HONGSAMUT SEARCH :
ค้นหานักเขียน
ค้นหานิยาย
ค้นหาหนังสือพร้อมขาย
โหงพราย
นักเขียน : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนผู้เข้าชม : 5,242 ครั้ง
ตอนที่ 1

ทักทาย

   ขออนุญาตนำนิยายเรื่องนี้มาจากอีกหมวดหนึ่ง เพื่อให้นามปากกาสอดคล้องกับแนวของเรื่องซึ่งเคยอัพไปแล้ว 6 ตอน ท่านใดอ่านแล้วก็ผ่านเลยไปก่อน คอยอ่านตั้งแต่ตอนที่ 7 เป็นต้นไปครับ  ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามอ่านให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ตอนนั่งเขียนก็ขาสั่นหน่อยนึงนิด ๆ อ่ะ

 

1.

                นับเป็นเช้าที่ทุกสิ่งในหมู่บ้านลมหวลดูจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไปเสียทุกอย่าง เพื่อคอยสดับตรับฟังเรื่องที่ชาวบ้านต่างโจดขานกันอย่างตื่นตระหนกแกมฉงนสนเท่ห์ใจ กับข่าวที่ยายพริ้งหญิงชราผู้มีฐานะมั่งคั่งระดับเศรษฐีที่ต้องมีอันเป็นไปอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งๆที่แกไม่มีวี่แววเจ็บไข้ได้ป่วยแต่ประการใด

                “ยายพริ้งตาย..!” ชาวบ้านผู้รับฟังข่าวจากปากคนที่ยืนบอกอยู่เบื่องหน้าร้องขึ้นอย่างตกใจ

“ใช่..แกตายจริงๆ” น้ำเสียยืนยันหนักแน่น

“ก้อ..เมื่อวานข้ายังเห็นแกหิ้วปิ่นโตข้าวไปทำบุญที่วัดอยู่นี่นา” คนรับฟังพูดราวกับไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นจริง…

“แกไปดูซิ..ตอนนี้ใครๆกำลังมุงดูร่างที่เขียวคล้ำเหมือนตัวถูกดูดเลือดทุกหยดไปอย่างนั้นแหละ”

“เขียวคล้ำเหรอ..มันน่าจะขาวซีดมากกว่า” คนฟังอดที่จะวิจารณ์ไม่ได้

“ไปดูให้มันเห็นกับตาแกเถอะ จะได้เห็นว่ามันสยดสยองเพียงใด แล้วนัยน์ตายายพริ้งนี่เหลือกค้างถลนออกมานอกเบ้า ปากก็อ้ากว้างดูเหมือนว่าก่อนตายแกตกใจสุดขีดหัวใจช็อกตาย”

คนพูดอดอธิบายให้ฟังไม่ได้ แม้ใจหนึ่งอยากจะก้าวออกไปเสียให้พ้นบริเวณบ้านของเศรษฐีชราแห่งบ้านทุ่งลมหวล.. คนฟังอดจะถอนหายใจปลงอนิจจัง ขณะก้าวขาผละออกไป

“โธ่..ยายพริ้งเอ้ย ความมั่งมีช่วยอะไรแกไม่ได้เลย อยู่ก็อยู่คนเดียวเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีผู้รู้เห็น”

ยายพริ้งเป็นคนมีฐานะดีกว่าใครๆในหมู่บ้านทุ่งลมหวล แม้ผู้ใหญ่คร้ามที่เรียกว่าฐานะร่ำรวยคนหนึ่ง ก็เทียบยายพริ้งไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง ทั้งไร่นาอีกมากมาย เรียกว่าทุ่งลมหวลทั้งหมดเป็นของยายพริ้งเกือบหมด ถ้าไม่มีที่นาจำนวนไม่กี่ไร่ของผู้ใหญ่คร้ามมาขั้นไว้ ทั้งนี้เพราะอดีตขุนพิทักษ์ สามียายพริ้งเป็นกำนันมือปราบเสือผู้ร้ายหรือโจรปล้นที่นับว่าร้ายๆ ถูกกำนันปราบปรามเรียบ ทว่าคนเก่งก็อยู่ได้ไม่นาน กำนันมีโรคร้ายประจำตัว ในที่สุดก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร ทิ้งยายพริ้งอยู่กับลูกสาวคนเดียวชื่อ เรือนแก้ว

เรือนแก้วเติบโตเป็นสาวได้แต่งงานกับตำรวจ แต่เธอก็โชคร้ายตกเลือดเสียชีวิตตอนคลอดลูกคนแรก ยายพริ้งไม่มีโอกาสจะได้เห็นหน้าหลาน เพราะลูกของเรือนแก้วก็เสียชีวิตไปพร้อมๆกับแม่ พอลูกเมียตาย ลูกเขยที่เป็นตำรวจก็ย้ายหนีไปอยู่จังหวัดอื่น ยายพริ้งได้ข่าวแต่ว่าลูกเขยของแกแต่งงานใหม่ แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกัน กลายเป็นคนอื่นที่ไม่ได้ข่าวคราวกันเลย ยายพริ้งจึงอยู่ตามลำพังคนเดียวแต่นั้นมา…

ไร่นาสวนที่มีอยู่มากมายนั้น ยายพริ้งได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากชาวบ้าน เป็นค่าเช่าที่ไร่ที่นา แล้วขายเป็นเงินทองเก็บสะสมไว้แต่ละปีเป็นเงินไม่ใช่น้อย แต่เป็นที่น่าประหลาดใจให้กับผู้เกี่ยวข้องในวันชันสูตรพลิกศพยายพริ้ง เพียงได้พบเงินจำนวนไม่กี่พันบาทอยู่ใต้ที่นอนของแก เงินนั้นไม่เพียงพอกับจะใช้ในการจัดงานศพของแกด้วยซ้ำ แต่ผู้คนในหมู่บ้านทุ่งลมหวล  ก็ไม่ได้ถึงกับเดือดร้อนต้องได้เรี่ยไรเงิน

กัน เพราะหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดทุ่งลมหวลท่านช่วยจัดการเป็นธุระให้ทุกสิ่งทุกอย่าง จนงานฌาปนกิจศพยายพริ้งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี…

“ยายพริ้งเอาเงินทองที่ได้จากค่าเช่านาแต่ละปีไว้ที่ไหน”

คำถามนี้ดูจะเป็นเสียงเดียวที่ชาวบ้านทุ่งลมหวลถามไถ่กันหลังทุกอย่างเกี่ยวกับยายพริ้งผ่านไปแล้ว..

แต่คนที่ครุ่นคิดถึงสมบัติยายพริ้งตลอดเวลา แม้แต่ยามนอนหลับยังฝันเห็นนั้น ก็คือผู้ใหญ่คร้ามผู้คิดเบียดบังเอาไร่นาของยายพริ้ง เพียงเพราะที่นามีเขตแดนติดกัน ก่อนยายพริ้งจะตาย ผู้ใหญ่คร้ามทำทีไปขอซื้อผืนนาทุ่งลมหวลทั้งแปลงจากยายพริ้ง

“ยาย…ทุ่งลมหวลนี้ขายให้ฉันเสียเถอะ ยายก็ตัวคนเดียวลูกหลานก็ไม่มี จะเก็บไว้ให้ใคร ขายเอาเงินไปทำบุญเอากุศลให้ตัวเองจะไม่ดีกว่าหรือ”

ผู้ใหญ่คร้ามเคยพูดอย่างนี้กับยายพริ้งในเช้าวันหนึ่ง เขาอุตส่าห์ลงทุนเดินมาต่อรองเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ที่บ้านยายพริ้ง

“ไม่ขาย.. คนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆหรอกผู้ใหญ่”  ยายพริ้งตอบอย่างไม่ยินดียินร้าย

“ฉันจะไปวัดเอาอาหารไปถวายจังหันหลวงพ่อ ถ้าผู้ใหญ่มาบ้านฉันเพื่อจะพูดเรื่องนี้ฉันไม่มีเวลา..”

ยายพริ้งบอกปฏิเสธอย่างไม่ยินดียินร้าย แกไม่ชอบความเป็นคนโลภเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่ผู้นี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…

ผู้ใหญ่คร้ามรีบรนรานลงจากบ้าน เขามีความรู้สึกเหมือนกับถูกไล่ทั้งที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งเท่านั้นเอง..

“เอาไว้ก่อนเถอะ สักวันทุ่งลมหวลจะต้องเป็นของกูโดยไม่เสียเงินสักแดงเดียว”

ผู้ใหญ่คร้ามบอกกับตัวเองอย่างไม่พอใจ ขณะเดินก้าวยาวๆออกจากบริเวณบ้านยายพริ้งไป

หน้าฝนปีนั้นผู้ใหญ่คร้ามก็ประกาศกับชาวบ้านให้ได้ยินทั่วกันว่า ทุ่งลมหวลเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวผู้ใหญ่คร้าม โดยบอกเหตุผลกับประกาศกับชาวบ้านทุ่งลมหวลว่า…

“ฉันได้ซื้อทุ่งลมหวลกับยายพริ้งก่อนแกตายเพียงห้าวันเท่านั้นฉันโชคดีจริงๆ การซื้อขายโอนที่ดินกันเรียบร้อยยายพริ้งก็มาด่วนตายพอดี”

ชาวบ้านผู้ใกล้ชิดกับยายพริ้งอย่างนายลองกับนางบุญหนาผู้รับใช้ยายพริ้งมาแต่ไหนแต่ไร ได้แต่ป้องปากกระซิบเข้าหูชาวบ้านผู้ที่สองผัวเมียไว้ใจว่า…

“จ้างก็ไม่ใช่ ยายพริ้งไม่เคยคิดจะขายทุ่งลมหวลให้ผู้ใหญ่คร้ามแม้แต่นิด มีแต่ผู้ใหญ่คร้ามนั่นแหละคิดจะฮุบเอาที่ดินยายพริ้งอย่างหน้าด้านๆ ไม่ได้เสียเงินสักแดงเดียว ก็มาพูดอ้างใครต่อใครอย่างไม่อาย…”

นางบุญหนาจะอ้าปากพูดมากไปกว่านั้น แต่ผู้ฟังที่ยังปรารถนาดีปรามขึ้นว่า…

“อย่าพูดไปมากนางบุญหนา ถ้าหากได้ยินถึงหูเขาแกสองคนผัวเมียจะเดือดร้อนถึงตาย ผู้ใหญ่คร้ามมีทั้งอิทธิพลทั้งความลี้ลับที่จะนำภัยมาสู่พวกแกได้…”

ชาวบ้านผู้หวังดีคนหนึ่งตัดบทเตือนสติ จึงทำให้นางบุญหนาสงบคำลงได้..

“ในที่สุดพริ้งมันก็ตาย..ฮะ..ฮ่า..ฮ่ะ..ฮ่า” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากชายชรานุ่งผ้าโจงกระเบนสีขาวสวมเสื้อยืดคอกลมสีเดียวกัน และมีผ้าขาวขนาดผืนผ้าขาวม้าพาดอยู่ที่ชายบ่า ริมฝีปากหนาใต้หนวดงอนโค้งปล่อยเสียงหัวเราะไม่ขาดระยะ ผมดกหนาขมวดมวยเป็นก้อนกลมอยู่ท้ายทอย ลำคออวบหนาเขาห้อยลูกประคำสะท้อนเป็นมันตามแสงวูบไหวของแปลวเทียนที่จุดปักไว้บนแท่นบูชา ซึ่งมองเหมือนโต๊ะบูชาแต่ทว่ามองไม่เห็นพระพุทธรูปแม้แต่องค์เดียวบนนั้น นอกจากขันน้ำสีทองเหลืองใบใหญ่วางอยู่ชั้นล่าง ครั้นเปลวเทียนสว่างวาบขึ้นจึงมองเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งสีขาวโพลนวางอยู่ในพานซึ่งตั้งอยู่สูงสุดและเครื่องเซ่นไหว้เป็นไก่ดิบอาบเลือดแดงฉานสามตัว

อา…นั่นมันกระโหลกศีรษะมนุษย์เสียงหัวเราะประสานดังอยู่ครู่หนึ่งจึงมีเสียงพูดกลั่วหัวเราะดังตามมา…

“พ่อหมอหมอกเยี่ยมมากงานนี้ผู้ใหญ่คร้ามไม่เสียเงินสักแดงเดียว ได้ครอบครองทุ่งลมหวลทั้งทุ่ง…”

“ถ้าไม่ยอดเยี่ยมจะเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่คร้ามได้เร้อ” ชายในชุดแต่งตัวเหมือนพราหมณ์พูดขึ้น

“มันช็อกตายคาที่ จนหมอชันสูตรพลิกศพลงความเห็นว่าเป็นลมปัจจุบันทันด่วน หัวใจขาดออกซิเจน”  ผู้ใหญ่คร้ามให้รายละเอียด

“โหงพรายของพ่อหมอไม่เคยทำงานพลาด จะให้ตายยังไงก็ได้อยู่แล้ว” ชายในวัยหกสิบเศษนั่งอยู่หน้าเครื่องเซ่นพูดขึ้นด้วยแววตาอวดความเก่งกล้าในฐานะหมอผี ซึ่งชอบอวดฤทธิ์เดชตัวเอง ยิ่งมีใครยกย่องต่อหน้าต่อตาอย่างนี้หละก็คุยฟุ้งสามวันสามคืนไม่จบ…

“ผมจะนำเครื่องเซ่นถูกใจพ่อหมอที่สุด รับรองถูกใจแน่ๆ”

“ฮ่ะ..ฮ่า…สิบห้าหยกๆ สิบหกหย่อนๆยิ่งวิเศษ” พูดเสร็จหมอผีจอมขมังเวทยกมือลูบปาก

“อย่าให้เกินคืนพรุ่งนี้นะผู้ใหญ่”

“ไม่เกิน…ครับไม่เกินพ่อหมอเตรียมบำรุงกำลังด้วยไข่ลวกไว้รอได้เลย” เสียงรับรองแข็งขัน

“ที่จริงมันน่าจะได้ตั้งแต่คืนนี้” หมอหมอกพูดพลางจ้องหน้าผู้ใหญ่คร้าม

“จะขย้ำขยี้วัยเอ๊าะๆให้อร่อยต้องใจเย็นๆพ่อหมอ” ผู้ใหญ่คร้ามบอกปนเสียงหัวเราะ

ฤดูทำนาปีนี้ชาวบ้านเห็นผู้ใหญ่คร้ามเข้าไปใช้กรรมสิทธิ์ในที่ดินทุ่งลมหวล โดยไม่มีใครกล้าทักท้วง ผู้ใหญ่คร้ามมีลูกชายกำลังอยู่ในวัยหนุ่มเต็มวัยสองคน ชื่อ พจน์ กับ พงษ์ พจน์เป็นลูกชายคนโต พงษ์มีน้องสาวคนหนึ่งชื่อเย็นจิต ซึ่งกำลังอยู่ในวัยสาวรุ่นแรกแย้มอายุเพิ่งย่างเข้าสิบหกปี…

“พรุ่งนี้กินข้าวแล้วพ่อจะไปประชุมอำเภอ พจน์กับพงษ์เอาควายไปไถนาบิ้งต้นหว้าใหญ่คอยพ่อ” พจน์รับคำเบาๆขณะพงษ์ผู้เป็นน้องชายบอกพ่อว่า

“พ่อซื้อก.ก.น. ขนาด XL มาให้ฉันสักสองตัวนะ” พูดแล้วชายหนุ่มหัวเราะที่เห็นพ่อทำหน้างงผู้ใหญ่คร้ามย้อนถามว่า

“อะไรกันนะ ก.ก.น.” สองพี่น้องหัวเราะยิ่งทำให้ผู้ใหญ่คร้ามทำหน้าสงสัยหนักเข้าไปอีก

“ก.ก.น. ก็กางเกงในยังไงพ่อ”  พงษ์บอก

“เออ.. พ่อนึกว่าอะไร เอาล่ะพ่อจะซื้อมาให้ขนาดคงใช้เท่ากัน เย็นจิตล่ะเอาอะไร”

ตอนท้ายผู้ใหญ่คร้ามหันไปถามลูกสาวคนเล็ก ซึ่งกำลังเก็บถ้วยชามไปล้างจากทุกคนกินอาหารมื้อค่ำกันหมดแล้ว

เย็นจิตไม่ทันตอบ พงษ์แย่งพูดก่อนว่า

“เย็นจิตเอากางเกงในเหมือนกันพ่อ” ผู้ใหญ่คร้ามพลอยพาซื่อไปกับพงษ์ถามขึ้นว่า

“เย็นจิตจะเอาสีอะไรล่ะลูก”

“โธ่…พ่อก็พลอยเป็นไปกับพี่พงษ์ด้วย” เย็นจิตหน้าแดง

“พวกแกก็เหลือเกินลูกเป็นสาวเป็นนาง” นางขิ่นผู้เป็นแม่นั่งฟังอยู่นานปรามขึ้น แต่พลอยยิ้มในหน้าอย่างรู้สึกเป็นสุข ที่นานๆจะได้เห็นผู้ใหญ่คร้ามพูดเย้าหยอกเล่นกับลูกๆสักที…

รุ่งเช้า…พจน์กับพงษ์นำควายออกไปไถนาแต่เช้า ถึงนาต่างเอาควายเข้าแอกเตรียมไถนาบิ้งต้นหว้าใหญ่ดังที่พ่อบอกไว้ เช้านี้พจน์กับพงษ์แปลกใจ ควายทั้งสองดึงดันไม่ยอมให้เอาแอกเข้าคอ มันดูตื่นกลัวหายใจฟืดฟาด ได้แต่แหงนมองไปทางต้นหว้าใหญ่ แต่ครั้นถูกบังคับหนักเข้ามันก็ยอมเข้าเทียมไถอย่างไม่เต็มใจนัก

“ฮุ่ย..ฮุ่ยๆๆ” พจน์เทียมไถเสร็จก่อน เขาพยายามบังคับควายให้เดินไถสู่บิ้งนาต้นหว้า มันหยุดแหงนเบิ่งขึ้นไปบนต้นหว้าใหญ่ พจน์กระหนาบเชือกในมือเตือนให้ควายเดิน มันสะบัดแอกยืนขวาง แล้วก้มส่ายเขาหงึกหงักก่อนจะก้มหัวลงดันไถ คมไถไม่ทันทิ่มลงดินควายสะบัดแอกยืนขวางล่องนา ควายตัวของพงษ์ก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน ลมพัดต้นหว้าใหญ่สะบัดใบเกรียวกราว ฟ้ายามเช้าตรู่มัวมืดลงอย่างผิดปกติ เกิดกลุ่มควันคละคลุ้งดังฝุ่นผงถูกลมหอบ ทั้งสองหนุ่มต่างตกใจกับความวิปริตของอากาศรอบด้านล้วนมีน้ำเต็มบิ้งนา กลุ่มหมอกฝุ่นและไอควันเหล่านี้มาจากไหน ทันใดนั้นเสียงคำรามผสานเสียงครวญครางดังมาจากทางต้นหว้าใหญ่ ควายทั้งสองสะบัดแอกหลุดทะยานวิ่งหนีออกไป สุดที่พจน์กับพงษ์จะบังคับควายของตนไว้ได้ สิ่งที่น่าตื่นตระหนกตกใจยิ่งกว่านั้น คือความแรงของลมซึ่งหมุนพัดจนหนุ่มบ้านนาทั้งสองล้มลุกคลุกคลาน ราวกับถูกมือยักษ์กระชากไปถึงโคนต้นหว้าใหญ่ เป็นไปได้อย่างไรกิ่งไม้หนาเหมือนมือใหญ่สีเขียว ยื่นลงมาเหมือนจะคว้าร่างสองหนุ่มพี่น้อง พลันเสียงกิ่งไม้ลั่นราวกับจะหักโค่นทับลงมา พจน์และพงษ์ต่างเห็นด้วยกันแม้ทั้งสองจะพยายามกลิ้งหลบไม่ให้กิ่งหว้าหล่นทับลงมา และบ้างไขว้คว้าดูไม่ผิดกับมือยักษ์นั้นจับตัวได้…คราวนี้มีเสียงกรีดร้องบ่งบอกอาการอาฆาตมาดแค้นดังมาให้ได้ยิน แม้เสียงนั้นแหบพร่าแต่ก็ชัดถ้อยชัดคำ…

“กูจะฆ่า…ฆ่าพวกมึงทุกคน…” เสียงแหลมสูงอย่างเยาะหยันตามเขย่าประสาทสองพี่น้อง เวลานั้นพจน์และพงษ์เกิดอาการเลือดขึ้นหน้าร้องออกมาว่า..

“มึงแน่จริงปรากฏร่างให้กูเห็นสิ กูไม่กลัวมึงนังผีร้าย” พจน์ตะโกนสิ่งเร้นลับมีอาถรรพ์เป็นสิ่งที่พจน์โปรดปรานอยู่แล้ว

“พงษ์…กลิ้งหลบมาทางนี้” พจน์ตะโกนบอกน้องชายเขาตั้งตัวได้ก่อนจึงรีบยึดมือพงษ์ไว้แน่นพลันทุกอย่างก็กลับคืนสภาพเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับควายทั้งสอง เมื่อสะบัดหลุดจากแอก มันก็ก้มหน้าก้มตาเล็มหญ้าอยู่อีกฟากหนึ่ง ไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกดังแต่แรกเลย…

“มันเกิดอะไรขึ้นพี่พจน์” พงษ์ถามพี่ชายสีหน้าตื่นกลัว พจน์หัวเราะ หึ..หึ.. แทนคำตอบ เขามองไปบนกิ่งหว้าก่อนย้อนถามว่า

“กิ่งหว้าเล่นกายกรรมสนุกไหมพงษ์..”

“สนุกอะไรหัวใจแทบช๊อค” พงษ์บอก

พจน์หัวเราะในลำคอแล้วเดินดิ่งไปยังโคนต้นหว้าใหญ่ พงษ์มองพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ

“แม่ง..มันมีอะไรวะบนต้นหว้าใหญ่ กูฉี่ใส่แม่งมันเสียเลย”

พูดจบพจน์ก็จัดแจงปล่อยของเหลวราดโคนต้นหว้าหน้าตาเฉย

“นี่ใครแน่กว่าอวดเสียเลยคิดหลอกกันกลางวันแสกๆ ฉี่รดเฉยๆอย่ามีท้องนะโว้ย” พจน์ตะโกน

พงษ์ร้องปรามแต่พจน์หาฟังไม่ เขายืนปล่อยของเหลวจากตัวแม้ขณะนั้นจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นก็ตามที…

                                   (ยังมีต่อ)

VOTE นิยาย
ชอบตอนนี้จังเลย
( 3 ) Vote
เรื่องมันเศร้า
( 3 ) Vote
โกรธแล้วนะ
( 2 ) Vote
โอ๊ย...เขิน
( 3 ) Vote
ลุ้นๆ
( 3 ) Vote
อ้าว... ซะงั้น
( 4 ) Vote
เดี๋ยวเจอดี!
( 4 ) Vote
COMMENTS
No results found.
LEAVE A COMMENT
INTRODUCE WRITER
(แนะนำนักเขียน)
toggles
ลงแล้ว : 12 ตอน
โดย : มนตรา เริงเวทย์
จำนวนคนชม : 5,242 ครั้ง


toggles :
ตอน
  • 1. ตอนที่ 1

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 2. ตอนที่ 2

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 3. ตอนที่ 3

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 4. ตอนที่ 4

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 5. ตอนที่ 5

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 6. ตอนที่ 6

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 7. ตอนที่ 7

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 8. ตอนที่ 8

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 9. ตอนที่ 9

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 10. ตอนที่ 10

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 11. ตอนที่ 11

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

  • 12. ตอนที่ 12

    +

    Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Morbi commodo, ipsum sed pharetra gravida, orci magna rhoncus neque, id pulvinar odio lorem non turpis. Nullam sit amet enim.

CONTACT WRITER
(ติดต่อนักเขียน)
* all fields are required