HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,240 ครั้ง
ตอนที่ 11

11.

            ลำห้วยที่ไหลคดเคี้ยวผ่านทุ่ง สองฟากฝั่งมีทิวกอไผ่เขียวชอุ่ม ยามหน้าฝนเป็นที่หาหน่อไม้อ่อนที่โผล่พ้นดินขึ้นมาของพวกชาวบ้าน หน่อไม้อ่อนหน้าฝนสามารถนำไปทำเป็นอาหารได้หลายอย่าง กอไผ่ที่ร่มรื่นเป็นที่พักพิงของฝูงนกต่างๆ เป็นที่เกาะคอนคอยจดจ้องโฉบเอาปลาของนกกระเต็น นกกระยางนา นกกระจาบ ยึดเป็นที่หลับนอนยามค่ำคืน นกบางชนิดยังได้อาศัยเป็นที่หลบภัย สร้างรังออกไข่เลี้ยงลูกอ่อน จะเห็นไผ่ป่าริมฝั่งลำห้วยให้ประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของสรรพสัตว์มากมาย

สาวบุญค่ำใช้เสียมสับหน่อไม้อ่อนหน่อสุดท้าย ก่อนจะใช้ปลายเสียมเขี่ยเข้ามาใกล้ตัวพอที่จะยื่นมือเอาได้ สาวน้อยเอาหน่อไม้โยนเข้าตะกร้าพลางชะโงกหน้ามองเห็นว่าได้เพียงพอจะกลับบ้านได้แล้ว บุญค่ำคลานออกมาจากกอไผ่พลางยืดขึ้นยืนเต็มตัว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นเต็มหน้า สาวน้อยยกท่อนแขนปาดเหงื่อ แฉลบสายตามองดูตะวันเห็นว่าบ่ายคล้อยมากแล้ว สาวน้อยหิ้วตะกร้าหน่อไม้ มืออีกข้างถือด้ามเสียม เดินลัดเลาะมาริมฝั่งห้วยเสียงปลาโดดฮุบเหยื่อเหนือผิวน้ำดังโผงผาง บางครั้งปลาซิวกระโดดตัวพรูเพราะความตกใจ บางตัวก็หล่นค้างบนใบบัวเหนือผิวน้ำ มันดิ้นตะเกียกตะกายอยู่นานกว่าจะพ้นตัวสู่ผิวน้ำ บางตัวเคราะห์ร้ายดีดดิ้นตัวจนหมดแรง ยังไม่พาตัวพ้นไปได้ เพราะใบบัวนั้นมีขอบใบยกสูงเกินที่มันจะช่วยตัวเองได้ ในที่สุดมันก็หมดเรี่ยวแรงแห้งตายคาใบบัว บ้างก็ตกเป็นอาหารของนกกระเต็นที่จับตามองอยู่ริมฝั่ง

ความอบอ้าวของอากาศทำให้บุญค่ำนึกอยากจะลงลอยคอในน้ำใส สาวน้อยมองหาท่าน้ำที่เคยมีคนขึ้นลง ก็พอดีมองเห็นฝั่งตรงนั้นลาดไม่ชันดิ่งเหมือนที่อื่น บุญค่ำตัดสินใจวางสัมภาระในมือไว้ริมตลิ่ง แล้วย่างเยื้องลงลำห้วยน้ำใสเย็นทั้งชุดฝ้าซิ่นสีดำ เสื้อแขนยาวคอติดสีเดียวกัน

สาวน้อยลอยคอแหวกว่ายกอบัวน้ำแตกไปเป็นทาง ความชุ่มเย็นของสายน้ำทำให้สาวน้อยสดชื่นขึ้นเป็นกอง พาตัวลอยขึ้นสู่ตลิ่งก้มมองส่วนกลางลำตัว อารมณ์ผุดผ่อง เมื่อครู่หดหายไปกว่าครึ่ง หลังจากเธอรู้สึกหื่นเหียนในช่องท้องจนปล่อยโอ้กอ้ากออกมาไม่กี่ครั้ง พร้อมกับอาการหิวพวกผลไม้เปรี้ยวๆ ติดต่อกันมาถึงวันนี้ ปรากฏส่วนท้องของเธอมันพอง โตขึ้นทุกวัน เมื่อความวิตกกังวลแผ่ซ่านขึ้นมาจนกลายเป็นความหนักใจ สาวน้อยบ้านนาก็หมดสนุกรีบขึ้นจากน้ำหิ้วตะกร้าหมายเดินกลับบ้าน

“บุญค่ำจะรีบไปไหน ดูเดินซิจ้ำอ้าวเลย เดี๋ยวถูกหนามไผ่ทิ่มตีนเอาหรอก” บุญค่ำเงยหน้าขึ้นผู้ที่อยู่ตรงหน้าเธอ คือพจน์นั่นเอง สาวน้อยหยุดยืน นัยน์ตาจ้องมองการเคลื่อนตัวของเขาด้วยอาการตกใจ

เขาผู้นี้ไม่ใช่หรือที่ก่อกรรมทำเข็ญกับเธอ จนมันปรากฏสิ่งที่เธอไม่ต้องการขณะนี้ สาวน้อยถอยหลังสองก้าวนัยน์ตาเบิกโพลง รู้สึกแปลกใจในยามนี้ทำไมเธอรู้สึกตื่นกลัวเขาผู้นี้ ไม่ได้มีอารมณ์พิศวาสเหมือนบางครั้งที่เธอต้องพลัดเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขาอย่างคนไร้สติสัมปชัญญะ

“กลัวพี่ทำไมบุญค่ำ เราเคยมีอะไรกันแล้ว” พจน์พูดเสียงนุ่มนัยน์ตาพองวาววับด้วยเปลวตัณหาลามเลียออกมาเจิดจ้า เขาส่งยิ้มพลางย่างกายเข้าหา

“อย่า… อย่าทำฉันพี่พจน์” บุญค่ำร้องนัยน์ตาวิงวอน

“ไม่ต้องกลัวน่า บุญค่ำเราเคยกันแล้ว เชื่อเถอะแถวป่าไผ่นี้ไม่มีใครเห็นหรอก แถวนาพี่รับรองไม่มีใครกล้าเยื้องย่างเข้ามาหรอก พี่ดีใจที่บุญค่ำมาหาหน่อไม้ที่นา” พจน์ปลอบใจเมื่อเห็นอาการสั่นสะท้านด้วยความกลัวของสาวบ้านนา

“มันไม่ใช่ของน่ากลัวนี่ คืนนั้นบุญค่ำจำไม่ได้เรอะ” พจน์เดินเข้ามาชิดตัวเขาส่งยิ้มละไม แต่บุญค่ำมองใบหน้าไม่ผิดกับการแยกเขี้ยวของสัตว์ร้ายหมายขย่ำเหยื่อ

“อย่า… อย่าทำบาปกรรมกับฉันมากไปกว่านี้เลย” บุญค่ำสั่นเทา ตะกร้าหน่อไม้แทบจะหลุดร่วงจากมือ

“ทำไมจะตื่นกลัวเหมือนคนไม่เคยกัน” เสียงพจน์หงุดหงิดก่อนจะต่ออีกว่า

“รึเล่นตัวว่ามีไอ้ถมรักอยู่อีกคน มาเถอะน่า พี่กำลังต้องการบุญค่ำชั่วประเดี๋ยวเท่านั้นแหละ”

จากความนุ่มนวลกลายเป็นกักขฬะ ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามรวบร่างสาวน้อยที่สั่นเทาด้วยอาการหวาดกลัว พลางลากตัวเข้าแนวกอไผ่ป่าใบดกครึ้ม ไม่มีความปราณีกับหัวใจที่อาบไว้ด้วยความโฉดชั่ว แม้ว่าขณะนั้นสาวน้อยบ้านนาจะวิงวอน

“พี่พจน์…อย่าทำซ้ำเติมฉันอีกเลย ที่แล้วก็ให้มันแล้วกันไป”

“อย่ามาวิงวอน เอาเวลามันกระหายเลย”

น้ำเสียงพจน์หงุดหงิด มือไม้ของเขาถลกกระชากเสื้อผ้า เสียงลมหายใจกระหื่นกระหายไม่ผิดกับสัตว์ป่ายามต่อสู้กัน

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นหนำในอารมณ์ของพจน์แล้ว เขากำลังจะผละหนีทั้งๆที่ร่างนั้นยังกระปรกกระเปลี้ยคว้าเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย โซเซลุกขึ้นยืนทั้งๆที่ร่างกายยังปกปิดไม่มิดเม้ม

“พี่พจน์ อย่าเพิ่งไปฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” พจน์ชะงักหันมาจ้องตากับบุญค่ำ เขามองเธอไม่ผิดกับมองผ้าขี้ริ้วที่กองไว้เช็ดเท้า

“พี่พจน์จะต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ทำกับฉัน” บุญค่ำเสียงกร้าว นัยน์ตาคมประสานกับฝ่ายนั้นอย่างเอาจริง

“อย่ามาทำเป็นขู่ฉันให้ยากเลยบุญค่ำ เอ็งไม่ได้มีแต่ข้าคนเดียวหรอก พ่อหมอหมอกก็ผัวเอ็ง”

บุญค่ำกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เธอรู้สึกทั้งโกรธเกลียด ถ้านัยน์ตามองให้ลุกเป็นไฟได้ เขาจะถูกไฟจากอารมณ์ของเธอเผาผลาญอย่างแน่นอน

“ฉันท้อง… ฉันท้องกับพี่พจน์” เธอข่มใจบอก

“นั่นมันเรื่องของเอ็ง มันคงเป็นลูกหมอหมอก ไม่ใช่ลูกข้า” พูดจบมนุษย์เห็นแก่ตัว จิตใจห่อหุ้มด้วยกรรมชั่วก็ผละหนีปล่อยให้ร่างสาวน้อยบ้านทุ่งสะอื้นไห้ พลางจัดเสื้อผ้าเข้าเนื้อตัว ถือได้สัมภาระก็ดุ่มเดินจากเงาไผ่ครึ้ม ทิ้งห่างร่องรอยที่มนุษย์ชั่วใส่ตราบาปในหัวใจของเธอชนิดไม่มีวันจะลบเลือนจากจิตใจ

เสียงหมาเห่าขึ้นทางหน้าบ้าน ทำให้นางขิ่นชะเง้อหน้าออกไปมองก็พอดีเสียงร้องดังขึ้น

“ป้าขิ่น..ป้าขิ่น…ป้าอยู่มั้ย ดูหมาให้ด้วย” นางขิ่นเดินออกมาที่ปลายชานพอเห็นหน้าผู้เรียกอยู่หน้าบ้านก็ร้องทักทายขึ้น

“อ้าวน้าคำย้อย นึกว่าใครเข้ามาเถอะ หมาพวกนี้มันไม่กัดหรอก มันเห่าขู่เท่านั้นเอง” นางขิ่นโปรยยิ้มให้ผู้มาเยือน พอเห็นนางคำย้อยลังเล เพราะฝูงหมาอยู่ก็รีบลงเรือนไปรับตรงประตู

“โอ้ย…กัดไม่กัดก็กลัวทั้งนั้นแหละป้า ตั้งหลายตัวดูสิมันจ้องมองไม่วางตาเลย” นางคำย้อยบอก ตายังจ้องที่ฝูงหมา แม้ตอนนี้พวกมันถูกเจ้าของบ้านตะเพิดออกไปยืนเห่าอยู่ห่างๆ

“น้าคำย้อยมีธุระอะไรกับฉันหรือ” นางขิ่นถามขึ้น หลังจากเชื้อเชิญผู้มาเยือนนั่งในที่สมควร พร้อมกับเรียกให้เย็นจิตรตักขันน้ำเย็นมาต้อนรับ ตัวนางเองก็เลื่อนเชี่ยนหมากมาวางตรงหน้า พลางควานหากรรไกรหนีบหมากใส่ปากเคี้ยว

“กินหมากด้วยสีเสียด พ่อพวกเด็กๆซื้อมาฝากจากในเมืองเคี้ยวแดงดีจริงๆ” นางขิ่นอวดสรรพคุณสีเสียดที่กินกับหมาก นางภูมิใจกับของฝากที่ผู้เป็นผัวซื้อมาฝากตั้งแต่วันที่ผู้ใหญ่คร้ามกลับจากตัวจังหวัด.

“ก็มาเรื่องหนี้นั้นแหละ ลุงผู้ใหญ่แกสั่งคนไปบอกให้มาพบ” นางคำย้อยบอก พลางประสานตากับเมียผู้ใหญ่คร้ามแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงหยิบหมากใส่ปากเคี้ยวตามคำเชื้อเชิญของเจ้าของบ้าน

“นี่ลุงผู้ใหญ่ไม่อยู่หรือป้า” นางคำย้อยถาม

“อยู่... เพิ่งอาบน้ำหายเข้าไปในเรือนเมื่อครู่นี้ เดี๋ยวคงออกมา” นางขิ่นบอก

นางคำย้อยเงยหน้าขึ้นมองไปทางห้องที่มีเสียงกุกกัก ก็พอดีเห็นร่างสูงใหญ่ผิวสีทองแดงของผู้ใหญ่คร้ามเดินออกมาจากห้อง

“สวัสดีจ๊ะ…ลุงผู้ใหญ่” นางคำย้อยยกมือไหว้นอบน้อม

“เออ..เออ… สวัสดี อากาศมันร้อนเลยอาบน้ำ” ผู้ใหญ่คร้ามพูดกลั้วเสียงหัวเราะ ในชุดสบายๆอยู่กับบ้าน คือสวมเสื้อคอกลมสีขาวอวดสร้อยคอเส้นใหญ่เท่านิ้วก้อยสะท้อนแสงอยู่วูบวาบ และนุ่งโสร่งเหน็บชายหลวมๆมองน่ากลัวหลุด

พอผู้ใหญ่คร้ามทรุดลงนั่งข้างผู้เป็นเมีย นางคำย้อยก็พูดขึ้นว่า

“ฉันมาหาลุงผู้ใหญ่เรื่องที่ฝากคำให้มา”

ผู้ใหญ่คร้ามผงกศีรษะรับรู้ พลางบอกให้นางขิ่นลุกไปหยิบกระเป๋าถือสีน้ำตาลมายื่นให้แล้วนางขิ่นปลีกตัวลงมาข้างล่าง นางใช้มีดกรีดหวีกล้วยให้หลุดจากเครือก่อนจะลำเลียงเข้าโอ่งบ่ม เครือกล้วยที่ตัดออกมาจากสวนกองรวมกันอยู่ห้าหกเครือ นางขิ่นจะปลีกตัวเช่นนี้เสมอเกี่ยวกับเรื่องคนมากู้เงินส่งดอกคืนต้น ผู้ใหญ่คร้ามจะจัดการเองโดยไม่ให้นางรู้นอกจากเรื่องที่เขาจะปรึกษาเท่านั้น

นางคำย้อยมองตามมือผู้ใหญ่คร้ามขณะรูดซิป เปิดกระเป๋าออก ภายในนั้นอัดแน่นด้วยหนังสือสัญญากู้เงิน และยังมีปึกใบสำคัญเกี่ยวกับที่ดินจำพวก โฉนดที่ดินที่พวกลูกหนี้นำมาจำนองไว้ พวกที่หลุดจำนองแล้วแยกไว้อีกชุดหนึ่ง ซึ่งก็มากพอจะเต็มถุงกระดาษสีน้ำตาล ส่วนอีกถุงหนึ่งเป็นจำนวนที่ผู้ใหญ่ยังเก็บดอกผลกินอยู่ในแต่ละเดือน

“ได้มาไถ่คืนตามสัญญาหรือเปล่า” ผู้ใหญ่คร้ามเงยหน้าขึ้นถาม หลังจากดึงแผ่นกระดาษสัญญากู้ออกมาถือเพียงแผ่นเดียว

“ยังไม่มีเลยลุงผู้ใหญ่ พ่อเด็กก็หมุนไม่ทัน นี่ก็ลาจากงานที่เคยไปรับจ้างมาลงนา ก็ทำให้รายได้ขาดมือ จะซื้อกินแต่ละวันก็ลำบาก” นางคำย้อยทอดเสียงขอความเห็นใจอยู่ในที รอยยิ้มเจื่อนปรากฏบนวงหน้าของนางตลอดเวลา.

“ไม่ส่งดอกมาปีหกเดือนแล้วนี่ ตามสัญญาที่ลงวันที่ไว้ก็หมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ผู้ใหญ่คร้ามชี้ให้นางคำย้อยดู

“เมื่อไม่ตัดดอก ต้นมันก็ต้องสูงขึ้นทุกเดือน ตอนนี้มีหนี้อยู่หมื่นห้า เมื่อสัญญาหมดทุกอย่างก็ต้องทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้” ผู้ใหญ่คร้ามเน้นเสียงเข้มขึ้น.

นางคำย้อยสีหน้าตก ปากคอสั่นเหงื่อไหลซึมออกมาทุกขุมขนจนชุ่มเสื้อ นางรู้สึกตกใจที่นาทุ่งริมห้วยอันเป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่กำลังจะหลุดลอยไปอย่างง่ายดาย

“ตอนที่ฉันกับพ่อเด็กมาทำสัญญาจำนองที่ก็เพียงสามพันเท่านั้น ทำไมลุงผู้ใหญ่จึงว่าฉันมีหนี้อยู่ตั้งหมื่นห้า” นางคำย้อยละล่ำละลักถาม

“ดอกร้อยละยี่สิบ ไม่เคยตัดดอกมาปีครึ่ง ต้นมันก็สูงขึ้นทุกเดือน ฉันคิดเอาหมื่นห้านี่ฐานะคิดอย่างกันเองนะ ถ้าจะคิดจริงๆต้องสองหมื่นกว่า”

นางคำย้อยน้ำตาร่วงพรูอย่างเสียใจ นางกับผัวมีที่นามาจำนองเพื่อเอาเงินไปใช้จ่ายและทำบุญอุทิศให้แม่ของนางที่เสียชีวิตเพราะโรคชรา ช่วงนี้เพิ่งปักดำเสร็จผัวของนางหาเงินมาไถ่ถอนที่นาไม่ทันแน่

“ฉันขอผ่อนไปอีก พอเกี่ยวข้าวเสร็จไม่ได้หรือลุงผู้ใหญ่” นางคำย้อยยกมือวิงวอนขอความเมตตา

“ถ้าผ่อนผันให้นางคำย้อยได้คนอื่นเขาก็จะมาขอร้องอย่างนี้ แล้วเงินของฉันจะมีค่าอะไร” ผู้ใหญ่คร้ามตัดบท สีหน้าเข้มจนกลายเป็นแดงถึงใบหู

“ฉันขอความกรุณาสักครั้งเถอะลุงผู้ใหญ่ ถ้าหมดที่นาแล้วฉันจะมีอะไรทำกินเลี้ยงลูก ฉันไม่คิดจะคดโกงลุงผู้ใหญ่หรอก ฉันขอเวลาพอให้พ่อเด็กได้ทำงานหาเงิน เกี่ยวข้าวเสร็จก็ยังพอได้ขายข้าวเพิ่ม เห็นแก่ลูกหลานสักครั้งเถอะ” นางคำย้อยวิงวอนพร้อมทั้งกราบลงตรงหน้าอย่างขอความเห็นใจ

ผู้ใหญ่คร้ามก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารต่างๆเข้ากระเป๋า ไม่เหลือบแลแม้แต่น้อย เขาตั้งใจอยากได้ที่นาแปลงนี้มานานแล้ว เพราะมันมีเขตแดนติดต่อที่นาของเขาเมื่อรวมแปลงเดิม กับที่นาที่เขายึดจากยายพริ้งอีกแปลงหนึ่ง มันก็กลายเป็นนาทุ่งใหญ่ที่อยู่ติดกันจนสุดลูกหูลูกตา ทั้งนี้ยังไม่รวมกับที่นาแปลงอื่นๆที่ผู้ใหญ่คร้ามยึดไว้ที่อื่นก็มีอยู่หลายแห่ง

ลมทุ่งรำเพยพัดยอดข้าวเขียวเรียวใบกรีดเสียงอ้อนลมอยู่หวิดหวิว ท่ามกลางฟ้าสีครามมีเกล็ดฝอยเมฆสีขาวแต้มแต่งอยู่ประปราย แมลงปอปีกใสกรีดกรายส่ายปีกร่อนเหนือทุ่งข้าว เสียงปีกเสียดสีกันดังมาแผ่วๆไม่ขาดระยะ บางตัวโผซบอยู่บนกลีบดอกบัวสีชมพูที่บานสลอน กลีบนุ่มบางอย่างไม่กริ่งเกรงแสงจ้า มันหุบปีกลงต่ำเหมือนตั้งใจพักผ่อนเต็มที่ หรือไม่เช่นนั้นแล้วเกสรบัวที่รวยรินกลิ่นจากซอกกลีบคงจะช่วยกล่อมให้มันได้หลับสักงีบหนึ่ง ก่อนจะโผตัวบินสู่ท้องฟ้าใสอีกคราวหนึ่ง

เสียงน้ำกระทบฝั่งดังป๋อมแป๋มขณะระลอกคลื่นทยอยเข้ากระทบฝั่ง คลื่นตีวงกระทบก้านบัวชูช่อดอกจนไกวไสว ลำไม้ไผ่ลวกขนาดยาวพอเหมาะโผล่พ้นแนวกอกกอ้อขึ้นมาเห็นเพียงเส้นเชือกที่ผูกจากปลายไม้ ลำไม้ถูกตวัดจนเส้นเชือกพุ่งไปจนสุดความยาว ปลายไม้หยุดนิ่งขณะมีอาการไหวที่ปลายเชือกทุ่นเล็กๆที่ทำจากต้นโสนถูกผูกไว้กับเส้นเชือกลอยตัวอยู่เหนือน้ำ สักครู่หนึ่งมันถูกดึงจนทุ่นจมมิดน้ำแรงสะบัดจากปลายคัน ทำให้ปลายเชือกมีสิ่งหนึ่งติดขึ้นมาด้วยมันดิ้นทุรนทุรายเมื่อลำตัวว่ายแหวกอยู่กลางอากาศ สักครู่หนึ่งมันก็ถูกจับตัวและรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ปาก มันคือปลาตะเพียนที่หลงมากินเบ็ดเสียบเหยื่อล่อนั่นเอง

มือขวาปลดปลาจากเบ็ดโยนลงข้อง ก่อนที่จะหันไปหยิบเหยื่อที่นำมาเป็นกุ้งตัวพอเหมาะกับดวงเบ็ดเสร็จแล้วก็ปล่อยมือ พร้อมตวัดคันเบ็ดเบาๆ เหยื่อตรงปลายสายก็พุ่งไปข้างหน้าหล่นจ๋อมลงในน้ำ นัยน์ตาดำขลับของผู้เป็นเจ้าของจ้องจับว่า เมื่อไรทุ่นน้อยลอยปริ่มอยู่เหนือน้ำจะถูกตอดดึงให้ตัวปลาขี้ตะกละขึ้นมาว่ายแหวกอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะถูกเจ้าของมือขาวๆปลดโยนลงข้อง

“แม้ชาตินี้มีวาสนา พี่อยากเป็นปลากินเบ็ดน้อง” เสียงกลอนลิเกทำนองลูกทุ่งดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้เจ้าของมือขาวรู้สึกเคืองระคนขำขันอยากส่งเสียงหัวเราะเกรงว่าฝ่ายโน้นได้ใจ สักครู่หนึ่งมีเสียงแตกซ่าของน้ำดังขึ้นใกล้ๆทุ่นเบ็ดของหล่อน คราวนี้ไม่เย็นใจอยู่ได้ สาวน้อยพุ่งตาขึ้นยืนหันไปจ้องหน้าเจ้าของเสียงหัวเราะอยู่อย่างครื้นเครง ริมฝีปากบางๆตะโกนใส่อย่างไม่รั้งรอ

“เอ๊ะ…พี่พงษ์นี่ คนกำลังตกปลาไม่เห็นรึไง ปลาจะกินเบ็ดอยู่แล้วชอบแกล้งดีนัก เดี๋ยวก็ตีด้วยคันเบ็ดนี่เสียเลย” นัยน์ตาค้อนปากว่า หัวใจเต้นโครมคราม ที่ขึ้นเสียงข่มไว้ป้องกันความขวยเขินตัวเองมากกว่า

“โธ่…รำเพยจ๋า ไม่เกรงบาปกรรมรึไงจ๊ะ พรุ่งนี้จะเป็นวันพระวันเจ้าอยู่แล้ว ไฉนมานั่งล่อปลาตกเบ็ดหลอกผู้อื่นอยู่ได้” เจ้าหนุ่มบ้านทุ่งแกล้งว่า

“รำเพยไปหลอกใครหาพี่พงษ์?” สาวน้อยทำเสียงสูง ย้อนถามนัยน์ตาเป็นประกาย มีทั้งความฉ่ำหวานเคล้าเง้างอนอยู่ด้วยกัน.

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 1 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 2 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 2 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 1 ) Vote
ลุ้นๆ
( 2 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 1 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 2 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,240 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required