HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,537 ครั้ง
ตอนที่ 12

 

12.

        พงษ์รู้สึกแปลกใจเมื่อเขาก้าวขึ้นมาบนเรือนจนทรุดกายลงนั่งอย่างคุ้นเคย ทว่าคืนนี้ทุกคนที่บ้านรำเพยไม่มีใครทักท้วงเขาเลย น้าพูนพ่อของรำเพยที่ชอบมานั่งซักถามคุยเล่นกับเขา ก่อนที่งานในครัวเรือนจะว่างมือจากรำเพย ก็พลอยหลบหน้าวูบวาบรวมทั้งน้าคำย้อย ยิ่งรำเพยด้วยแล้วหล่อนเมินมองราวกับว่าไม่รู้จักกับเขามาก่อน ทั้งๆที่เมื่อตอนกลางวันตกปลาอยู่ริมหนองกลางนา ก็เย้าหยอกพูดคุยกันระรื่นระริกเสียงหัวเราะมิได้ขาด พงษ์นั่งกระส่ายจนได้จังหวะเมื่อพ่อแม่กับน้องๆรำเพยหลบเลี่ยงเข้าห้องนอนกันหมดแล้ว.

“รำเพย…เกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนทำเมยเฉยกับพี่อย่างนี้?” ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามมองสาวคนรักอย่างไม่เข้าใจ ขณะเดียวกันนั้นก็ได้รับตอบจากรำเพยด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด ซึ่งไม่ตรงประเด็นที่เขาถาม

“กลับบ้านไปซะ ฉันจะปิดเรือนเข้านอน ไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับใครหรอก” สาวน้อยเมินมองไปทางอื่นซึ่งดำมืดอยู่ข้างหน้า.

“ทำโกรธกันทั้งบ้าน” พงษ์ว่าเสียงเข้ม แสดงความไม่พอใจออกมา ทั้งๆที่เป็นการแกล้งทำ คราวนี้ได้ผล รำเพยกระชากหน้ากลับมาจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง นัยน์ตากลมโตของหล่อนสะท้อนแสงไฟวาววับและเชิดหน้าพูดว่า…

“อย่ามาหาเรื่องกันนะ” หล่อนขึ้นเสียงสูง

“ไม่ถามหาเรื่องจะรู้เรอะ ขึ้นบ้านมาก็ทำโกรธกันหยั่งงี้ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” พงษ์ขึ้นเสียงเหมือนกัน แถมยังพูดต่อไปอีกว่า

“จะโกรธจะเกลียดก็ให้มันรู้สาเหตุหน่อยสิ ไม่ใช่อยู่ๆก็ทำปึ่งชาใส่กัน” พงษ์แกล้งว่าอีก รำเพยมองค้อนให้อย่างแสนงอนขณะพงษ์หันไปยิ้มในความมืด

“ไม่มีเรื่องจะทำเป็นเรอะ” รำเพยเสียงห้วน

“ครูสุชาติจะมาขอหมั้นใช่มั้ย” พงษ์แหย่

“อย่าหาเรื่อง…ทำเป็นแกล้งไม่รู้” หล่อนทำเสียงหยันมองค้อนอีกวงหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าเมินมอง พงษ์หัวเราะในลำคอ

“รู้ซิ…รู้ว่าสาวรำเพยคนสวยบ้านทุ่งลมหวลจะรับหมั้น ไอ้หนุ่มครูมีเงินเดือนกินจะได้นั่งเลี้ยงลูกเป็นคุณนายครูอาจารย์นั่นไง ถึงคราวทำเสียงเยาะหล่อนบ้าง

รำเพยหน้าแดง  รัวกำปั้นทุบต้นแขนพงษ์หลายที

“นี่…นี่…ปากหาเรื่องดีนักลงเรือนไปนะจะเข้านอนแล้ว” น้ำเสียงขับใสไม่จริงจังนัก

“อ้อ เดี๋ยวนี้กล้าไล่พี่ลงบ้านเชียว ต้องการจะให้ไอ้หนุ่มขึ้นมาคุยอี๋อ๋อใช่มั้ย” พงษ์ขึ้นเสียงอีกพลางจ้องหน้า  สาวน้อยบ้านนาก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา พงษ์ขยับกายจะลุกขึ้น

“ได้…ลงก็ได้ ไม่ต้องขับไล่ใสส่งหรอก” พงษ์แกล้งขบฟันพูดเขายืนขึ้นเต็มร่าง รำเพยแหงนมองตามร่างสูงบึกบึนของเขา หล่อนกระพริบตาถี่ๆน้ำตาล่วงพลูออกมา พงษ์ไม่สนใจเดินผ่านชานหน้าบ้าน กำลังจะก้าวลงบันไดก็ชะงักขาค้าง

“พี่พงษ์โกรธหรือ?” รำเพยส่งเสียงมาตามหลัง พงษ์หมุนหน้ามามองยังแสร้งทำหน้าตึง

“ก็ไล่แล้วนี่ จะอยู่ทำไม?” เขาทำเสียงขุ่น

“ทำเป็นใจน้อยไปได้” รำเพยเดินเข้ามายืนห่างจากเขาไม่เกินคืบ เมื่อเห็นพงษ์นิ่งอยู่ พูดต่อไปว่า

“หัวไม่ล้านสักหน่อย ทำใจน้อยไปได้” หล่อนทอดเสียงต่ำมีแววกังวานน่าฟัง พงษ์ทำก้าวขาจะผ่านบันไดขั้นแรกก็ถูกรำเพยยึดแขนไว้ พงษ์หมุนกายกลับมาเผชิญหน้าสาวน้อย สองแขนรวบก้มหน้าลงจูบจนร่างสาวน้อยอ่อนระรวยอยู่ในวงแขน ความมืดตรงเชิงบันไดพอที่จะทำให้เขาละเลียดความหวานหอมจนร่างนั้นครางออกเบาๆ

“พอ…พอจ๊ะพี่พงษ์เดี๋ยวพ่อเห็น” รำเพยผละผลักร่างเขาห่างออก.

“รำเพยต้องบอกให้พี่รู้เรื่อง ทำไมพ่อกับแม่จึงเฉยเมยกับพี่” พงษ์จ้องหน้าพลางถามเรื่องที่เขาสงสัย รำเพยก็เล่าให้ฟังจนพงษ์รู้สาเหตุ ที่พ่อแม่ของสาวคนรักขุ่นเคือง

“พี่จะช่วยพูดกับพ่อขอผัดผ่อนให้ แต่พี่ก็ไม่มั่นใจเท่าไรเพราะพ่อถ้าได้พูดอะไรแล้ว ยากจะคืนคำแต่จะพยายาม” พงษ์บอกอย่างไม่มั่นใจนัก เขารู้นิสัยของพ่อดี

ดวงเดือนคืนข้างขึ้นประมาณ 7-8 ค่ำลับฟ้าไปนานแล้ว ลมเย็นเดือนสิบพัดหวีดหวิวท่ามกลางความมืดสนิท ไม่มีเงาสลัวของดวงดาวบนท้องฟ้าปรากฏให้เห็น เพราะเงาของกลุ่มเมฆทะมึนถูกลมพัดมาบดบัง แมลงกลางคืนเพิ่งจะเงียบเสียงไปเมื่อสักครู่บอกให้รู้ว่า เวลาวิกาลอันดึกสงัด หากเป็นคืนฟ้าโปร่งใส คงได้ยินน้ำค้างกลั่นตัวหยดลงจากชายคาให้ได้ยินเสียงเปาะแปะ แต่คืนนี้ท้องฟ้ามีแต่เมฆกับสายลมแรง จึงไร้ความเย็นจากหยดน้ำค้าง

พอดีที่พงษ์กำลังจะกล่าวคำร่ำลาสาวคนรัก ก็พอดีมีเสียงไอ้ถมหนุ่มคะนองวัยเดียวกันผิวปากส่งสัญญาณให้รู้ว่า มันลงจากบ้านคนรักของมันมาแล้ว พงษ์ขยับตัวเอ่ยลารำเพย เมื่อเห็นหล่อนยกมือป้องปากหาวหวอดๆ

“พี่กลับก่อนนะรำเพย เกือบตีหนึ่งแล้ว” พงษ์มองนาฬิกาที่ข้อมือ

รำเพยลุกเดินมาส่งที่เชิงบันได พงษ์จะฉวยโอกาสจูบลาแต่ถูกสาวน้อยลุ้นหลังให้รีบลงบันไดไป พงษ์หันมายั่วเย้าว่า “นิดหน่อยก็ไม่ได้”

“เคยตัวนะพี่พงษ์นี่ พ่อแม่ตื่นขึ้นมาเห็นตายเท่านั้นแหละ” รำเพยแกล้งขู่ สองสาวหนุ่มหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

พอร่างพ้นแนวรั้วออกมา พงษ์ก็มองหาไอ้ถม พลางผิวปากบอกให้มันรู้

“มันไปไหนของมันวะ?” พงษ์รำพึงในลำคอ เขาได้ยินเสียงหมาเห่าหอนดังมาจากท้ายหมู่บ้าน ตามเส้นทางที่เขาจะเดินกลับบ้าน หากว่าเขาได้เดินกลับบ้านคนเดียวในยามนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่พงษ์จะชอบนักหรอก เพราะความเยือกเย็นและเงียบสงัดอย่างนี้ ทำให้พงษ์รู้สึกเสียวสันหลังเหมือนกัน สิ่งที่เขาไม่ชอบเลยก็คือเสียงหมาหอนยามค่ำคืนนี่แหละ พอดีไอ้หมาเจ้ากรรมดันมาส่งเสียงหอนเอาตอนเขาจะกลับบ้านซะด้วย

ไอ้ถมเดินออกมาจากเงาไม้ริมทาง พงษ์รู้สึกสงสัยในความเงียบของมัน จึงถามไปก่อนว่า

“เอ็งเป็นอะไรวะเงียบไม่พูดไม่จา เดินแข็งทื่อข้านึกว่าผีหลอกเข้าแล้ว”

“ข้าไม่สบายใจ” ไอ้ถมบอกสั้นๆก่อนจะมีเสียงถอนหายใจตามมา

พงษ์ส่งเสียงหัวเราะราวกับว่า คำพูดนั้นขำเสียเต็มประดา เขาดุ่มเดินนำหน้าไปตามเส้นทางโดยมีไอ้ถมเดินตามหลัง

“ไม่เคยเห็นเอ็งเศร้าก็เลยอดขำไม่ได้ว่ะ เอ็งมีเรื่องอะไรเรอะ” ตอนท้ายลูกชายคนเล็กผู้ใหญ่คร้ามถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ธรรมดาแล้วไอ้ถมมันเป็นคนชอบตลกเฮฮา ไอ้ถมไม่ตอบคำถามพงษ์เสียทีเดียวหรอก มันถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

“ไม่สบายใจอะไรก็พูดให้ข้าฟังบ้างสิ บางทีข้าอาจช่วยได้นะ” พงษ์พูดขณะสายตามองไปตามเส้นทาง ความมืดทำให้สายตาของเขาทำงานหนักตอนออกจากบ้านดันลืมไฟฉายเสียด้วย.

“เรื่องของบุญค่ำกับข้านี่แหละคืนนี้นั่งอยู่ด้วยกัน บุญค่ำพูดกับข้านับคำได้ มันบ่นแต่ว่าอยากตาย.. อยากตาย…อยู่ไปก็อับอายชาวบ้าน ถ้าเอ็งเห็นหน้าบุญค่ำตอนนี้จะแปลกใจ ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร ใบหน้าหมองคล้ำ เหม่เหมือนคนใจลอย ถามอะไรก็ไม่ค่อยอยากพูด” ไอ้ถมพูดยืดยาวถึงสาวคนรักที่มันหมายปอง

พงษ์ฟังแล้วอยากบอกว่า เพราะบุญค่ำไม่มีใจผูกสมัครรักใคร่ในไอ้ถมนั่นเอง แม้แต่ไอ้ถมเองก็รู้ดีว่า บุญค่ำมีใจรักอยู่กับพจน์พี่ชายของพงษ์ แต่บุญค่ำยังมีกระจิตกระใจต้อนรับขับสู้ เวลาไอ้ถมไปแอ่วถึงเรือนชาน เพราะเกรงใจยายเติมผู้เป็นแม่ ยายเติมพอใจในตัวไอ้ถม เพราะเห็นมันเป็นคนดี ขยันทำมาหากินการพนันเหล้ายาก็ไม่แตะ แต่พงษ์ก็ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ เกรงจะสะเทือนใจเพื่อน.

“บุญค่ำคงไม่สบายใจอะไรสักอย่าง รึว่าเขาโกรธเอ็งที่เอ็งไปจีบสาวบ้านโสกบก คืนที่เราไปดูหมอลำด้วยกัน รำเพยยังรู้เลยว่าพวกเราไม่ซื่อไปเที่ยวจีบสาวบ้านอื่น นี่ก็นั่งง้ออยู่นานเขาถึงหายโกรธ” พงษ์พูดให้อีกฝ่ายสบายใจ ทั้งๆที่ไม่ตรงกับความรู้สึก

“มันไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ ข้าเล่าให้บุญค่ำฟังตั้งแต่วันแรกแล้วเรื่องนั้น บุญค่ำมันซีดๆ ไม่กล้าสบสายตากับข้าเลย บางครั้งก็นั่งร้องไห้ออกมาเสียเฉยๆ ถามก็ไม่ยอมบอกสาเหตุ บ่นแต่ว่าอยากตายท่าเดียว” ไอ้ถมระบายลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกหนักใจ

เสียงหมาหอนดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ เมื่อทั้งสองเดินเงียบๆ จึงทำให้รู้สึกถึงความสงัดเงียบ และความเยือกเย็นจนน่าวังเวง พงษ์จ้องมองไปข้างหน้าเห็นทิวต้นกล้วย มะพร้าวในสวนของเขาสะท้อนเงาทะมึน เป็นทิวคล้ายกำแพงมืดที่โอบอุ้มรอบตัว เขาเดินใกล้บ้านเข้าไปทุกขณะโดยไม่ได้คุยอะไรกับไอ้ถมเลย ต่างคนต่างเดิน เส้นทางที่กำลังเดินเลียบไปตามแนวรั้วจะต้องผ่านบ้านหลังเล็กท้ายสวนที่พ่อปลูกไว้ให้ลูกจ้างช่วยทำนาซึ่งให้นอนเฝ้าควายด้วย แต่ตอนนี้มีพจน์มานอนเฝ้าแทน พงษ์ร็สึกแปลกใจเช่นกัน ระยะนี้พจน์มาค้างที่นี่ไม่เคยเอ่ยชวนให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนเลย ซึ่งต่างจากแต่ก่อนหากพจน์จะมาค้างคืนที่เรือนหลังเล็กเวลาคนสวนไม่อยู่ พจน์จะชวนเขามาเป็นเพื่อนเสมอ พงษ์รู้สึกเสียวๆอยู่เหมือนกัน หากไอ้ถมมันแยกเข้าบ้านแล้ว เขาจะต้องเดินเข้าสวนที่รกครึ้มคนเดียว

“โห่…ว…โบ๋….ว…” เสียงหมาหอนขึ้นอย่างเยือกเย็นมันดังขึ้นใกล้ๆแนวรั้วสวนของเขานี่เอง คืนนี้เป็นคืนข้างขึ้นแปดค่ำเสียด้วยซิ พงษ์คิดในใจ

“เอ็งกล้าเดินผ่านไปเรือนหลังใหญ่หรือเปล่า” ไอ้ถมถามทำลายความเงียบขึ้น ทั้งสองหยุดยืนตรงทางแยกที่ต่างคนต่างแยกกัน

“กล้า”  พงษ์ตองสั้นๆไม่ตรงกับความรู้สึกเท่าไรนัก คิดอยากจะชวนไอ้ถมไปส่งก็เกรงมันจะเหมาว่าเป็นคนขี้ขลาด

“คืนนี้หมามันเห่าหอนอะไรของมันวะ รึว่าเอ็งจะแวะเข้าไปนอนกับพี่พจน์”

“ไม่หล่ะข้าไม่อยากกวนใจเขา” พงษ์ปฏิเสธ พลางมองไปทางเรือนหลังเล็กท้ายสวน ทันใดสายตาของเขากระทบสิ่งหนึ่งที่เคลื่อนตัวอยู่ข้างหน้า มันมีลักษณะเป็นกลุ่มควันสีขาว คล้ายปุยสำลีกลุ่มใหญ่ ที่ถูกลมพัดอยู่เหนือพื้นดิน

“เฮ้ย…ถมดูนั่น เอ็งเห็นมันกลุ่มควันสีขาวลอยกระจายอยู่นั่น” พงษ์ชี้มือบอก ขนลุกเกรียวขึ้นทั่วร่างรู้สึกเย็นเยือกในหัวใจ.

“ลมพัดปุยนุ่นหรือเปล่า?”  ไอ้ถมออกความคิดอย่างคาดคะเน

“ไม่รู้ซิ… มันกำลังมาทางนี้ด้วย” พงษ์บอก

ทั้งสองขยับกายเกือบพร้อมกัน เมื่อเห็นกลุ่มควันสีขาวกระจักกระจายกันอยู่ค่อยๆลอยเข้ารวมกลุ่ม เพียงชั่วเดี๋ยวเดียวเท่านั้น มันกลายเป็นร่างอะไรสักอย่างหนึ่งที่คนทั้งสองคิดว่ามันคืออะไรกันแน่ พวกเขายืนตะลึงมองร่างนั้นค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น

“ดูซิ มันเหมือนตัวอะไรสักอย่าง?” ไอ้ถมร้องขึ้น

“เหมือนม้า… แต่ไม่มีหัว?” พงษ์สวนขึ้น

พอสิ้นคำของพงษ์ ก็ปรากฏเสียงกึกก้องไม่ผิดกับเสียงฝีเท้าม้าทั้งกองทัพที่กำลังย่ำเท้าวิ่งอย่างคึกคะนอง

“หลบพงษ์ มันกำลังมาทางนี้แล้ว” ไอ้ถมร้องขึ้นพลางดึงร่างที่ยืนตะลึงอยู่ของพงษ์ให้หลบออกจากเส้นทาง รอบข้างของคนทั้งสองมีเสียงหมาหอนประสานเสียงขึ้นอีก ทั้งสองมองตามร่างม้าสีขาวไร้หัวนั้นไป มันเลี้ยวเข้าประตูสวนบ้านพงษ์แล้วหักมุมไปตามเส้นทางเล็กๆที่เลียบไปตามแนวรั้ว แล้วหายวับตรงหน้าเรือนหลังเล็ก แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบไปด้วย

“พงษ์มันหายเข้าไปในเรือนเล็กนั่น !” ไอ้ถมบอกเสียงร้อนรน

“ใช่…จะเกิดอะไรขึ้นกับพี่พจน์รึเปล่า เราไปดูกันเถอะ” พงษ์ร้องชวน

ทั้งสองรีบเดิยนผ่านรั้วเลียบไปตามเส้นทางสู่เรือนหลังเล็กอย่างรีบเร่ง.

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 2 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 2 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 2 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 1 ) Vote
ลุ้นๆ
( 2 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 3 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 2 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,537 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required