HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,239 ครั้ง
ตอนที่ 2

2.

      พงษ์ผละถอยออกจากโคนต้นหว้าใหญ่ ส่วนพจน์ยังมองอ้อยอิ่งหาสิ่งผิดปกติบริเวณโคนหว้าเขาไม่มีอาการตื่นกลัวใดๆ ซึ่งผิดกับพงษ์ยืนส่งเสียงร้องถามอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

“พี่พจน์ได้กลิ่นเหม็นเน่าหรือเปล่า”

พงษ์ผละถอยเอามือปิดจมูก ลมพัดกลิ่นเหม็นเหมือนศพเน่าอย่างรุนแรง ชายหนุ่มผู้น้องโก่งคอจะอาเจียนออกมา

“เอ็งเป็นอะไรพงษ์”  พจน์เดินเข้ามาถามสีหน้าปกติ

กลิ่นศพเน่าพี่พจน์ไม่ได้กลิ่นหรือ” พงษ์ถามก่อนปล่อยเสียงโอ้กอ้าก

“ฉันได้กลิ่นศพจริงๆ ต้องมีศพเน่าอยู่แถวนี้แน่นอน” พงษ์ยืนยัน

“ถ้างั้นเอ็งอยู่ไกลๆ พี่จะเดินสำรวจร่มหว้าอีกที”

พจน์บอกแล้วเดินกลับไปบริเวณร่มหว้าอีกครั้ง เขาไม่ได้พบร่องรอยอะไร บริเวณโคนต้นหว้าน้ำขังและต้นหญ้าขึ้นเขียวชอุ่มงอกงามเหมือนบิ้งนาแปลงอื่นๆ

ตอนบ่ายผู้ใหญ่คร้ามกลับจากประชุมที่อำเภอ เขารู้สึกประหลาดใจที่ลูกชายทั้งสองไม่เอาควายไถนาแปลงต้นหว้าดังที่สั่งไว้

“พวกเอ็งทำไมไม่เอาควายไถนาบิ้งต้นหว้า” ผู้ใหญ่คร้ามถามลูกชายทั้งสอง

“ควายไม่ยอมเข้าไถพ่อ พยายามบังคับจะไถมันทั้งสองตื่นวิ้งหนีไม่ยอมเข้าใกล้บิ้งต้นหว้าใหญ่” พงษ์บอก

“ถ้างั้นก็ไถแปลงอื่นดำไปก่อน” ผู้ใหญ่คร้ามบอกสั้นๆ ก่อนจะเดินเลยไปทางกระท่อมเก่าหลังโซเซ หญ้าคามุงเก่าหลุดร่วงมองเป็นช่องโห่วกันแดดกันฝนไม่ได้แน่นอน

แดดบ่ายยังเริงแรงอาศัยลมทุ่งโกรกพัด ใบข้าวแปลงที่ปักดำไว้ก่อนจนติดกอขึ้นเขียวหลุบลู่โอนใบ สองพี่น้องจับควายเข้าแอกไถแปลงอื่นที่อยู่ห่างออกมาบิ้งต้นหว้าใหญ่ ควายก็ไม่เกิดอาการดังตอนเช้าที่ผ่านมา ไถพรวนแล้วคราดดินน้ำคละเคล้ากันดี สองหนุ่มชาวนาปลดควายกินหญ้า แล้วช่วยกันขนมัดกล้าเข้างานนา ผู้ใหญ่คร้ามลงบิ้งนาช่วยลูกชายดำนากระชับกระเฉงจนตะวันอ่อนแสง ลมทุ่งพัดรวยรินหอบกลิ่นไอใบข้าวหอมชื่นใจ เขียดจะนาตัวอ้วนป้อมขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ใหญ่เหยืยดตัวลอยเกาะใบกล้าส่งเสียงจับเอ๊าะ..จับเอ๊าะ..ผสานเสียงกันเวลาใกล้ค่ำงานไถปักดำวันแล้ววันเล่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ผู้ใหญ่คร้ามมีลูกชายทั้งสองเป็นหัวเลี้ยวหัวแรง เย็นจิตลูกสาวคนสุดท้องพ่อแม่ไม่ให้ตากแดดฝน เธอมีหน้าที่เพียงหาบข้าวหาบน้ำมาส่งตอนสายๆทุกวัน ก็กลับไปนั่งตัดเย็บเสื้อผ้าที่ผู้คนมาจ้างตัด ฝีมือตัดเย็บของเธอใครได้สวมใส่เป็นว่าชมเปราะ แม้พวกครูบาอาจารย์ ข้าราชการในอำเภอต่างมาจ้างตัดเย็บให้สวมใส่.. เย็นจิตรและนางขิ่นผู้เป็นแม่จึงไม่ได้ลงไร่นาให้หน้ากร้านแดดหมองลมมานานปีแล้ว ทุ่งลมหวลทั้งผืนถูกปักดำเกือบยามบ่ายแดดอ่อนวันต่อมาทุกบิ้งนา ผู้ใหญ่คร้ามกับพจน์หลังจากขึ้นงานนาก็พากันอาบน้ำล้างเหงื่อไคลที่ลำห้วยแล้วกลับเข้าหมู่บ้าน ปล่อยให้พงษ์ดูแลควายสองตัวให้กินหญ้าจนกว่าจะย่ำค่ำ จึงจะไล่ต้อนกลับเข้าคอก ดวงตะวันลดลงต่ำทุกขณะ

จากเหตุการณ์วันนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก พงษ์ดูเหมือนจะลืมเลือนไปบ้างแล้วแม้ลมพัดกรีดครึ้มใบเขียวรกหนาจากต้นหว้าใหญ่ดังมาให้ได้ยิน เขาก็เพียงชำเลืองผ่านไปเท่านั้น แสงแดดสีเหลืองโลมลูบปลายข้าวพลิกพลิ้วระเนนใบคมตามสายลม เขียดจะนาก้องประสานเสียงถี่ขึ้นยามใกล้ค่ำเปรียบประหนึ่งดังเสียงดนตรีกล่อมทุ่งอย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งในเมืองใหญ่มิมีโอกาสได้ยินแน่นอน..

ก่อนจะต้อนควายเข้าบ้านพงษ์แวะอาบน้ำจากลำห้วยเหมือนคนอื่น ชายหนุ่มเดินมาที่ลำห้วยน้ำใสมองเห็นแหนสาหร่ายเกาะกลุ่มลอยเป็นกระจุก บัวสายชูกลีบดอกสีชมพูละมุนตา ใบใหญ่กลมรีปูแนบกับผิวน้ำ เสียงปลาตอดเหยื่อดังมาจากกอกกริมตลิ่ง พงษ์ผลัดเสื้อผ้านุ่งเป็นลอยชายผ้าขาวม้า ควักเอาสบู่หอมจากกระเป๋ากางเกงเดินลงมาจากชายน้ำ ฉับพลันผ้าขาวม้าที่นุ่งก็ถูกดึงหลุดจากตัว แล้วโยนไปตกค้างบนพุ่มไม้ริมห้วยปล่อยเรือนร่างผึ่งผายด้วยกล้ามจากการกรำงานในทุ่งนา ผิวสีแทนไล่ลงมาเป็นขาวนวลบริเวณกลางลำตัว คงไม่มีสายตาสัปดนคู่ใดมาจ้องดู เพราะเวลานี้เย็นย่ำจนลมทุ่งโชยเยียบเย็น น้ำกระเพื่อมตีวงกว้างออกไป จนบัวชูช่อดอกไหวตามแรงกระฉอกของน้ำ จากดำผุดดำว่ายของพงษ์ ก่อนทะลึ่งพรวดขึ้นมายืนฟอกสบู่ชำระร่างกายริมตลิ่ง สุ่มทุ่มพุ่มไม้เตี้ยกับนาข้าวเขียวขจีโอบอ้อมเป็นห้องน้ำธรรมชาติให้กับหนุ่มบ้านนาเป็นอย่างดี…

แต่พอเสียงน้ำแตกซู่ซ่าดังมาจากฟากฝั่งตรงข้าม พงษ์สะดุ้งสุดตัวขณะมือไม้วนเวียนอยู่กับการทำความสะอาดร่างกาย แรกนั้นเขาคิดว่าเป็นปลาช่อนตีแปลงเข้าหาเหยื่อ ดงกกไหวยวบๆ ละลอกน้ำตีวงมาทางที่พงษ์ยืนอยู่ หากร่างกายไม่ขาวโพลนด้วยสบู่ พงษ์คงผวาเอาผ้าขาวม้ามาพันกายหรือหากจะทำการเช่นนั้นก็มิทันเสียแล้ว เมื่อร่างกระโจมอกลอยคอปริ่มน้ำแหวกว่ายตรงมายังเขา ร่างไหวใต้น้ำดูเหมือนจะจงใจปล่อยชายผ้าถุงพันพลิ้วถึงขาอวบ พงษ์ตะลึงจ้องจนลืมตัว ครั้นนึกได้ชายหนุ่มร้องลั่น

“อ่ะ..ย่า..อย่า..ว่ายมาทางนี้” พงษ์ชุลมุนยกมือไม้ปิดส่วนล่างของตน สาวน้อยในน้ำส่งเสียงหัวเราะกลับยิ่งว่ายน้ำใกล้เข้ามา

“อายอะไรเห็นจนหมดแล้ว” เสียงใสดังขึ้นผสานหัวเราะระริกระรี้ เมื่อถูกรุกอย่างนี้พงษ์ทะยานลงให้น้ำหุ้มร่างเปลือยแล้วเผชิญหน้าเขินอายกับหล่อนอย่างจัง แต่หล่อนส่งเสียงระริกระรี้พลางชวนเล่นซ่อนหา

“พี่พงษ์ เล่นซ่อนหากันมั้ย..” พูดจบก็พุ่งตัวคว้าหมับที่ข้อแขน หนุ่มนาตีหน้าเซ่อครางอยู่ในลำคอ

“นี่เธอรู้จักเราด้วย” รู้ตัวอีกทีสองร่างลับอยู่ในป่ากกพงอ้อ นกกินปลาผวาบินขึ้นอย่างตกใจ ร่างใต้น้ำเบียดเข้ามาเสียดสีลำแขนกลมกลึงกระวัดรัดจนเลือดในกายเจ้าหนุ่มอุ่นซ่านขึ้นมาทันที…

“มัวทำหน้าสงสัยอะไรอยู่จ๊ะ.. เล่นซ่อนหากันดีกว่า ถ้าจับตัวได้มีรางวัลอย่างงาม” สาวงามกลางสายน้ำทำท่าจะผละออกไปซ่อนตัว

“เดี๋ยว…อย่าเพิ่งถามอะไรหน่อย” พงษ์ร้องขึ้นเหมือนตื่นจากกภวังค์

“อะไรอีกล่ะ.. แม้พี่พงษ์นี่ขี้สงสัยจริง เดี๋ยวก็อดได้รางวัล” คำออดอ้อนว่ายแหวกน้ำเล่นอย่างยวนยั่วในที…

“พี่…เออ…ดูเหมือนไม่เคยเห็นรู้จักกับน้อง” พงษ์หลุดออกมาอย่างโล่งอก

“ก็จะรู้จักอย่างไรพริ้งพรายไม่ใช่สาวบ้านทุ่งลมหวลนี่จ๊ะ”

“ชื่อ พริ้งพราย” พงษ์ทำหน้าตื่น ทำท่าจะผละถอย

“พี่พงษ์จะรีบไปไหน” หล่อนยึดร่างเขาไว้

“ไม่เล่นซ่อนหาก็ได้ มาพริ้งพรายจะถูขี้ไคลให้”

ร่างอวบอิ่มเบียดเข้ามาอีก กระโจมอกของหล่อนก็หลุดหลุ่ย ปทุมถันชูชันรับช่วงไหล่ลาดงามปรากฏต่อหน้าต่อตา ความคิดเมื่อครู่หายไปทันที คงมีแต่ความวาบหวามในกายหนุ่มเกิดขึ้นมาแทนที่

“ฉันมาดำนาช่วยญาติ จะกลับเข้าหมู่บ้านเห็นน้ำในห้วยใสดี ก็เลยหยุดอาบพอดีเจอกับพี่พงษ์นี่แหละจ๊ะ หันหลังมาสิพริ้งจะถูหลังให้”

พงษ์หันหลังให้หล่อนอย่างว่าง่าย หล่อนสัมผัสมือเรียวงามไปตามร่างของเขา แม้แต่ส่วนที่อยู่ใต้น้ำอย่างจงใจ พงษ์ไม่หลงเหลือความระแวงใดๆอีกแล้ว ชายหนุ่มหันมาเผชิญหน้ารวบร่างงามนั้นกระชับกอดแนบแน่น…

พงษ์โน้มหน้าลงฝังจมูกซอกคอระหง กลิ่นหอมเหมือนดอกพิกุลจากกายหล่อน ติดไฟหนุ่มวัยกำดัดทำให้เขาจูบหล่อนอย่างตะกละตะกลาม ลมพัดปะทะต้นกกดังหวีดหวิว พลันมีกลิ่นหนึ่งแทรกเข้ามาทันที พงษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เกิดอาการลังเลเพราะกลิ่นนั้น

“กอดฉันและจูบฉันสิพงษ์…” เสียงหวานเย็นยะเยือกพงษ์ผละถอนใบหน้าจ้องหน้าหล่อนเต็มตา ใบหน้านั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นเหี่ยวย่น พงษ์กลับหลังหัน เมื่อเสียงที่หล่อนเรียกมาตามหลังมานั้นเป็นเสียงแหบหร่าปนเยือกเย็นของยายแก่…

“กลับมาพ่อหนุ่มจะรีบไปไหน..กลับมาหาความสุขกันก่อน..”

“เหอะ..” พงษ์ร้องไม่เป็นเสียงมนุษย์ เมื่อมือยาวที่มีหนังเหี่ยวย่นยื่นคว้าตามหลังเขาอยู่ไหวๆ พงษ์หนีสุดชีวิตจากฝั่งด้วยมือหอบเสื้อผ้ารีบฉวยเอาด้วยสติสตังยังพอมี พงษ์ยังรู้สึกว่าร่างนางผีนั้นยังตามมา บางครั้งเสียงมันกรีดเรียกเขาอยู่บนต้นไม้ ขณะความมืดเริ่มโรยแผ่ปกคลุม

“ช่วยด้วย.. ช่วยด้วย..!” พงษ์ตะโกนขณะกระเสือกกระสนหนีมือยาวและเสียงกรีดร้องตามหลังมา ขณะนั้นฟ้ามืดและส่งเสียงร้อง ครืน..ครืน ลมก็พัดแรงพงษ์หนีมาได้เกือบท้ายหมู่บ้านและล้มลงอย่างหมดความรู้สึก แม้ร่างจะกำยำล่ำสัน เหตุที่เขาต้องออกแรงวิ่งสุดชีวิตก็เป็นเหตุให้พงษ์เป็นลมล้มลงหมดสติได้เหมือนกัน

พงษ์มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อร่างถูกเขย่าพรางเรียกชื่อเขาดังๆจากผู้ใหญ่คร้าม

“พงษ์..พงษ์..เอ็งเป็นไงมั่ง”

พงษ์ถลันตัวลุกขึ้นนั่งชันเข่าขยี้ตาสะบัดศีรษะไล่ความงุนงง ก้มลงสำรวจตัวเองเห็นมีผ้านุ่งปกปิดส่วนล่างเรียบร้อย

“เอ็งเป็นไง ถึงได้วิ่งกระเซอะ กระเซิงส่งเสียงลั่นทุ่ง”  ผู้ใหญ่คร้ามถาม

“ผี..ผี..ผียายพริ้งพ่อ มันหลอกตอนฉันกำลังอาบน้ำอยู่ในลำห้วย” พงษ์ตอบ

“เอ็งก็เลยอาบน้ำกับผีจนเพลิน ลืมต้อนควายเข้าคอกใช่มั้ยพงษ์” พจน์เย้า พงษ์พยักศีรษะรับก่อนบอกว่า

“มันมาในรูปร่างสาวสวย…”

“ว่าแล้ว..ข้าถึงได้ตามกลับไปดูพบเอ็งวิ่งหอบผ้าเป็นชีเปลือย นี่ที่มันค่ำแล้ว ถ้าไม่งั้นใครๆคงได้ลือกันทั่วทุ่งลมหวล โดยเฉพาะพวกสาวๆคงมีคนได้เห็นของเอ็งจะ..จะ”

พจน์จบลงด้วยเสียงหัวเราะ พงษ์หน้าแดง แต่นางขิ่นผู้เป็นแม่ปรามลูกชายคนโตว่า

“น้องตกใจแทบตายเอ็งยังมีกะใจมาล้อเล่นนะพจน์”

“นี่..ควายต้อนเข้าคอกแล้วหรือยัง” พงษ์ยังห่วงควายทั้งสองตัว

“เพราะข้าเป็นห่วงที่เห็นมันค่ำมืดนั่นแหละ ข้าถึงได้ย้อนกลับไปพบเอ็ง มันมืดค่ำควายมันก็เดินกลับเข้าคอกเอง…” พจน์บอก

พงษ์รู้สึกหายห่วงเรื่องควายที่ตนรับผิดชอบ จึงกลับทิ้งศีรษะลงนอนหลับตานิ่ง มิวายภาพสาวสวยร่างสะคราญแล้วค่อยกลายร่างเป็นหญิงแก่ผมขาวยาวเป็นกระเซิง กับเสียงกรีดร้องพร้อมลำแขนยาวแห้งเหี่ยวยื่นเข้ามาโอบรอบคอกว่าเขาจะสะบัดหลุดวิ่งหนีมาได้ เล่นเอาเขาขวัญกระเจิง

ผู้ใหญ่คร้ามฟังแล้วนิ่งคิด นี่ผียายพริ้งจะตามรังควานเขาหรือนี่ ชายผู้โลภมากครุ่นคิดคนเดียวเงียบๆ เขาเกรงว่าลูกชายคนเล็กจะตื่นผวากลัวจนไม่กล้าเหยียบผืนนาทุ่งลมหวล จึงพูดไปอย่างไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง…

“พงษ์ตาฝาดไปมั้ง มันกำลังจะมืดค่ำเลยมองเห็นต้นกกไหวลมเป็นร่างผู้หญิงสาวไป”

“ฉันตาไม่ฝาดเลยนะพ่อ ฉันเห็นจริงๆ มันเป็นผียายพริ้งแน่นอน” พงษ์ยืนยัน

ผู้ใหญ่คร้ามยิ้มเหี้ยมในหน้าอย่างไม่มีใครในครอบครัวสังเกต ถ้าเป็นจริงก็คงได้เห็นดีกันล่ะ คนอย่างผู้ใหญ่คร้ามไม่เคยกลัวอะไร ไม่ว่าจะเป็นผีหรือคน

หลายวันต่อมา..นาทุกบิ้งถูกไถพรวนดำเสร็จหมดแล้วคงเหลือแต่บิ้งต้นหว้าใหญ่ที่ยังไม่ได้ปักดำ

 “ฮืย..ฮืย..ๆ” ผู้ใหญ่คร้ามพยายามบังคับควาย พอมันรู้ว่าเจ้าของจะพาไถบิ้งต้นหว้าใหญ่ เจ้าดอกควายหนุ่มก้มหน้าทำจมูกฟืดฟาด มันทีท่าขัดขืนดึงไถเบนไปทางอื่น ผู้ใหญ่คร้ามบังคับไม่อยู่เสียแล้ว ควายพาไถลากไปจนแอกหลุดจากคอของมัน ผู้ใหญ่คร้ามโมโหตะโกนให้ลูกชายจับควายไว้

“พจน์..จับควายไว้”

พจน์วิ่งตามควาย ซึ่งมันวิ่งห่างออกไปจากบิ้งต้นหว้าใหญ่ ยืนเบิ่งหน้าไปทางต้นหว้าใหญ่เหมือนมองเห็นอะไรอยู่บนต้นหว้าที่ไหวใบระริกลมอยู่เกรียวกราว

“มันมีอะไรอยู่บนต้นหว้าใหญ่” ผู้ใหญ่คร้ามคำรามพลางแหงนมอง แกส่ายหน้าอย่างละอาใจที่ทำงานไม่เสร็จตามต้องการ ดวงตะวันค่อยสูงขึ้น ลมทุ่งพัดใบเรียวข้าวเป็นลูกคลื่น นกกระจาบบินแหวกอากาศเป็นฝูง เย็นจิตรหาบข้าวมาส่งที่กระท่อมแล้วก็กลับเข้าหมู่บ้าน ผู้ใหญ่คร้ามยังไม่ยอมมากินข้าวกับลูกชายบนกระท่อม

“พี่พจน์..พ่อจะเอาไอ้แด่นเข้าไถ” พงษ์พูดกับพจน์ก่อนตักข้าวเข้าปาก ตาจ้องไปทางผู้ใหญ่คร้าม

“พ่อคงจะลองเอาควายไอ้แด่นไถดู” พจน์พูด

ผู้ใหญ่คร้ามเอาควายเทียมไถ แกกระดุกเชือกบังคับควายไอ้แด่น มันเดินไปได้ครู่หนึ่งก็รู้ว่าถูกดึงไถลงแปลงต้นหว้า มันหยุดยืนหัวสะบัดเขาไปมา ลมพัดมาวูบใหญ่หอบเอากลิ่นสาบสางปะทะหน้า ผู้ใหญ่คร้ามจนผงะ ควายไอ้แด่นได้กลิ่นอันน่าสะอิดสะเอียน มันตกใจสะบัดแอกหลุดจากคอวิ่งหนีออกไปรวมก้มกินหญ้ากับควายเจ้าดอก..

“มึงหลอกกูกลางวันแจ้งๆนี่หรืออีพริ้ง” ผู้ใหญ่คร้ามเดือดดาล คว้าได้จอบวิ่งตรงไปยังโคนต้นหว้าใหญ่

“มึงสิงอยู่บนต้นหว้านี่รึ” ผู้ใหญ่คร้ามคำรามพลางเงื้อด้ามจอบสุดแขนแล้วขุดสับไปรอบๆโคนต้นหว้า ปากก็ตะโกนด่าดังลั่น

“อีพริ้ง..มึงแน่จริงปรากฏตัวให้กูเห็นสิวะ กูไม่กลัวมึงแม้แต่น้อย กูจะสับมึงด้วยดามจอบนี่ปรากฏร่างสิ…”

อาการของผู้ใหญ่คร้ามอยู่ในสายตาของลูกชายทั้งสอง

“ดูพ่อ คลั่งใหญ่แล้วพี่พจน์” พงษ์บอก

สองหนุ่มอิ่มข้าวรีบลงกระท่อมรีบตรงมาหาผู้ใหญ่คร้าม ผู้ใหญ่เงื้อจอบขุดลงกระทบกับสิ่งหนึ่งดังแชะ หน้าตาดุดันชะงักจ้องลงไปตรงนั้น เหงื่อโทรมเปียกไปทั้งร่าง

“กูเจอมึงแล้วอีพริ้ง…” ผู้ใหญ่คร้ามหัวเราะดังลั่นเหมือนคนบ้าคลั่ง

“เอ็งหนีกูไม่พ้นหรอก…” แกยกจอบขุดหน้าดินบริเวณนั้น พงษ์ขนลุกเกรียวสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ซึ่งต่างกับพจน์ ยืนดูพ่อด้วยสีหน้าปกติ

“พวกเอ็งเห็นไหม มันหนีพ่อไม่พ้นหรอก” ผู้ใหญ่คร้ามหันมาพูดกับลูกชาย

“นั่น…มันไหนี่พ่อ” พงษ์ร้องขึ้น

“เอ็งอย่าเอ็ดไป นี่แหละมันทำให้ควายตื่นกลัว” ผู้ใหญ่คร้ามปรามก่อนจะก้มหน้ายกไหลูกเขื่องออกจากหลุมที่แกขุดเอาดินออก

พจน์ก้มลงยื่นมือหมายดึงผ้าขาวที่ห่อปิดปากไหออก เขาใจร้อนอยากรู้ว่าภายในนั้นมีอะไร

“อย่า..เพิ่งเปิด” ผู้ใหญ่คร้ามบอก พจน์ชะงักดึงมือกลับ

ผู้ใหญ่คร้ามนั่งลงข้างไหหลับตานิ่ง เสียงพึมพำเหมือนท่องคาถา แล้วเป่าพรวดๆ สามครั้งจึงดึงสิ่งที่ปิดปากไหออก

พจน์กับพงษ์ชะโชกหน้ามองลงไปในไหเกือบพร้อมกัน

“เงิน…!” ทั้งสองพูดพร้อมกัน

“มันยังมีอีกหลายไห” ผู้ใหญ่คร้ามบอกน้ำเสียงมีอาการยินดี

                 (ยังมีต่อ)

 

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 3 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 2 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 4 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 3 ) Vote
ลุ้นๆ
( 4 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 3 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 3 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,239 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required