HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,377 ครั้ง
ตอนที่ 5

5.

                ลมพัดแรงหอบเอาฝุ่นผงปลิวคละคลุ้ง ใบไม้หลุดจากขั้วปลิวว่อน บรรยากาศรอบๆ กลายสภาพเป็นมัวหม่นลง เหมือนอากาศยามฟ้าฝนตก

“นี่มันเดือนสิบจะเข้าเดือนสิบเอ็ดแล้ว ไม่น่าจะมีลมหยั่งงี้” ญาติผู้ใหญ่คร้ามเปรยขึ้น

“นั่นสิ ทั้งลม ทั้งฝนอย่างนี้มันน่าจะเป็นฝนต้นฤดู” นางขิ่นสนองคำญาติทางผัว แววตาของนางมีวิตกกังวลแฝงอยู่ลึกๆ แม้แต่ผู้ใหญ่คร้ามเองก็อดจะรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงมิใช่น้อย ทว่าพยายามซ่อนเร้นแววตานั้นใต้ความดุดันของสีหน้า คนที่มีสีหน้าราบเรียบมิได้มีความเกรงต่อดินฟ้าอากาศ ที่เกิดอาเพทอย่างผิดฤดูกาล เห็นจะมีแต่พ่อหมอคนเดียวเท่านั้น

“เกิดลมอะไรขึ้นพ่อหมอ” นางขิ่นทนอยู่ไม่ไหวจึงถามขึ้น เพราะตอนนั้นลมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนเรือนปั้นหยาแฝดสะเทือนยวบๆ ดั่งจะไหวปลิวไปตามลม

ผู้ใหญ่คร้ามดูจะไม่ชอบความเป็นคนตื่นกลัวของเมีย จึงตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

“จะลมอะไร ถ้าไม่ใช่ลมฝนจะตกทำเป็นตื่นกลัวไปได้ นี่มันก็ยังหน้าฝนอยู่นี่”

นางขิ่นเย็บปากเงียบ นางหันไปสนใจกับเสี้ยนหมาก คร้านจะต่อปากต่อคำ เพราะรู้นิสัยผู้ใหญ่คร้ามดี ขืนทำให้เรื่องมันยาวยิ่งจะพาลให้เขาโกรธนั่นเอง

“ไม่มีอะไรน่า อยู่กับพ่อหมอจะกลัวอะไร” พ่อหมอหมอกพูดเหมือนตัดบท และปลอบใจอยู่ในที ขณะนั้นพ่อหมอหมอกกำลังจัดข้าวของที่จะใช้ในพิธี มือไม้ไม่ได้อยู่นิ่งๆ ส่วนนางขิ่นกับญาติคนหนึ่งก็หยิบนั่นฉวยนี่ช่วยไปตามเรื่อง จะมีแต่ผู้ใหญ่คร้ามคนเดียวนั่งขัดสมาธิมองมือพ่อหมอจัดข้าวของอยู่อย่างสนใจ ข้างหน้าของเขามีกาบรรจุสาโทรสกลมกล่อม นานๆจะยกกาขึ้นรินลงถ้วยแก้วยื่นให้พ่อหมอและตัวเองเป็นระยะๆ

“เอาอีกสักแก้วพ่อหมอ สาโทไหนี้รสดีจริงๆ” ผู้ใหญ่คร้ามว่าพลางยื่นแก้วที่มีสาโทสีขาวขุ่นไปตรงหน้าาพ่อหมอวัยห้าสิบกว่า

“ชักมึนๆแล้วนะผู้ใหญ่” พ่อหมอบอกก่อนจะยื่นมือมารับแก้ว แล้วกระดกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

ทุกคนดูจะอุ่นใจกับคำพูดของพ่อหมอ จึงไม่ค่อยมีคนสนใจกับอากาศที่กำลังวิปริต เสียงหล่นตุบตรงหน้าบ้านทุกคนได้ยินถนัด นางขิ่นขวัญอ่อนกว่าใครๆ สะดุ้งจนสุดตัว ผู้ใหญ่คร้ามชะเง้อคอมองผ่านนอกชาน ก่อนจะร้องบอกว่า

“มะพร้าวหล่น มันแก่แห้งคาต้นนานแล้ว ไม่ได้ให้พงษ์ขึ้นเก็บลงไว้”

“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว” นางขิ่นถอนหายใจลงอกอย่างโล่งใจ

“แกหล่ะขี้ตื่นเสมอแหละ คนนั่งเต็มบ้านทำเป็นกลัวไปได้” ผู้ใหญ่คร้ามตำหนิเมีย

พอผู้ใหญ่คร้ามพูดขาดคำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เหมือนเสียงทางมะพร้าวแห้งหล่นจากต้น ทุกคนหันไปมองนึกว่าจะเห็นก้านมะพร้าว วางเหยียดยาวอยู่ใต้ต้นก็หามีสิ่งที่ทุกคนคาดคิดไม่ นางขิ่นดึงหน้ากลับมามองพ่อหมอคล้ายจะถาม แต่พ่อหมอก็เปรยขึ้นเสียก่อน ทั้งๆที่มือยังง่วนอยู่กับการใช้ใบกล้วยสดทำเป็นกรวยก้นแหลม

“ใบมะพร้าวแห้งถูกลมพัดก็เลยหล่น” พ่อหมอพูด

“ไม่เห็นมีทางมะพร้าวแห้งนี่พ่อหมอ”

ฝนครึ้มและลมที่พัดอึงคะนึงก็ค่อยสงบลง สภาพบริเวณบ้านค่อยอยู่ในสภาพปกติ แต่ก็เป็นเวลาใกล้ค่ำมากแล้ว

พจน์กับพงษ์กลับมาจากนาไล่เลี่ยกันพงษ์ต้อนควายสองตัวเข้าคอกปิดประตูใส่ลิ่ม เสียงตอกดังโป๊กๆ พอโผล่ขึ้นไปบนบ้าน นางขิ่นก็ร้องถามลูกชายคนเล็กว่า

“พงษ์ที่นาลมพัดแรงมั้ย?”

พงษ์ทำหน้าแปลกใจ เพราะตลอดเวลาที่เขาอยู่นาไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น พงษ์รู้สึกสงสัยจึงย้อนถามว่า

“ลมอะไรแม่”

“ลมพายุ” นางขิ่นชะงักคำพูด จ้องหน้าลูกชาย ก่อนพูดต่อไปว่า

“ที่บ้านเกิดลมพัดแรงแทบจะถอนรากถอนโคต้นไม้ ฟ้ามืดแทบมองไม่เห็นอะไร” เมื่อเห็นแม่ยืนยันด้วยคำพูดหนักแน่นเช่นนั้น พงษ์เลยหันไปถามพจน์ถึงเรื่องนี้ เพราะตอนอยู่นาเขาเผลอหลับไปบนกระท่อมนา แต่พจน์ก็ยืนยันด้วยคำพูดหนักแน่นว่า

“ไม่มี…ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ฉันถางหญ้าริมคันนาให้ต้นข้าวทั้งวัน”

“นั่นสิ ฉันเลี้ยงควายอยู่แถวๆนาเราก็ปกติทุกอย่าง” พงษ์เสริมคำพูดพี่ชาย

ทั้งสามแม่ลูกคุยกันอยู่หน้าระเบียงบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมีชานเรือนเชื่อมกลาง จึงห่างพอที่ผู้ใหญ่คร้ามกับพ่อหมอจะไม่ได้ยิน

“พ่อทำอะไรแม่” พจน์เอ่ยถามขณะตาจ้องไปยังกลุ่มพ่อหมอหมอก และพ่อของตน

“พ่อหมอมาทำพิธีปัดรังควานให้” นางขิ่นบอกลูกชาย

พอดีผู้ใหญ่คร้ามหันมาเรียกพจน์กับพงษ์ให้เข้าไปหา นางขิ่นจึงเข้าไปดูเย็นจิตรหุงหาอาหารในครัว หล่อนขลุกอยู่ในครัวนานแล้ว

“ลูกชายครับพ่อหมอ” ผู้ใหญ่คร้ามแนะนำ เมื่อเห็นชายสูงอายุเงยหน้าขึ้นจ้องมองทั้งสอง

พจน์กับพงษ์นั่งลงยกมือไหว้พร้อมกัน

“เป็นหนุ่มเท่ากันเลย คนผิวคล้ำกว่าหน้าตามาทางพ่อนี่เป็นพี่เรอะ” พ่อหมอจ้องถามพจน์

“ครับ” พจน์ตอบสั้นๆสีหน้าอมยิ้ม

“คนน้องหน้าตาผิวพรรณไปทางแม่นะผู้ใหญ่” พ่อหมอหันไปคุยกับผู้ใหญ่คร้าม

“เจ้านี่ถอดแบบจากแม่เปี๊ยบเลยพ่อหมอ” ผู้ใหญ่คร้ามพูด

“ผู้ชายเหมือนแม่วาสนาดี” พ่อหมอหมอกพูดต่อ

“ช่วยเอาด้ายมนต์นี่ไปขึงรอบๆบ้านให้พ่อหมอที เร็วๆสักหน่อยนะ อย่าเพิ่งให้ตะวันตกดิน” พ่อหมอกำชับ ขณะยื่นกลุ่มด้ายสีแดงให้พจน์

“เร็วๆนะ” ผู้ใหญ่คร้ามกำชับอีก เมื่อเขามองออกไปนอกบ้านเห็นตะวันลอยต่ำระดับยอดไม้แล้ว

พจน์กับพงษ์ช่วยกันขึงด้ายสีแดงก่อนจะลงเรือนมา พ่อหมอบอกว่า

“อย่าทำด้ายขาดต้องระวังมากๆ” ทั้งสองรู้สึกหนักใจ เพราะด้ายนั้นเส้นเล็กมาก มองดูท่าจะเปื่อยยุ่ยง่ายด้วย

“พ่อนี่หาเรื่องเดือดร้อนชัดๆเลย” พงษ์เปรยขึ้นขณะค่อยสาวด้ายออก เขาเดินถอยหลังขณะขึงเส้นด้ายแนบฝาบ้าน การทำเป็นไปอย่างลำบาก เพราะฝาบ้านอยู่สูงกว่าระดับมือ.

“หาเรื่องอะไร เอ็งนี่ไม่มีใจสู้ซะเลย ลำบากนิดหน่อยก็บ่น” พจน์ตำหนิน้องชาย

“ลำบากเรื่องงานฉันไม่ว่าหรอก นี่มาเล่นสู้กับผี คืนนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น” พงษ์ทำหน้าวิตก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสองสามคืนทำให้เขารู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ .

“เอ็งมันก็พวกปอดแหกอีกนะแหละ ข้าว่าสนุกดีซะอีก” น้ำเสียงพจน์เยาะหยันอยู่ในที

“เอ็งคอยดูนะคืนนี้ พ่อหมอจะจับผีใส่หม้อ ถ้าเป็นผีสาวจะขอพ่อหมอเอาไว้ทำเมียซะหรอก นี่มันผียายพริ้ง แก่จนหนังยานถึงตาย” พจน์พูดด้วยน้ำเสียงตลกขบขันและจบด้วยการหัวเราะขึ้นมาลอยๆ

หลังอาหารเย็นนั้นไม่นาน ความมืดก็แผ่คลุมหมู่บ้านทุ่งลมหวล ชาวบ้านย่านถิ่นต่างปิดประตูลงกลอนเก็บตัวเข้าพักผ่อนหลับนอนกันเงียบ กิตติศัพท์ผียายพริ้งคุกคามอาละวาดครอบครัวผู้ใหญ่คร้ามก็รู้กันไปทั่วทั้งหมู่บ้านตลอดทั้งตำบล

ทุกคนพอจะรู้สาเหตุที่วิญญาณพยาบาทอาฆาตอยู่นี้เพราะความโลภ ความอยากได้ไม่รู้จักหยุดหย่อนของผู้ใหญ่คร้ามผู้มีอิทธิพล เหนือบ้านทุ่งลมหวล แม้แต่กำนันประจำตำบลยังต้องมาสยบ ไม่กล้าขัดขวางทางเดินของผู้ใหญ่คร้ามคนนี้

“ที่จริงยายพริ้งตอนมีชีวิตอยู่ แกเป็นคนทำบุญสุนทาน ไม่น่าจะดุร้ายหรือเฮี้ยนหยั่งนี้ แม้แกจะขี้เหนียวก็ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร”

“นั่นสิ ตอนแกตายข้ายังเป็นหนี้แกอยู่ห้าหกร้อย หาใช้ยังไม่ครบแกมาตายเสียก่อน”

“เดี๋ยวแกมาหักคอทวงหนี้นะเว้ย” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดเย้ากับเพื่อนบ้าน

“แกมาปรากฏตัวให้เห็นตอนหัวค่ำ พอข้าเข้านอนหลับไป แกมาเข้าฝันทวงหนี้ว่ะ” คนเล่าทำเสียงออกตลก

“แกมาทวงว่าไง” ชาวบ้านคนเดิมซัก

“แกมาทวง ข้าบอกว่ายังไม่มี” คนเล่ายังไม่จบ คนฟังใจร้อยพูดแซงขึ้นว่า

“แกไม่บีบคอเอ็งเรอะ”

“ไม่ แกก็ไม่แสดงอาการโกรธขึง เพียงแต่บอกว่า ค่อยทยอยส่งแกก็ได้” คนฟังหัวเราะก่อนจะสวนขึ้นอย่างขันๆ ว่า

“แกจะให้เอ็งทยอยส่งหนี้ยังไง”

“นั่นสิแปลกดี ผีมาทวงหนี้กับคนเป็น” คนหนึ่งเสริมขึ้น

คนเล่าตอบว่า “แกบอกว่าทยอยทำบุญไปให้แก เท่าที่จะทำได้”

“ยายพริ้งแกก็ตายไปแล้ว ทำไมจะต้องมาหวงสมบัติพัสถานอยู่นะ” คนขี้สงสัยคนหนึ่งเปรยขึ้นมาลอยๆ หลังจากที่ตั้งใจฟังอยู่นาน

“แกเป็นห่วงทรัพย์สมบัติ” คนเป็นหนี้ตอบ

“นี่หล่ะเขาว่าตายยังมีห่วง วิญญาณจึงไม่สงบสุข” ชาวบ้านคนหนึ่งปลง

“แต่ผู้ใหญ่คร้ามโกงที่นา ที่สวนแก แกถึงได้โกรธจองล้างจองผลาญ”

“เฮ้ย อย่าพูดไปเดี๋ยวได้ยินถึงหูเขาเอ็งจะลำบาก ใครๆเขารู้กันทั้งนั้นแหละไม่ใช่เพียงแกเท่านั้นหรอก แต่อย่าพูดไปดีกว่า” คนปรามบอกให้เก็บปากเก็บคำ วงสนทนาจึงได้เบนเรื่องพูดคุยไปทางอื่น

เป็นคืนเดือนดับ ทุกแห่งถูกปกคลุมด้วยความดำมืด บรรยากาศทั่วไปเงียบและวังเวง ม่านเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้ายิ่งเพิ่มความมืดลงไปอีก ดวงดาวที่เคยเห็นกลาดเกลื่อนยามค่ำคืนอับแสงไปอย่างไร้ร่องรอย ช่างเป็นคืนที่เงียบ แม้หมู่แมลงที่เคยกรีดปีกเล่นสำเนียงตามสุมทุมพุ่มไม้ป่ารก ก็ปราศจากวี่แววเสียงออกมา ในหมู่บ้านก็เงียบราวกับว่าหมู่บ้านร้าง คงมีแต่บ้านผู้ใหญ่คร้ามเท่านั้นเอง ที่พอมีแสงไฟเล็ดลอดออกมาให้เห็นพอเลือนลาง

ข้าวของในพิธีถูกขนลงไปเตรียมไว้แต่ตอนหัวค่ำ ใต้ร่มมะม่วงใบดกครึ้มหลังสวนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือนหลังใหญ่นัก ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเข้าที่เข้าทาง ภายในปริมณฑลด้ายมนต์สีแดง

“ดับตะเกียงซะ แล้วลงไปอยู่ข้างล่าง พวกที่อยู่บนบ้านก็ไม่ต้องกลัวนะ ผียายพริ้งเข้ามาใกล้ไม่ได้หรอก และก็ไม่ต้องห่วงพวกข้างล่าง อย่าลงจากบ้านขณะที่กำลังทำพิธี” พ่อหมอหมอกบอกเสียงหนักแน่น

นางขิ่นงันงกยิ่งมีอาการตื่นตระหนกค่อยก้มลงเป่าตะเกียง ความสั่นกลัวที่มีมากมายทำให้ลมปากที่เป่าออกมาไม่ถูกทิศทางเปลวตะเกียง

“ฉันดับเองแม่” เย็นจิตรบอก พลางก้มลงเป่าตะเกียงดับวูบลง

“พาแม่เข้าไปในห้อง พงษ์อยู่เป็นเพื่อนแม่กับน้อง” ผู้ใหญ่คร้ามบอกในความมืด

“ให้ฉันไปด้วยใช่มั้ยพ่อ” พจน์ถาม เขารู้สึกดีใจที่จะได้เห็นพิธีเรียกผีลงหม้อ ตามวิธีของพ่อหมอหมอกผู้มีชื่อเสียง จนใครต่อใครขนานนามว่า “เซียนปราบผี”

“เอ้อ พจน์ไปกับพ่อ เอ็งขวัญแข็งดีช่วยถือขันกรวดทรายให้พ่อหมอ”

พจน์อุ้มขันกรวดทรายเดินตามผู้สูงอายุทั้งสอง ซึ่งนำหน้าเดินตรงไปยังต้นมะม่วงใหญ่ท้ายสวน พอไปถึงพ่อหมอเดินเวียนรอบด้ายมนต์สีแดงสามรอบ พลางพร่ำบ่นคาถาพึมพำไม่ขาดระยะ  จนกระทั่งจบลงจึงหันไปทางผู้ใหญ่คร้าม ก่อนจะก้มตัวรอดเข้าไปในบริเวณด้ายมนต์สีแดง ที่ทำกั้นเป็นปริมณฑลจัตุรัส แกทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนผ้าสีแดงคร่ำๆ เป็นรูปสี่เหลี้ยมคล้ายอาสนะของพระ แกหลับตาร่ายมนต์เน้นเสียงหนักเสียงเบาเป็นจังหวะจะโคน ความมืดและเงียบสงัดทำให้เสียงพึมพำนั้นเด่นชัด พอจบไปเที่ยวหนึ่งหมอหมอกจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับพูดว่า

“เข้ามานั่งข้างในได้แล้ว” สองพ่อลูกขยับตัวและก้มลอดเข้าไปข้างในปริมณฑล

“นั่งหลังพ่อหมอ” พ่อหมอหมอกบอกพลางเอี้ยวลำคอทำปากบุ้ยประกอบให้สองพ่อลูกนั่งข้างหลังแก แล้วจุดเทียนสว่างวาบทำให้บริเวณนั้นมีแสงขึ้นลางๆ

“ตั้งสติให้ดี มีอะไรตื่นกลัวก็อย่าออกจากปริมณฑลนี้เด็ดขาด มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นอันตราย” พ่อหมอบอกเสียงกราว

ผู้ใหญ่คร้ามกับลูกชายนั่งนิ่งรับคำแต่โดยดี แม้อยากจะถามบางสิ่งบางอย่างที่ตนรู้สึกครางแคลงใจอยู่ก็ทนนิ่ง มีเพียงสายตาเท่านั้นที่จ้องมองเปลวเทียนที่วูบไหวอยู่เบื้องหน้า พ่อหมอขยับเทียนสองดวงเข้ามาใกล้ๆ ขันน้ำพานรองใบใหญ่ ในนั้นบรรจุน้ำฝนใสแจ๋ว แสงไฟจากดวงเทียนสะท้อนกับผิวน้ำวูบวาบ ส่วนขันบรรจุเม็ดกรวดเม็ดทรายวางถัดไปข้างหน้า

“จะเริ่มพิธีแล้ว จำได้รึยังที่บอก” พ่อหมอหันมาทางผู้ใหญ่คร้ามคล้ายกับจะให้ตอบได้ยินเสียงเพื่อให้แน่ใจ

“จำได้พ่อหมอ ถ้ามีอะไรน่าตื่นเต้น น่ากลัวอย่าออกนอกด้ายมนต์” ผู้ใหญ่คร้ามตอบยืนยัน

“เจ้าหนุ่มหล่ะ” พ่อหมอหันมาทางพจน์ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังซ้ายมือผู้ใหญ่คร้าม

“จำได้ครับพ่อหมอ” พจน์ตอบหนักแน่น

พ่อหมอพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย แกพนมมือพลางปิดเปลือกตาสักครู่หนึ่ง เสียงมนต์ก็ดังขึ้นจากปากแกแม้จะเป็นเพียงเสียงพึมพำเบาๆ แต่ในความรู้สึกของผู้ใหญ่คร้ามกับพจน์ มันคล้ายกับมีแรงสั่นสะเทือนมาเขย่าที่หัวใจ ตอนแรกทั้งสองรู้สึกตกใจถึงกับหลงตัวยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเอง จากมือที่สัมผัสทำให้รู้ว่าหัวใจของตนก็เต้นตามปกติ มิได้สั่นสะเทือนตามความรู้สึกแต่อย่างใด

นับเป็นคืนที่สงัดลมอะไรเช่นนั้น เปลวเทียนตรงนิ่งพอๆกับลำเทียนทั้งๆที่ถูกจุดอยู่กลางแจ้ง สายตาสองพ่อลูกมองดูเปลวเทียนสลับกับน้ำในขัน บางครั้งก็มองดูร่างพ่อหมอที่สงบนิ่งราวกับแท่งหินผาที่คนนำมาทิ้งไว้ มีแต่เพียงเสียงสาธยายมนต์เท่านั้นที่ผ่านริมฝีปากออกมา จากจังหวะเชื่องช้าเป็นเร็วขึ้นๆแทบจะเรียกได้ว่าไม่หายใจเอาเสียเลย

ผู้ใหญ่คร้ามกับลูกชายคาดการณ์ผิดถนัด เพราะบัดนี้ความสงบนิ่งจากกระแสลมเปลี่ยนเป็นสายลมโชยมาแต่เพียงแผ่วเบา และในที่สุดค่อยพัดแรงขึ้นเมื่อเสียงมนต์จากริมฝีปากพ่อหมอเร่งเร็วขึ้น เปลวไฟจากเทียนจะดับมิดับแหล่ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เกือบดับลง ประเดี๋ยวหนึ่งก็มีแสงสว่างวาบขึ้น น้ำในขันเป็นละลอกกระฉอกพลิ้วหมุน ราวกับว่ามีมือยื่นเข้ามากวนน้ำในขันนั้น.

                   (ยังมีต่อ)

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 1 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 1 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 1 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 1 ) Vote
ลุ้นๆ
( 1 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 1 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 1 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,377 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required