดงพันกันอย่างน่ากลัวออกมาก่อนจะผลักมันเข้าปากเด็กหญิง สอดลงไปลึกแล้วบีบจมูกหงโต้วเอาไว้เพียงครู่เดียวเม็ดยานั้นก็ถูกกลืนลงไป “ตะกละแบบนี้ ถ้าไม่ตายไปเสียก่อน รอดก็อ่อนแอไปทั้งชีวิต”ประโยคนี้คนชราได้แต่บ่นงึมงำกับตัวเองก่อนจะเดินจากไป

นางกำนัลเป่าปากโล่งอกพากันเดินออกไปยังประตูวังแล้วส่งคุณหนูว่านขึ้นเกี้ยวไปโดยไม่ทันสังเกตเลยว่าบัดนี้ว่านหงโต้วนั้นซีดขาวไปทั้งตัวแล้ว ลมหายใจของนางรวยริน หายใจเข้าน้อย เป็นนานกว่าจะหายใจออก

 

                “เป็นอย่างไร นักพรตนั่นทำนายว่าอย่างไรบ้าง”คนถามไพล่มือทั้งสองไว้ข้างหลังทอดสายตามองเกี้ยวที่หามเด็กน้อยนั่นกลับไป

“ว่านหงโต้วผู้นี้เกิดในฤกษ์ดีเลิศ ดวงนางส่งเสริมสามี มีวาสนาเป็นมารดาของแผ่นดิน...อีกทั้ง...”เสียงกระซิบกระซาบเบาๆนั้นมีแววลังเล คล้ายตนเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้แอบฟัง “จะเป็นไปได้หรือ คำพูดนักพรตนั่น”

“พูดมาให้หมด”

“นักพรตกล่าวอีกว่า นางจะเป็นมารดาของพระโอรสสามพระองค์ หนึ่งมังกรครองราชย์ หนึ่งอินทรีนักปราชญ์ และหนึ่งพยัคฆ์พิทักษ์แผ่นดินเพคะ”

“ฮองเฮาถามอะไรอีกหรือไม่”

“เพคะ นางถามว่าองค์ไท่จื่อและว่านหงโต้วมีวาสนาที่ดีต่อกันใช่หรือไม่ นางจะเร่งแต่งคุณหนูว่านมาเป็นชายาเอก แต่นักพรตเฒ่ากลับหัวเราะแล้วบอกฮองเฮาว่าอย่าได้พูดอ้อมค้อม ที่วันนี้เขาดูคือว่านหงโต้ว มิใช่ไท่จื่อ เขาบอกได้เพียงว่าไม่ว่าว่านหงโต้วจะแต่งให้กับใคร นางก็จะเป็นดังคำทำนายกล่าวคือ เป็นมารดาของแผ่นดิน และให้กำเนิดสามโอรสสวรรค์ที่ไร้เทียมทาน แคว้นเฉ่าจะร่มเย็นไปอีกร้อยปี”

“แล้วเรื่องแต่งเล่า นักพรตเฒ่าว่าอย่างไร”

“ท่านว่าอย่าเร่งแต่งเอามาเลย แม้ถั่วเม็ดนี้จะมีบุญวาสนาสูงส่ง แต่ก็เป็นถั่วเจ้าอารมณ์ รีบร้อนเอาเข้าบ้านโดยไม่เต็มใจ นางจะดับชีพตัวเองประชดให้ ที่แคว้นเฉ่าจะรุ่งเรืองเพราะพระโอรสทั้งสามก็จะสลายไปด้วย มีเวลาอีกสิบปีนับแต่นี้จงหาวิธีเกลี้ยกล่อมให้นางยินยอม หากนางพร้อมใจจะไม่มีปัญหา ทว่าไม่...คงปวดหัวไม่น้อย”

“แล้วอย่างไร...”

“ฮองเฮาตรัสว่าการสมรสของบุตรสาวเป็นเรื่องของพ่อแม่ เหตุใดต้องให้หงโต้วยินยอม ถามไปเช่นนี้แล้วนักพรตเฒ่าก็หัวเราะใหญ่แล้วกล่าวว่า ถั่วน้อยเม็ดนี้แม้แต่แม่ทัพใหญ่ยังยอมแพ้ พี่ชายของนางยังต้องยอมให้นางทุกเรื่อง เช่นนี้แล้วตระกูลว่านจะเอาอะไรไปบังคับนางได้ ฮองเฮาตรัสว่าตามใจบุตรสาวเกินไปแล้ว นักพรตเฒ่าก็แย้งว่าตามใจน่ะดีแล้วเพราะวันใดที่นางหายไป ตระกูลว่านที่ยอมนางมาทั้งชีวิตนี่แหละจะเป็นจุดอ่อนเพียงจุดเดียวของถั่วฮองเฮา ทั้งฉลาด ทั้งใจแข็งตั้งแต่เล็กเพียงเท่านี้ จะเพียงความรักและการตามใจอย่างถึงที่สุดเท่านั้นที่จะทำให้นางหวนกลับมาได้”

“นักพรตเฒ่าพูดราวกับนางจะหายไป”

“หม่อมฉันก็ว่าพิลึก นางจะไปไหนได้”

“วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก...”

“องค์รัชทายาทเพคะ หากคำทำนายเป็นจริง...”

“แล้วถ้าไม่เป็นจริงเล่า...”องค์รัชยาทสวนกลับเสียงเย็นเยียบ ความจริงวันนี้ถั่วฮองเฮานั่นเกือบจะไม่เหลือชีวิตแล้วด้วยซ้ำ จะไปถามหาวันข้างหน้าได้อย่างไร “เจ้ากลับไปเถอะ”

“เพคะ”

นับจากวันนั้นว่านหงโต้วก็ได้รับความเมตตาจากฮองเฮามาโดยตลอด เด็กหญิงมักได้รับของพระราชทานจากในวังอยู่เนืองๆจนเป็นที่ริษยาของคุณหนูในวังหลวง ทุกๆเดือนฮองเฮาจะต้องเรียกว่านหงโต้วเข้าเฝ้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งเป็นนิจสิน แม้จะไม่ได้มีการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ แต่ทุกๆคนก็เหมือนรู้กันดีว่าบัดนี้ตำแหน่งชายาเอกในองค์ไท่จื่อนั้นกำลังรอเจ้าของตำแหน่งโตอยู่ โดยมีฮองเฮาเป็นผู้ช่วยรักษา

 

“ในแคว้นเฉ่ามีนงเยาว์ ฮองเฮาโปรดปราน

สามขวบรู้เคารพกราบกราน เป็นตำนานว่านหงโต้ว”

ได้ยินเสียงชาวบ้านท่องกลอนร่ำลือกันถึงบุตรีท่านแม่ทัพใหญ่แล้วใครบางคนถึงกับแค่นเสียงเหอะออกมาจากลำคอ ริมฝีปากกระด้างบิดยื่นเล็กน้อยไม่คล้อยตามคำกลอนที่ว่านั่นเลยแม้แต่นิด ก็แค่เด็กขี้ประจบคนหนึ่ง!!! มาเขาจะแต่งให้บทนึงซึ่งเหมาะกับนางมากกว่า

“ในแคว้นเฉ่ามีนงเยาว์ โตเพียงเข่ารู้ประจบ

ชาญฉลาดรู้เคารพ ช่างน่าคบ...ถั่วตอแหล”

 

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 24 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 7 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 11 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 12 ) Vote
ลุ้นๆ
( 9 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 8 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 15 ) Vote
COMMENTS
ข้าน้อย
05 ม.ค. 2560 / 21:53
พระเอกวางยาน้องถัวทามมาย ใจร้ายไปเปล่านี่
ทิวไม้
14 ก.ย. 2559 / 19:35
โถ น้องถั่ว
conceptualize
26 ส.ค. 2559 / 19:13
ทำไมแต่งกลอนด่าถั่วน้อบอย่างนั้นเล่า ฮ่าๆๆๆ
snowflake1
24 มี.ค. 2559 / 12:05
ใครวางยาถั่วน้อยกันแน่
kwanrak
06 มี.ค. 2559 / 12:53
หรือองค์ชายสามเป็นพระเอก
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 31 ตอน
โดย : ดาหลา/อาเธน่า
จำนวนคนชม : 409,021 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. บทนำ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ว่านหงโต้ว

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ถั่วฮองเฮา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ถั่ววางแผน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ถั่วหาเรื่อง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ถั่วสำนึก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ถั่วยั่วยวน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ถั่วภรรยา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ถั่วเมียเอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ถั่วแม่เลี้ยง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ถั่วระเบิด

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ถั่วที่รัก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 13. ถั่วหางแหลม

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 14. ถั่วเจริญ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 15. ถั่วลวง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 16. ถั่วน้องหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 17. ถั่วสมหวัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 18. ถั่ววังตะวันออก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 19. ถั่วแตก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 20. ถั่วร้องไห้

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 21. ถั่วอารมณ์

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 22. ถั่วผีเสื้อ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 23. ถั่วแล้งใจ

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 24. ถั่วข่าวร้าย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 25. ถั่วอำลา

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 26. ถั่วงอก

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 27. ถั่วลูกหญิง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 28. ถั่วองค์ชาย

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 29. ถั่วนกฉิน

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 30. ถั่วชัง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 31. ถั่วคะนึง

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required