HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,238 ครั้ง
ตอนที่ 9

 

9.

                เป็นคืนเดือนดับ แรมสิบห้าค่ำ บนม่านฟ้าสีดำสนิทมีดาวทอแสงระยับระยิบอยู่ทั่วไป ชั่วครู่หนึ่งพลันทั้งโลกดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดจากอุโมงยักษ์ครอบคลุมไว้ก็มิปาน เพราะขณะนั้นกลุ่มเมฆค่ำหนาเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังหมู่ดาว จนไม่สามารถทอแสงสว่างให้เห็น แม้แต่แมลงยามค่ำคืนที่เคยกรีดเสียงร้องตามสุมทุมพุ่มไม้พลอยเงียบเสียงลง ฉับพลันสายลมที่พัดเอื่อยเฉื่อยอยู่เมื่อครู่ค่อยแรงขึ้นจนกิ่งไม้ใบแห้งปลิวว่อน

กลางป่าช้าของหมู่บ้านที่ห่างออกมาทางทิศตะวันตก ยามฟ้าตวัดแสงวับวาบเป็นทางยาวนั้น ทำให้เห็นบุรุษทั้งสองผู้มาเยือนสถานที่ในยามวิกาล รอบๆบริเวณน่าขนพองสยองเกล้าเกินกว่าที่คนธรรมดาจะมาเยือน

“พิธีจะเริ่มแล้ว หากเห็นอะไรน่าตื่นเต้นอย่าออกจากที่นี่  มิเช่นนั้นแล้วจะไม่ปลอดภัย”

“จ๊ะพ่อหมอ ฉันเข้าใจ” พจน์รับคำขณะเพ่งมองไปตรงหน้า จับตาอยู่ที่เนินดินที่มีหญ้าขึ้นประปรายสองเนินเคียงคู่กันที่ตรงนี้เป็นที่ฝังร่างของไอ้นาคกับอีวอนสองหนุ่มสาวที่ตายด้วยฟ้าผ่าเมื่อต้นฝน เมื่อทั้งสองรักกันมาก พวกญาติๆเลยฝังร่างไร้วิญญาณไว้เคียงกัน.

เสียงคุยกันเบาพอได้ยินระหว่างกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงพึมพำออกมาติดต่อกันเป็นเสียงสาธยายมนต์ ท่ามกลางความมืดไม่มีแม้แสงสว่างของดวงเทียน

สายลมกระชั้นเมื่อเสียงพึมพำถี่เข้า ฟ้าตวัดแสงเป็นทางยาวจนเห็นเงาตะคุ่มของคนทั้งสองซึ่งนั่งอยู่ภายในปริมณฑลด้ายมนต์สีแดง

ฟ้าแลบอีกพร้อมมีเสียงครืน ครืนตามมาพจน์นั่งเบียดตัวเข้าหากันจนตัวลีบ ขณะนี้เขารู้สึกถึงความเย็นเยือกจนร่างสั่นสะท้าน ตาเขาจ้องอยู่ที่เนินดินที่ห่างจากที่นั่งทำพิธีสักเมตรเดียวเท่านั้น

ในความรู้สึกของพจน์เวลานั้น ช่างผ่านไปเชื่องช้าอะไรเช่นนั้น

“ผลุ้บ  ผลุ้บ” เสียงดังขึ้นตรงหลุมฝังศพทั้งสอง

พจน์จ้องตามแทบจะลืมหายใจ เหงื่อเหนียวหนึบกำลังพลั่งพรูออกมา ทั้งที่กายของเขาเย็นเฉียบ เลือดทุกหยดกลายเป็นน้ำแข็ง

พื้นดินตรงปากหลุมศพไอ้นาคค่อยๆแยกออก ทำให้ขุยดินผงพรูลงสู่ความลึกของก้นหลุม ตอนแรกพอมองรู้ครั้นเมื่อเสียงพร่ำมนต์พ่อหมอ เร่งถี่อาการไหวของดินยิ่งเพิ่มขึ้น

พจน์ละสายตาจากการเคลื่อนไหวของผิวดิน แวบมองพ่อหมอผู้เรืองเวทย์ เห็นยังนิ่งไม่ได้สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านี้เลย

“ผลุ๊บ” เสียงดังขึ้นอีก

พจน์ตะลึงเมื่อเขาหันกลับมาเห็นภาพข้างหน้า เขาเห็นมือสองมือชูขึ้นเหนือปากหลุมก่อนจะแหวกดินออกเป็นทาง นิ้วแต่ละนิ้วกางเกร็งดูแข็งแรง แต่มีหยาดหยดเลือดน้ำเหลืองปริมไหลออกมามิได้ขาด ขณะเดียวกันนั้น กลิ่นเหม็นคละคลุ้งที่ปลิวมาตามลมรุนแรงยิ่งขึ้น มือเยิ้มเลือดหนองแหวกดินหนักขึ้นพร้อมๆกับผงดินที่ปากหลุมทะลักลงไปจนเกิดควันลอยฟุ้ง ในกลุ่มควันนั้นพจน์มองเห็นส่วนหัวค่อยโผล่ขึ้น พร้อมกับมีเสียง

“พลุ๊บ ปุ๊” ดังขึ้นอีก มันคงมาจากหลุมฝังอีวอนนั่นเอง

พอดีพจน์หันมามอง ชายหนุ่มเบิกตาโพลงคราวนี้เขาเห็นมืออีวอนแหวกดินเหนือปากหลุมก่อนจะฉีกดินตรงนั้นเป็นช่อง ผีอีวอนไม่เชื่องช้าเหมือนผีไอ้นาค มันลุกขึ้นยืนจังก้ากางมือหรา ส่ายตัวโยกเยกมีเสียงครางฮือๆออกมาจากลำคอ ฝ่ายผีไอ้นาคโผล่หัวพ้นพื้นดิน มันหมุนไปรอบทิศทาง พจน์สะดุ้งเมื่อมันเพ่งมองมาทางเขานั่งอยู่ ผีไอ้นาคแยกริมฝีปากที่ดูเหมือนจะย้อยหยดออกจากกัน นัยน์ตาที่ล้นทะลักออกมานอกเบ้าส่องแสงเรืองได้แม้ในความมืด.

“ผลุ๊บ…ปุ๊เป๊ะ” เสียงดังคล้ายโลงแตกก่อนที่ร่างทั้งร่างของผีไอ้นาคจะยืนขึ้นเต็มร่าง มันกางมือก้าวออกมาก่อนเนื้อหนังหลุดร่วงผสมผสานกับหนอนตัวเท่าหัวแม่มือ กลิ่นเหม็นที่ร้ายกาจแทบจะทำให้พจน์อาเจียนออกมา

“ฮือ อือ อ๊าก” เป็นเสียงที่ดังมาจากร่างผีไอ้นาคที่กำลังเน่าเฟะ

ผีไอ้นาคทำท่าเหมือนจะชี้หน้ามาทางพจน์คล้ายกับจะจำได้ สมัยเมื่อมีชีวิตไอ้นาคกับพจน์ไม่ถูกชะตากัน พจน์เคยกลั่นแกล้งขโมยควายทั้งคอกของนาคในฤดูใกล้จะทำนา การติดตามคว้าน้ำเหลว ผู้ใหญ่คร้ามผู้นำชาวบ้านก็พาติดตามอย่างเสียไม่ได้ นาคกับพ่อแม่ต้องได้เช่าควายคนอื่นมาทำนาในปีนั้น นาคสืบรู้ตัวก็พอดีได้ประสบเคราะห์กรรมฟ้าผ่าตายเสียก่อน พร้อมกับวอนสาวคนรักขณะพากันเดินกลับจากนาจะเข้าหมู่บ้านในตอนเย็นวันที่มีฝนฟ้าคะนอง

“ฮือ ฮือ” ผีไอ้นาคก้าวเข้ามา มีร่างเน่าเฟะผีอีวอนตามมาติดๆ ทั้งสองมีแววตาวาวโรจน์แสดงท่าทางโกรธจัดตลอดเวลา

ลมที่พัดอื้ออึงอยู่เมื่อสักครู่เบาบางลงเกือบเป็นปกติ กลุ่มเมฆดำที่หนาทึบค้อยเลือนหายปล่อยให้ดวงดาวสะท้านแสงวิบวับ ความดุร้ายอันน่ากลัวในยามนี้คือร่างผีร้ายทั้งสองที่กำลังส่งเสียงแสดงอาการโกรธแค้นออกมาเป็นระยะ

“หยุดอยู่แค่นั้น” พ่อหมอตวาดขึ้นทำให้ผีร้ายทั้งสองชะงักอยู่ครู่หนึ่ง แต่เสียงคำรามในลำคอยังดังออกมาเป็นระยะ พจน์ใจชื้นขึ้นเป็นกองที่ได้ยินพ่อหมอตวาดมันหยุดอยู่เช่นนั้น เขาอยากให้พ่อหมอส่งเสียงอะไรออกมานานแล้ว แกเพิ่งจะเอ่ยปากลืมตาขึ้นจนพจน์คิดว่าแกจะหลับไปซะแล้ว เพราะตอนหลังนี้แม้แต่เสียงพึมพำร่ายมนต์ก็เงียบไป

ผีไอ้นาคขยับตัวตามมาด้วยร่างเหม็นเน่าของอีวอน คราวนี้ทั้งสองเดินทื่อเคียงคู่กันมา มือยื่นตรงมาข้างหน้าค่อยยาวออกลอดผ่านด้ายมนต์แดงเข้ามา

“กรี๊ด  กรี๊ดๆ” เสียงนางผีกรีดร้องขึ้น เมื่อลำแขนของมันปะทะกับด้ายสายสิญจน์ที่ขึงล้อมปริมณฑลจัตุรัส

“หยุดอยู่แค่นั้น” พ่อหมอตวาดอีกพลางเงยหน้าประสานดวงตาวาวโรจน์ของมัน ผีไอ้นาคทำท่าจะไม่เชื่อง่ายๆ มันย่างสามขุมออกไปอีกด้านหนึ่งคล้ายจะหาจังหวะและโอกาส

“ไอ้นี่ต้องทรมาน” พ่อหมอว่าพลางขยับมือแวบหนึ่ง เร็วเกินกว่าที่พจน์จะมองเห็นในความมืด สิ่งที่ได้พบเห็นในเวลาต่อมาคือ ร่างรุงริ่งของผีไอ้นาคล้มครืนลงและนอนดิ้นส่งเสียงครวญครางเยือกเย็นออกมาขณะเดียวกัน ผีอีวอนก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน.

“มันต้องใช้ระบบนี้ พูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง” พ่อหมอหัวเราะหึหึในลำคอคล้ายกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน

อาการอกสั่นขวัญแขวนของพจน์ค่อยๆจางหายไปจากความรู้สึก เขาเห็นฝีมือพ่อหมอเหนือความเป็นความตายได้ฉะนี้แล้ว ทำให้เขาอุ่นใจขึ้น

“ลุกขึ้นมานี่” พ่อหมอเรียก

ร่างที่กำลังเน่าเปื่อยทั้งสอง เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพ่อหมอ

“เออ พูดกันง่ายๆอย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย” พ่อหมออมยิ้มในหน้า พจน์ช้อนตาขึ้นมองสองผีร้าย เห็นพวกมันยืนนิ่งท่าทางสงบเสงี่ยมเหมือนนักเรียนเล็กๆอยู่ต่อหน้าครู

พ่อหมอจุดเทียนไขมีแสงสว่างวอมแวมขึ้น เสียพ่อหมอร่ายมนต์คาถาขึ้นอีก ขณะสืบเท้าเข้าไปยืนอยู่ต่อหน้าผีไอ้นาค เปลวเทียนสะดุ้งไหวจนบางครั้งแกต้องใช้มือบังลมไว้ เสียงพรึบพับคล้ายเสียงกรีดปีกดังใกล้เข้ามา สักครู่หนึ่งคนทั้งสองก็เห็นเงาวูบวาบบินฉวัดเฉวียนอยู่รอบๆ

“อิ๊ด.. อิ๊ด..ๆๆ…” เสียงดังพร้อมเสียงกระพือปีก ลมปีกของมันที่บินเฉียดไปแต่ละครั้งเย็นเข้าไขสันหลัง พจน์จับตามองดูการเคลื่อนไหวของสัตว์ชนิดนี้ เขาคิดว่ามันเป็นค้างคาว ความใหญ่โตขนาดเท่าแม่ไก่รุ่นๆทำให้พจน์ไม่แน่ใจเหมือนกัน พอพ่อหมอเปรยขึ้นว่า

“ค้างคาวผีระวังอย่าให้มันกัดได้นะ”

พจน์แน่ใจในความรู้สึกของตน เขาสะดุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น ค้างคาวขนาดใหญ่บินชนด้ายมนต์ พจน์หลงอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่พ่อหมอตวัดข้อมือปะทะร่างของมันดังปึก ทำให้มันเพียงเฉียดด้ายมนต์แดงไปเท่านั้น

“เกือบพลาดมันแล้วสิ ต้องจัดการก่อนที่มันจะทำให้เสียพิธี” พ่อหมอพูดพลางก้มลงกำกรวดทรายที่เสกแล้วคอยรอจังหวะที่มันจะบินดิ่งลงมา

“ปุ๊…ปิ๊ก…” แม่นเหมือนจับวางถูกร่างของมันอย่างจัง ค้างคาวผีกรีดร้องขึ้นเสียงเย็นเยือกก่อนที่ร่างมันจะหายไปในความมืด.

“มันมาช่วยกัน” พ่อหมอบอกเมื่อพจน์จ้องตามองตาม

“ด้ายสายสิญจน์ขาดมีหวังเสียพิธี” พ่อหมอพูดต่อ

ดวงเทียนลุกโพลง พ่อหมอก้าวเข้าไปยืนประจัญหน้ากับผีไอ้นาค ซึ่งตอนนี้มันยืนนิ่งราวกับหุ้นผีในห้องหุ่นระทึกขวัญ พ่อหมอยกเปลวเทียนที่ปลายคางของมัน

“ขอหน่อยนะ พูดกันรู้เรื่องอย่างนี้ น่าคบหน่อย” พ่อหมอพูดพึมพำพอพจน์ได้ยิน

เปลวเทียนแลบเลียปลายคางที่เยิ้มไหล หยดน้ำมันถูกไฟเกิดเสียงดังฉู่ฉี่คล้ายเสียงทอดเนื้อในกระทะน้ำมันเดือดๆ พอน้ำมันเริ่มไหล พ่อหมอยกขวดเล็กๆรองรับขณะทำอยู่นั้น ปากแกพร่ำมนต์ไปเป็นระยะ บางครั้งเป่าพรวดสู่ร่างที่ยืนทื่ออยู่ข้างหน้า พจน์เห็นสภาพผีไอ้นาคกับผีอีวอนเต็มตา เปลวเทียนที่ทำหน้าที่ลนเอาน้ำมันพรายอยู่นั้นทำให้เขาเห็นถนัดตา พจน์เย็บปากเงียบจับตาดูภาพที่น่าตื่นเต้นแทบไม่กระพริบตา แต่ละหยดน้ำมันพรายไหลลงสู่ขวดที่เตรียมรองรับ รายของอีวอนก็เช่นเดียวกัน ทว่าน้ำมันพรายที่ได้แยกบรรจุคนละขวด พ่อหมอปิดจุกปากขวดแน่น ก่อนจะวางไว้ใกล้ๆตัว ก่อนหันมาทางร่างที่น่าเกลียดน่ากลัวทั้งสองอีก.

“เอาพวกมันไว้รับใช่มั้ยพจน์” พ่อหมอหันมาถามพจน์

“ไม่..ไม่หรอกพ่อหมอ” พจน์ตอบเสียงติดอ่าง

พ่อหมอหัวเราะหึหึในลำคอ รู้สึกขันในอารมณ์ที่มองเห็นอาการตื่นกลัวของชายหนุ่ม

“ก็ไม่น่ากลัวตรงไหน ใช้มนต์บังคับ มันก็เป็นทาษที่ซื่อสัตย์ของเราแล้ว” พ่อหมอพูดต่อ

พจน์เงียบพยายามกลบเกลื่อนความตื่นกลัว ถึงกระนั้นพ่อหมอยังสังเกตเห็นอยู่ดี

“ถ้าไม่เอาจะให้มันกลับไปนอนในหลุมดังเดิม” กล่าวจบ พ่อหมอเป่าเปลวเทียนดับด้วยลมปาก พลันเสียงร่ายมนต์ดังขึ้นพึมพำ

ร่างผีทั้งสองเคลื่อนแข็งทื่อหันกลับเดินไปยังหลุมด้วยอาการเชื่องช้า ไม่มีทีท่าความดุร้ายหรือขัดขืนเหลืออยู่เลย.

ชั่วระยะพริบตาหนึ่งของพจน์ เขาก็เห็นหายวับไปกับตาตรงปากหลุม รวดเร็วจนพจน์รู้สึกสงสัยท่าทางเคลื่อนที่แสนจะเชื่องช้า ตอนกลับลงหลุมทำไมพวกมันรวดเร็วเช่นนั้น ดินกลบหลุมก็อยู่ในสภาพปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามเก็บความรู้สึกสงสัยขณะใช้สายตากวาดมองไปรอบๆตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบ และวังเวงดุจเดิม ดาวบนท้องฟ้าทอแสงระยับไม่มีหมอกเมฆปิดบังแม้แต่ก้อนเดียว

“น้ำมันโหงพรายต้องใช้ควบกับเขียนเป็นรูปหัวใจคู่บนผืนผ้าแดงนี้ ควบคุมด้วยเวทย์มนต์บทนี้ พยายามท่องจำให้ขึ้นใจ ทุกคืนเดือนดับต้องตั้งสำรับคาวเซ่นทุกวันขาดไม่ได้ ที่ต้องระวังอย่าลอดราวตากผ้าที่ผู้หญิงตากผ้าถุง อย่าทำพิเรนทร์ให้ผู้หญิงข้ามหัวได้ ถ้าจะให้ดีรักสนุก ควรแยกมาอยู่คนเดียวที่เรือนนี้ดีที่สุด” กล่าวจบ พ่อหมอยื่นขวดบรรจุน้ำมันโหงพราย ผ้าแดงให้พจน์หลังจากกลับมาถึงเรือนพักท้ายสวนแล้ว

ลูกชายผู้ใหญ่คร้ามก้มลงกราบแทบตักหมอผีผู้เรืองเวทย์ ด้วยอาการนอบน้อมก่อนยื่นมือเข้าไปรับ

“อ้าว? เกือบลืมให้มนต์คาถาซะแล้ว ท่องให้แม่นยำนะ ผิดเพี้ยนไม่ได้” พ่อหมอยื่นแผ่นกระดาษให้

“จ๊ะพ่อหมอ ฉันจะทำตามที่พ่อหมอบอก สำรับอาหารคาวที่จะเซ่นทุกเดือนดับทำกลางวันหรือกลางคืน” พจน์ถามด้วยความกังขา

“กลางคืน จัดมาตั้งเฉพาะอาหารคาวบนหัวนอน”  พ่อหมอตอบ

วันถัดมา เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ผู้ใหญ่คร้ามกับพ่อหมอนั่งร่วมวงกันอยู่เช่นทุกวัน

“พ่อหมอตั้งใจจะกลับพรุ่งนี้เหรอ” ผู้ใหญ่คร้ามถามขึ้นหลังจากกระดกเหล้าในแก้วรวดเดียว ปล่อยให้น้ำใสเหมือนตาตั๊กแตนผ่านลงคอแล้ว

“ก็ว่างั้น ตั้งใจจะกลับแต่เช้ามืด จากหินร่องมาเป็นอาทิตย์แล้ว ทางนี้ก็เรียบร้อยไปแล้ว รึว่ามีอะไรอีกเรอะผู้ใหญ่” ตอนท้ายหมอผีผู้เรืองเวทย์ย้อนถามนัยน์ตากลมโปนประสานตาคู่สนทนาแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงตักกับแกลมเข้าปาก.

“ไม่มีอะไร เท่านี้ก็ขอขอบคุณพ่อหมอที่มาช่วยขจัดปัดเป่าให้ทุกอย่างสงบเงียบลงได้อย่างง่ายดาย” ผู้ใหญ่คร้ามขอบอกขอบใจด้วยน้ำเสียงมีความสบายใจไร้กังวล

“เจ้าหลานชายนั่นก็จัดการให้แล้ว คงชอบใจน่าดูล่ะ” พ่อหมอบอกต่อ

“บางทีพ่อจะขอแบ่งใช้มั่ง” ผู้ใหญ่คร้ามพูด เขารู้ “ของดี” ที่พ่อหมอมอบให้ลูกชายคนโตนั้นคืออะไร

ทั้งสองหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“อ้าวของผู้ใหญ่ก็เตรียมไว้ให้ชุดหนึ่งนี่ มันควรจะมีมั่งทนกินน้ำพริกถ้วยเก่ามานาน ควรจะเปลี่ยนรสชาติเอาความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิตมั่งซินะ” พ่อหมอพูดพอได้ยินสองคน หากพูดดังไป เดี๋ยวนางขิ่นซึ่งกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวได้ยินเข้า ผู้ใหญ่คร้ามเป็นได้เดือดร้อนเท่านั้นเอง

ผู้ใหญ่คร้ามยื่นมือไปรับ “ของดี” จากมือพ่อหมอด้วยประกายตาลิงโลด พ่อหมอกำชับวิธีใช้การรักษาให้เสร็จสรรพ

“มันน่าจะได้ตอนหนุ่มกว่านี้อีกสักหน่อย” ผู้ใหญ่คร้ามพูดยังไม่สิ้นเสียงหัวเราะ

“บ๊ะ…ขนาดนี้ยังไม่สาย ผิดกลิ่นยังคึกคักน่า” พ่อหมอพูดครื้นเครง

ทั้งสองหัวเราะประสานเสียงกันออกมาอีก จนกระทั่งกินอาหารเย็นเขาคุยกับนางขิ่นเบาๆพ่อหมอจับใจความไม่ได้ สักครู่หนึ่งเขาก็เดินออกมาในมือถือห่อผ้าสีขาวขนาดใหญ่กว่ากำปั้นผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่คร้ามทรุดลงนั่งที่เดิม พ่อหมอมองที่มือผู้ใหญ่คร้าม ผู้ใหญ่คร้ามแก้ห่อผ้าออกทำให้พ่อหมอมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ซึ่งสะท้อนแสงตะเกียงวูบวาบออกมา ทำให้หมอผีผู้เรืองเวทย์รู้ว่ามันเป็นเครื่องประดับจำพวกทองคำประดับพลอย

“เป็นของสมนาคุณพ่อหมอ” ผู้ใหญ่คร้ามบอก

พ่อหมอจ้องมองราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง สมบัติที่วางรวมกันอยู่ล้วนแต่มีราคาเกินที่จะมอบให้กัน

“ให้หมดนี้เรอะ” พ่อหมอถามให้แน่ใจ

“ทั้งหมดนั่นหล่ะพ่อหมอ เป็นของเก่าแก่ที่สมัยนี้หาไม่มีอีกแล้ว”

พ่อหมอหยิบสร้อยข้อมือเหลืองอร่ามขึ้นมาจ้องดู ตรงกลางเป็นพลอยสีชมพูสะท้อนแสงวูบวาบ ทำให้พ่อหมอผู้เรืองเวทย์คิดถึงบัวสาย เมียคนล่าสุดอายุรุ่นลูกหลาน หล่อนคงจะดีใจเครื่องประดับที่จะได้ไปฝาก หล่อนคงจะไม่บ่นอย่างน้อยใจที่ปล่อยทิ้งให้อยู่คนเดียว

“หยั่งงี้มันค่อยสมกับอยู่เป็นอาทิตย์ๆหน่อย” พ่อหมอรำพึงในใจ

“ในซองนี่เป็นค่าเหนื่อยพ่อหมอ” ผู้ใหญ่คร้ามยื่นซองสีขาวให้พ่อหมอรับไว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“มีอะไรก็ส่งข่าวไปนะผู้ใหญ่” พ่อหมอสั่ง

ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่เกือบสองยาม พ่อหมอจึงขอแยกตัวไปนอนที่เรือนเล็กท้ายสวนพ่อหมอจึงคิดว่าจะเจอพจน์ที่เรือนเล็ก แต่พอเรียกหาไม่มีเสียงขานรับ พ่อหมอผู้เรืองเวทย์ยิ้มพรายในความมืด เมื่อคิดว่าพจน์คงออกไปหาความสุขสำราญตามบ้านสาวๆในหมู่บ้านพ่อหมอผงะเกือบพลาดตกจากบันได เมื่อมีเสียงเคลื่อนไหวกระโจนลงมาจากบันไดขั้นบน สัตว์สีดำสนิทพุ่งตัวเข้าชนร่างแกเต็มรัก….

                  (ยังมีต่อ)

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 2 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 2 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 1 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 3 ) Vote
ลุ้นๆ
( 2 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 1 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 1 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,238 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required