HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,364 ครั้ง
ตอนที่ 10

 

10.

            พ่อหมอหมอก พรานปราบผีบ้านหินส่องกลับบ้านไปแล้ว หลังจากจัดการสิ่งชั่วร้ายให้ผู้ใหญ่คร้ามเป็นที่เรียบร้อยจนเป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้าง พจน์ได้ย้ายมาอยู่เรือนหลังเล็กท้ายสวนตั้งแต่วันที่พ่อหมอเดินทางกลับ ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามมีจุดประสงค์บางสิ่งบางอย่างที่เขาพอใจอยู่เงียบๆ เพียงแต่เขาเอ่ยอ้างกับพ่อแม่ว่า ต้องการมานอนเฝ้าควายและเล้าไก่ที่เลี้ยงไว้มากมายเท่านั้น ก็หามีใครขัดข้องไม่

“ให้พงษ์ไปนอนเป็นเพื่อนสิพจน์เวลากลางคืนมันเงียบๆอยู่นา” นางขิ่นบอกลูกชายนาง เห็นว่ามันเปลี่ยวห่างบ้านใหญ่และอยู่เกือบติดชายทุ่ง

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันอยู่คนเดียวได้ มีไอ้นี่อยู่กับตัวกลัวอะไร” พจน์ดึงปืนกระบอกใหม่เอี่ยมที่พ่อเพิ่งซื้อให้เมื่อไม่กี่วันออกจากเอว ไอ้หนุ่มลูกทุ่งลมหวลดึงชายผ้าขาวม้าเช็ดเบาๆทั้งที่มันก็วาวอยู่แล้ว

“พี่พจน์ไปอยู่คนเดียว ไม่ใช่นัดสาวมาหาเหรอ” เย็นจิตรนั่งอยู่ใกล้ๆแม่เปรยขึ้นอย่างคาดคะเน แถมยังตรงใจพี่ชายคนโตเสียด้วย

“เฮ้ย…เอ็งอย่าเข้าใจผิด พี่จะมีสาวที่ไหน คิดจะจีบอีรำเพยเพื่อนเอ็งมันก็ดันไปสนใจไอ้พงษ์ เออ..นี่เย็นจิตร” ตอนท้ายพูดค่อยลง ไอ้หนุ่มผู้พี่ยื่นปากไปทางน้องสาวเกรงว่าพงษ์ผู้น้องจะได้ยิน เพราะตอนนั้นพงษ์เพิ่งลุกเดินเข้าห้องส่วนตัวของเขาหลังจากกินข้าวเย็นแล้ว

“เอ็งช่วยติดต่ออีรำเพยให้พี่หน่อยได้มั้ยเย็นจิตร ถ้าสำเร็จพี่ให้รางวัลอย่างงาม”

“เออ พี่พจน์นี่จะบ้ารึไง พี่ก็รู้ว่ารำเพยกับพี่พงษ์เค้ารักกันออก ทำไมคิดจะไปแย่งกัน สาวๆในหมู่บ้านก็เยอะแยะ” เย็นจิตรเอ็ดพี่ชายเสียงดัง สาวน้อยค้อนพี่ชายตนโตอย่างไม่พอใจ

“เฮ้ย…อีนี่พูดเท่านี้เสียงดังไปได้ตอนนี้ใครๆก็มีสิทธิ์ทั้งนั้นแหละ มิใช่แต่ไอ้พงษ์คนเดียวเท่านั้นมันก็เหมือนดอกไม้สวยๆ ดอกนึงที่ใครไวกว่าก็ได้เด็ดดมหล่ะวะ” พจน์ว่าตามนิสัยดื้อรั้น นางขิ่นนั่งฟังอยู่ก็ไม่พอใจลูกชายคนโตจึงปรามขึ้นว่า

“นี่พจน์เรื่องนี้แม่ขอทีเถอะนะ พี่น้องกันอย่าให้มีปัญหาในเรื่องนี้เลย ฐานะครอบครัวเราก็อยู่ในระดับที่เอ็งคิดจะไปรักชอบใครคงไม่มีใครรังเกียจ อย่าให้พี่น้องหมองใจกัน”

นางขิ่นรู้นิสัยลูกชายคนโตดีจึงปรามขึ้น แต่ความกังวลก็ยังมีในใจของนางอยู่มิน้อย เพราะนางก็รู้ว่าตอนนี้พจน์มีน้ำมันพรายของดีที่พ่อหมอมอบให้ ตอนแรกนั้นนางก็ไม่รู้หรอกแอบได้ยินพ่อหมอพูดกับผู้ใหญ่คร้ามผู้เป็นผัวตอนดึกคืนที่พ่อหมอจะกลับบ้านหินล่อง

“แม่รู้มั้ยว่าของอะไรที่แย่งกันกินมันอร่อยยิ่ง แม่จำไม่ได้เรอะตอนพวกเรายังเด็กๆอยู่ ฉันกะไอ้พงษ์ก่อนจะได้กินอะไรสักอย่าง หากได้แย่งกันกินแล้วแสนจะอร่อย” พจน์พูดพลางหัวเราะร่วน น้ำเสียงฟังดูคล้ายจะพูดให้ติดตลกแต่แววตาของเขานั่นสิ ผู้เป็นแม่ย่อมรู้ดี พจน์มีนิสัยดื้อรั้นเหมือนพ่อ ลองให้อยากหรือจะทำอะไรต้องได้อย่างใจ

“ก็เพราะแม่รู้นี่สิ ถึงได้บอกเอ็ง” นางขิ่นชักมีน้ำเสียงเข้มขึ้น นางไม่พอใจกับคำพูดลูกชาย

“พงษ์…พงษ์…ไปรึยัง” มีเสียงร้องเรียกอยู่ประตูบ้าน ขณะที่ฝูงหมาใต้ถุนเรือนเห่าเกรียว ทั้งหมดหันไปทางประตูมองฝ่าแสงตะเกียงเจ้าพายุที่สาดแสงลงไปที่ลานบ้าน

“นั่นเสียงใคร?”  นางขิ่นถามไปก่อน

“ฉันเองแหละป้า” ถมร้องบอกมาแต่ประตูหน้าบ้าน

“อ้อ ไอ้ถมหรอกเรอะ เปิดประตูเข้ามาสิ” นางบอกเพราะรู้จักกับถม ลูกชายอาเวกดี พงษ์กับถมเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนประถมด้วยกัน

“หมาดุเหลือเกิน ฉันไม่กล้าเข้าไปหรอก” ถมร้องบอกพอดีพงษ์เดินออกมาจากในห้อง ลูกชายคนกลางของนางขิ่นแต่งตัวหวีผมเรียบร้อย กลิ่นแป้ง น้ำมันใส่ผมหอมอ่อนๆ จรวยตามลมจนทุกคนได้กลิ่นเหลียวไปมอง เย็นจิตรร้องยั่วไปก่อนว่า

“อื้อ…หือพี่พงษ์แต่งตัวซะหล่อ จะไปหารำเพยใช่มั้ยล่ะ” พงษ์อมยิ้มยักคิ้วแผล็บๆ ให้น้องสาวก่อนจะหันไปทางผู้เป็นแม่

“ฉันจะไปเดินเล่นในหมู่บ้านซะหน่อยนะแม่ ไปกับถมมัน” นางขิ่นสบตาลูกชายคนรองแวบหนึ่งก่อนจะพูดว่า

“เดือนมืดออก ไม่เห็นน่าเดินเที่ยว พ่อก็ยิ่งไม่อยู่บ้าน” นางขิ่นไม่เห็นดีด้วย

หลังจากพ่อหมอกลับหินล่องไปเพียงคืนเดียว ผู้ใหญ่คร้ามก็เดินทางไปทำธุระในเมืองอีก

“ฉันจะอยู่ค้างสักสองคืนนะ จะให้อานิตย์ช่วยขายของพวกนี้” อานิตย์หรือมานิตย์ที่ผู้ใหญ่คร้ามอ้างถึง เป็นน้องชายผู้ใหญ่คร้าม มานิตย์รับราชการเป็นครูสอนนักเรียนอยู่ในตัวจังหวัดมายี่สิบกว่าปีเลยตั้งรกรากอยู่ในเมือง ผู้ใหญ่คร้ามทิ้งสายตาจับอยู่กับห่อผ้าที่เปิดอยู่ทำให้มองเห็นเครื่องประดับพวกเพชรพลอยของเก่าสะท้อนแสงวูบวาบกับแสงตะเกียงลานในห้องนอน

“มันคงจะทำเงินให้เราอีกไม่น้อยทีเดียว” ผู้ใหญ่คร้ามพูดต่อพลางเอื้อมมือไปจับเครื่องประดับเหล่านั้น ซึ่งมีทั้งสร้อยคอ ต่างหูกำไลแขนแหวน และสร้อยข้อมือ

“น่าเสียดายนะ ใจจริงฉันก็ไม่อยากให้พี่คร้ามขายมันหรอก ของเก่าของแก่หยั่งงี้เก็บไว้นานๆยิ่งเป็นราคา” นางขิ่นพูดอย่างเสียดาย นางอดที่จะใช้มือลูบคลำไม่ได้

“ยังเหลืออีกตั้งเยอะแยะน่า ระบายขายเอาเงินฝากธนาคารบ้างจะได้ปลอดภัย ใครจะมากล่าวอ้างก็ไม่ได้”  ประโยคหลังผู้ใหญ่คร้ามพูดเบาๆพอได้ยินกันสองคน

ตั้งแต่ผู้ใหญ่คร้ามขุดได้สมบัติจนกระทั่งวิญญาณร้ายเจ้าของสมบัติมารังควาน ทำให้นางขิ่นไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองลงบ้านเที่ยวกลางคืน พจน์เมื่อเห็นแม่ทำหน้าวิตกอย่างนั้นก็พูดปลอบใจขึ้นว่า

“พงษ์เขาโตแล้วนะแม่ หนุ่มแถวตำบลนี้ไม่มีใครกล้าแหยมกับเราหรอก คนหนุ่มคนแน่นมันต้องลงบ้านเดินให้หมาเหยียบรอยซะก่อน คืนๆถึงจะหลับได้” พจน์พูดเป็นผู้หลักผู้ใหญ่

นางขิ่นไม่ได้เอ่ยให้ลูกๆฟัง ถึงสิ่งที่นางกังวลใจ ซึ่งมันลึกลับน่ากลัวยิ่งกว่าภัยอันจะเกิดจากสิ่งอื่นตามความรู้สึกของนาง ถมตะโกนเรียกแข่งเสียงฝูงหมาเห่าดังมาอีก

“เอ้อ เดี๋ยวกำลังลงบ้าน” พงษ์ตะโกนบอก พลางรีบลงจากบ้านเขาตะเพิดไอ้นิล อีด่างที่มันยังเห่าหนวกหู พวกมันรีบผละจากรัศมีแข้งขาที่พงษ์วาดออกไปวึ้ดว้าดถอยฉากไปยืนเห่าอยู่ห่างๆ ครู่หนึ่งก็เงียบเสียงลง พอพงษ์ลงเรือนไปแล้ว พจน์ก็บอกแม่กับน้องสาวเข้านอน

คืนนี้เป็นคืนเดือนดับ สภาพทั่วๆไปจึงมืดแทบมองอะไรไม่เห็นยิ่งรอบๆ เรือนหลังใหญ่มีต้นมะม่วงยืนเรียงกันอยู่สามสี่ต้นใบดกครึ้มของมันเพิ่มความดำมืดยามค่ำคืนอีกหลายเท่า ถัดจากทิวแถวมะม่วงเป็นป่ากล้วยน้ำหว้ายืนต้นทึบใบ เสียดก่ายจนแสงแดดไม่ลอดพื้นยามกลางวัน กบ เขียดเริงน้ำตามทุ่งคูคลอง หนอง ส่งเสียงมาให้ได้ยินแผ่วๆหิ่งห้อยเรืองแสงวาบแวบอยู่เหนือยอดสะแกชายหนอง

พจน์ลงจากบ้านย้อนเดินไปเอาสำรับคาวที่เขาแอบยกมาไว้ตั้งแต่ตอนยังไม่ได้กินข้าวเย็น ต้มไก่มีส่วนหัว ขาไก่ใต้เข่าลงมาและยังมีเครื่องในครบถ้วนถูกต้มรวมกัน เขาเป็นคนเชือดเอง จึงสามารถแยกเอาชิ้นส่วนเหล่านี้มาต้มแบบง่ายๆครึ่งสุกครึ่งดิบ ไม่ต้องใส่เครื่องปรุงใดๆ ไอกลิ่นคาวจึงระเหยเข้าจมูกเขาตลอดทาง ขณะพจน์เดินผ่านป่ากล้วยทะลุมายังเรือนหลังเล็ก ฝูงค้างคาวบินเฉียดหน้าเขาไปพรึบผับ พวกมันคงบินลงมาห้อยหัวกินกล้วยสุกบางเครือที่มีลูกสุกคาต้น แม่คงยุ่งอยู่จึงยังไม่ได้มาตัดเครือกล้วยเหล่านี้ไปบ่ม บางตัวกรีดเสียงร้องแหลมลึกเข้าสู่ความรู้สึก พลอยทำให้บรรยากาศยามนี้วังเวงขึ้นอีก.

พจน์เดินเข้าไปในเรือนซึ่งก็มีอยู่เพียงห้องเดียว ควายหนุ่มสองตัวสะบัดหูหางไล่ยุงดังมาเป็นจังหวะ พจน์ยกสำรับคาวหวานไว้บนหิ้งหัวนอนซึ่งก็ไม่อยู่สูงนัก เปิดห่อผ้าสีแดงผืนใหญ่กว่าฝ่ามือเขาไม่มากนัก บนผืนผ้าลงอักษรยันต์เป็นภาษาขอม

“ตลับน้ำมันพรายนี่จะต้องห่อไว้ในผืนผ้าแดงผืนนี้ อย่าทำหายเป็นอันขาด เวลาจะเซ่นในคืนเดือนดับให้แก้ห่อผ้าออกเปิดตลับ เครื่องเซ่นแต่ละครั้งต้องให้อิ่ม มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้เกิดโทษกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน” พ่อหมอกำชับพจน์วันที่จะเดินทางกลับ คืนเดือนดับแรกที่พจน์จะได้เซ่นนับแต่ได้ “น้ำมันพราย” ผีตายโหงมาพจน์เปิดตลับหลังจากจุดเทียนหนึ่งเล่ม และธูปอีกดอก ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง ขณะที่ตาจับจ้องอยู่ที่ตลับน้ำมันพรายกับเครื่องเซ่นสลับกัน พจน์สงสัว่ามันจะเหมือนเอาเครื่องเซ่นไปไหว้ผีปู่ตาแฮกที่มีศาลอยู่ท้ายหมู่บ้านหรือไม่ หลังจากเซ่นแล้ว ไก่ต้มก็ยังเหลืออยู่ทั้งตัว มีเพียงรสชาติเท่านั้นที่จืดชืดลง

พจน์ชะงักความคิดลงฉับพลัน ภาพข้างหน้าที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามตาเหลือกค้าง หัวและขาไก่หดสั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนั้น พจน์ได้ยินเสียงเคี้ยวกระดูกกร๊วบๆลำไส้ไก่ที่ยาวยืดห้อยเป็นเส้นขึ้นจากชามใหญ่ เส้นสีขาวของลำไส้ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ มันค่อยหดสั้นเข้าเหมือนการแสดงกลที่เขาเคยดูที่ตลาด เพียงแวบเดียวจริงๆลำไส้ไก่สามตัวก็หายไปกับอากาศ ในความสลัวของเปลวเทียนดวงเดียวนั้น พจน์มองไม่เห็นตัวตนของภูตพราย

ยังไม่ทันที่พจน์จะคิดทำอะไร เสียงไก่ในเล้าแตกตื่นคล้ายกำลังตกใจสุดขีด ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามได้ไฟฉายบนหัวนอน กระตุกปืนที่เหน็บไว้ที่เอววิ่งตึงๆลงมาข้างล่าง

เล้าไก่อยู่ติดกับป่ากล้วย พจน์ยังไม่ฉายไฟในมือเขาอาศัยความมืดวิ่งฝ่าเข้าไปจะจับเป็นขโมย เพื่อดูหน้าว่ามันเป็นใครกันแน่ถึงบังอาจมากมายเช่นนี้ ปกติแล้วเพียงแต่เอ่ยชื่อผู้ใหญ่คร้ามพ่อของเขาเท่านั้น ไม่มีนักเลงหน้าไหนกล้าแหยมเข้ามาใกล้ ใครนะช่างรนหาที่ตายพจน์คิดในใจ

เสียงไก่ยังแตกตื่นบางตัวร้องเหมือนมันถูกเชือดเป็นๆ พจน์วิ่งย้อนไปทางที่คิดว่าเจ้าหัวขโมยจะวิ่งออกนอกรั้วไป เสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาน่าจะทำให้เจ้าหัวขโมยรู้สึกแล้วรีบเผ่นหนีไป ขณะที่พจน์เข้าไปยืนสอดส่ายมองเข้าไปในเล้าไก่นั้น เสียงแตกตื่นกระพือปีกบิน และเสียงร้องอันโหยหวนยังดังอยู่จนพจน์ตัดสินใจฉายไฟส่องเข้าไปในเล้าไก่ ความสว่างคงจะทำให้เขารู้สาเหตุว่ามันคืออะไรกันแน่

“อะไรกันนั่น” พจน์ร้องในใจตาเขาเบิกโพลงกับสภาพที่แสงไฟจับอยู่ ขนไก่สีขาวสีเทาปลิวว่อนอยู่กลางอากาศ พจน์เห็นไก่บางตัวห้อยหัวร่องแร่ง คล้ายกำลังถูกรวบขาหิ้วสักครู่หนึ่งขาของมันแยกออก คล้ายกำลังถูกฉีกให้ขาดจากกันและเป็นอย่างที่เขาคาดจริงๆ พจน์เห็นไก่ตัวนั้นแยกออกเป็นสองส่วน เลือดสดๆทะลักไหลลงมายังพื้นเป็นทางยาว ขนสีขาวลอยออกเป็นกระจุก เหมือนกำลังถูกถอนขน สักครู่หนึ่งส่วนหัว ขา และลำไส้สดๆค่อยหายไปท่ามกลางเสียงเคี้ยวกร๊วบๆ พจน์กำลังจะตัดสินใจร้องถามไปอย่างส่งเดช แต่ชะงักไว้เพียงความคิดเมื่อแว่วเสียงพ่อหมอเคยบอกไว้

“ถ้าจะเซ่นต้องเซ่นให้อิ่ม มิเช่นนั้นแล้วจะเกิดโทษกับสัตว์เลี้ยง” พจน์เริ่มเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฝูงไก่ของเขาคือ อิทธิฤทธิ์น้ำมันพรายที่เขาจะต้องเซ่นทุกคืนเดือนดับนั่นเอง

พงษ์แยกกับถมเมื่อเขามาส่งถมขึ้นไปนั่งคุยกับบุญค่ำแล้ว คืนนี้บุญค่ำนั่งปั่นด้ายให้แม่เพื่อเตรียมไว้ทอผ้าขาวม้า หมดฤดูทำนาแล้วพวกชาวบ้านมักจะทอผ้าใช้กันเอง ผ้าโสร่งผ้าซิ่น แม้กระทั่งผ้าสำหรับตัดเสื้อใส่ทำงานก็จะทอใช้กันเอง

ถมหลงรักบุญค่ำมานานแล้ว เขาเฝ้าแวะเวียนมาจีบยามค่ำคืนเช่นนี้บ่อยๆ แต่บุญค่ำไม่มีกะจิตกะใจจะตอบรักเขา เพราะหัวใจบุญค่ำทั้งดวงมอบความรักความหวังไว้ที่พจน์จนหมดสิ้นแล้ว ถมเคยบอกบุญค่ำว่าพจน์นั้นไม่ได้รักบุญค่ำด้วยความจริงใจหรอก บุญค่ำโกรธมากถึงกับเอ่ยปากไล่ถมลงเรือนในคืนหนึ่ง แต่ด้วยความรักบุญค่ำอย่างจริงใจทำให้ถมแวะเวียนมาอ้อนวอน บางครั้งก็เก็บเอาความดีเข้าแลกเพื่อให้บุญค่ำเห็นใจ เป็นต้นว่าฤดูทำนาที่ผ่านมา ถมแทบไม่มีเวลาทำนาของตน เขาเอากำลังมาทุ่มช่วยสาวคนรักเพื่อจะเอาชนะจิตใจหล่อนด้วยความดี แต่ความหวังดีของเขาดูจะห่างไกลไปทุกที ระยะนี้บุญค่ำยิ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก พอเห็นหน้าเขาหล่อนจะตวาดใส่เหมือนเห็นเป็นหมูเป็นหมาขี้เรื้อนโทรมๆตัวหนึ่ง หล่อนจะหลบหน้าหลบตาทุกครั้งเมื่อได้ยินการมาของเขา แต่คืนนี้ถมมาอย่างเงียบกริบ พอเขาโผล่บันไดบ้านขึ้นไปบุญค่ำก็ตวาดใส่หน้าทันที

“มาทำไม ฉันจะเก็บของเข้านอนแล้ว” บุญค่ำขยับตัวเตรียมเก็บไนปั่นด้ายกับภาชนะบรรจุเส้นด้ายที่ปั่นออกมาจากดอกฝ้ายสีขาวสะอาด

“เดี๋ยวสิบุญค่ำ พี่เพิ่มมาถึงก็จะหนีเข้านอนแล้ว อยู่คุยกับพี่สักหน่อยมิได้หรือ” ถมพูดเสียงนุ่มพลางนั่งลงข้างๆ ยึดมือหล่อนไว้ แต่ก็ถูกสาวน้อยสะบัดมือหลุด

“ปล่อย ชั้นง่วง” บุญค่ำเสียงห้วนหน้างอ

“ถ้าง่วงก็นอนตรงนี้ พี่จะช่วยปั่นด้ายให้” ถมยังใจเย็น

“เอ๊ะ พี่ถมนี่ พูดไม่รู้ภาษาคนรึไง” หล่อนทำเสียงเขียวใส่ ถมยังยิ้มให้อย่างไม่ถือสา

“พี่คิดถึงบุญค่ำ รักบุญค่ำด้วยความจริงใจ” ถมโปรยสายตาส่งให้อย่างเว้าวอน

“ชั้นบอกกี่หนแล้ว ว่าฉันไม่รักหูหนวกรึไง” บุญค่ำตะโหก

ถมสบตาสาวน้อยที่เขาหลงไหล นิ่งและทนสายตาแข็งกร้าวของหล่อนที่สะท้อนแสงตะเกียงออกมานั่น ช่างแสนชิงชังเขานี่กระไร

“ลงไป ชั้นจะนอนแล้ว” พูดจบบุญค่ำก็เป่าตะเกียงดับด้วยปาก หล่อนเดินลงส้นตึงๆ เข้าห้องนอน แถมด้วยเสียงกระแทกประตูห้องดังโครม จนยายเติมตกใจตื่นร้องถามดังมาจากอีกห้องหนึ่ง

“อะไรเรอะบุญค่ำ เสียงโครมคราม”

“หมามันขึ้นบ้านน่ะแม่ ฉันเลยไล่มันลง” บุญค่ำโกหกแม่ กระทบกระแทกมาถึงถม ถมนั่งพังอยู่ครู่หนึ่งถึงกับสะอึก ความรักทำให้เขามีน้ำอดน้ำทน รีบลงเรือนจากมาด้วยหัวใจที่ไม่สบายนัก

หลังจากถมลงเรือนไปแล้ว บุญค่ำย้อนกลับออกมาเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจึงกลับเข้าห้องปิดประตูลงกลอน สาวน้อยวัยสิบเจ็ดรู้สึกร้อนรุ่มในกาย ความกำหนัดถูกเร่งขึ้นในมโนนึก ความหฤหรรษ์คืนนั้นยังติดตราตรึงใจ ซึ่งก่อนหน้านั้นหล่อนไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย หรือหากจะมีขึ้นมาบ้างก็เพียงธรรมชาติเรียกร้อง เพียงหักห้ามด้วยจิตสำนึกแห่งความดี ความหวงแหนรักนวลสงวนตัวเข้าช่วยมันก็มอดไหม้สงบลง

สาวน้อยนอนกระสับกระส่าย ฝ่ามือน้อยลูบไล้จากเนินอกอิ่มอูมสู่แนวราบบนแผ่นท้องจนถึงที่สุดและหยุดลงตรงนั้น หล่อนนึกถึงแต่ภาพที่ถูกเร้าโลมจากชายสูงอายุผู้นั้น นุ่มเนื้อที่สัมผัสคืนนั้นทำให้หล่อนได้รู้ว่ามันไม่ใช่เนื้อหนังของคนหนุ่ม มันเหี่ยวยานไม่เต่งตึง แต่ไฉนทุกสิ่งทุกอย่างถูกอกถูกใจหล่อนเช่นนั้น บุญค่ำมิอาจข่มเปลือกตาหลับได้ หล่อนตะแคงหูตั้งใจฟังสรรพสำเนียงทางห้องแม่ มีเพียงเสียงหายใจที่ทอดยาวผสมเสียงกรนออกมาแสดงว่าแม่หลับสนิทแล้ว สาวน้อยลุกขึ้นจากที่นอนเดินมาถอดกลอนประตูและย่องลงบ้านอย่างแผ่วเบา หล่อนมุ่งหน้าสู่ความมืดที่มีเพียงแสงดาวกระจายเต็มแผ่นฟ้าอาการเดินนั้นเร่งรีบ คงมิได้หวาดหวั่นต่อความเงียบและมืดสนิทข้างหน้าเลย

                             (ยังมีต่อ)

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 2 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 1 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 2 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 2 ) Vote
ลุ้นๆ
( 2 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 4 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 2 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,364 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required